พรรคประชาชน เปิดตัวทีมบริหาร กาง 12 ภารกิจ แก้ประเทศไทยติดหล่ม-เลี้ยงไข้ฐานราก พร้อมทลายทุกข้อจำกัด
11 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ขึ้นกล่าวเปิดงาน “เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” เปิดตัวทีมบริหาร พร้อม 12 ภารกิจที่รัฐบาลประชาชนจะทำทันทีที่เข้าบริหารประเทศ ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5
นายณัฐพงษ์กล่าวว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยติดหล่มประเทศกำลังพัฒนา ปัญหาเดิมรุนแรงขึ้น ปัญหาใหม่ถาโถมเข้ามา เศรษฐกิจไทยโงหัวไม่ขึ้น อุตสาหกรรมเก่ากำลังถูกปล่อยให้ตายสนิท อุตสาหกรรมใหม่ไม่เกิด ผู้ประกอบการรายย่อยมองไม่เห็นอนาคต ผู้ประกอบการรายใหญ่แข่งขันกับโลกไม่ได้ เงินที่ใช้จ่ายภายในประเทศไม่ได้ไหลไปที่ธุรกิจไทย แต่ไหลออกนอกมากขึ้นๆ
ค่าไฟก็แพง ค่าแรงก็ถูก รายได้ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานแทบจะหยุดนิ่ง ในขณะที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นทุกปี ชนบทไทยถูกเลี้ยงไข้ให้อยู่กับการเกษตรแบบเดิม พี่น้องเกษตรกรไทยในต่างจังหวัดยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ ไม่มีงานใหม่ๆ คุณภาพชีวิตหยุดนิ่งไม่พัฒนา ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ น้ำท่วมน้ำแล้ง รุนแรงมากขึ้นทุกปี
ระบบราชการของเราตอนนี้ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อโลกยุคใหม่ กระบวนการยุติธรรมไม่เป็นที่พึ่งของประชาชน ปัญหาคอร์รัปชันลามไปถึงขั้นจ่ายส่วย ผบ.ตร. หน่วยงานความมั่นคงไม่เท่าทันภัยคุกคามสมัยใหม่ ทุนเทากำลังกัดกินประเทศและเข้ามาควบคุมการเมือง
เรื่องของคน ทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในประเทศนี้ ระบบการศึกษาของเราล้าสมัยจนใช้งานไม่ได้อีกแล้ว โครงการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้คนไทยส่วนใหญ่ เป็นแค่โครงการผลาญงบประมาณ แต่ไม่ส่งผลจริง
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ในสถานการณ์รุมเร้าเช่นนี้ การบริหารประเทศแบบเดิม การจัดตั้งรัฐบาลแบบเก่า จะไม่สามารถทำให้ประเทศของพวกเรา อยู่รอดอีกต่อไป
นี่จึงเป็นโจทย์ของพรรคประชาชน ที่ต้องมี“รัฐบาลประชาชน” ซึ่งออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดของการบริหารแบบเดิม ๆ การบริหารแบบเดิม ๆ ข้อจำกัดแบบเดิม
ประการที่หนึ่ง คือ การบริหารราชการที่ทำงานแบบไซโล กระทรวงใครกระทรวงมัน KPI ต่างคนต่างตั้ง แม้จะมีแผนบูรณาการ แต่ก็ไม่สามารถทำได้จริง
ข้อจำกัดที่สอง คือ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีตามระบบโควตา ไม่ได้จัดวางคนตามภารกิจให้เหมาะสมกับงาน ถ้ายิ่งรัฐมนตรีมาจากคนละพรรค หรือคนละพวก ก็ยิ่งไม่มีการประสานงานกัน ต่างคนต่างสร้างอาณาจักรของตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า “รัฐบาลประชาชน” จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อเป็นรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง พาประเทศไทยให้พ้นจากวังวนปัญหาซ้ำซาก และเป็นรัฐบาลที่มุ่งทำงานตามภารกิจ เพื่อตอบสนองความท้าทายของประเทศ และผลประโยชน์ของชาติที่หมายถึง “ประชาชน” โดยจะบริหารโดยบุคลากรที่เหมาะสมกับงาน ด้วยความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และเจตจำนงทางการเมือง เพื่อสร้างประเทศไทยที่ไม่เทา เท่ากัน และทันโลก
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า วิธีบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลประชาชน จะเน้นการทำงานแบบ “ทีมผู้นำเข้มแข็ง” ทำงานเป็นทีม โดยแบ่งภารกิจให้ชัดเจนตามประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศ ประกอบไปด้วย (1) ทีมทำเนียบรัฐบาล และ (2) ทีมกระทรวง
ทีมทำเนียบรัฐบาล คือ หัวใจและศูนย์กลางการทำงาน เปรียบเสมือนกองบัญชาการงานของรัฐบาล กำหนดเป้าหมาย จัดลำดับความสำคัญ เชื่อมประสานการทำงานของกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ทีมทำเนียบของรัฐบาลประชาชน จะประกอบด้วย ตนในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และทีมบริหารมืออาชีพที่ประกอบไปด้วยรองนายกรัฐมนตรี 4 ฝ่าย ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ (พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์), รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร), รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต (เดชรัต สุขกำเนิด), และรองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปภาครัฐ (ศิริกัญญา ตันสกุล).
ทีมทำเนียบรัฐบาลออกแบบมาเช่นนี้เพื่อแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินในอดีตที่แยกกันเป็นไซโล รองนายกของเราจะดูแลงานข้ามกระทรวงหรือข้ามหน่วยงาน ตามภารกิจ ส่วนตนในฐานะนายกรัฐมนตรีจะดูแลภาพรวมใหญ่ เพื่อป้องกันปัญหาความเป็นไซโลระหว่างรองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน
รองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลประชาชน จะไม่ควบตำแหน่งรัฐมนตรีระดับกระทรวง เพื่อให้สามารถทำงานดูแลภาพรวมในแต่ละภารกิจได้ ไม่ติดกับดักการทำงานรายวันในแต่ละกระทรวง
ส่วนทีมกระทรวงของรัฐบาลประชาชนนั้น จะทำงานภายใต้ทีมทำเนียบรัฐบาล แต่ละกระทรวงจะดูแลรับผิดชอบงานหลักของกระทรวง และงานเชิงประเด็นตามภารกิจที่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีและทีมบริหารของแต่ละกระทรวง จะเป็นบุคลากรที่จัดวางตามความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงาน เข้าใจภารกิจและมีเจตจำนงมุ่งมั่น เป็นผู้บริหารที่สามารถทำงานร่วมกับข้าราชการ และได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน
ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินแบบใหม่ของ “รัฐบาลประชาชน” ที่ใช้เจตจำนงทางการเมืองนำ ผสานกับการบริหารอย่างมืออาชีพ นี่คือรัฐบาลที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง แก้ไขปัญหาเรื้อรังของประเทศได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พอกันทีกับคำว่า “เลือกใครไปก็เหมือนกัน” การเลือกตั้งครั้งนี้ คือเวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ตนขอชวนพวกเรามาร่วมกันสร้าง “รัฐบาลประชาชน” ด้วยกัน
“8 ก.พ. นี้ กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ทั้ง สส. เขต และบัญชีรายชื่อ รวมทั้งลงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อพาคนไทย ไปสู่อนาคตใหม่ ที่ก้าวไกลกว่าเดิม” นายณัฐพงษ์ กล่าว