โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ร้านอาหาร “Talent Retention” สูตรคนเก่ง “สร้างเงินล้าน”

ThaiFranchiseCenter

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2568 เวลา 23.16 น.

ปี 2568 เต็มไปด้วยปัญหามากมาย ในด้านการลงทุนที่ทุกคนบอกว่าปีนี้คือเผาจริง สะท้อนด้วยตัวเลขที่น่าตกใจในทุกมิติไม่ว่าจะค่าครองชีพที่เพิ่มสูง , ต้นทุนวัตถุดิบที่มากขึ้น , คู่แข่งที่เยอะขึ้น , พฤติกรรมลูกค้าที่จับจ่ายน้อยลง ฯลฯ ทุกตัวแปรมีผลต่อการทำธุรกิจมาก ในด้านการบริหารจัดการก็คือส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา

แต่เทรนด์ที่ธุรกิจหลายแห่งใช้ในตอนนี้คือ “Talent Retention” หรือ การรักษาผู้มีความสามารถ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Talent Management (การบริหารจัดการผู้มีความสามารถ) ที่เน้นเฉพาะกิจกรรมและกลยุทธ์เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานที่มีความสามารถสูงลาออก

ร้านอาหารที่รักษาพนักงานเก่งๆ ไว้ มีโอกาสอยู่รอดสูง?

ถ้าไม่นับเรื่องการบริหารจัดการในฐานะเจ้าของกิจการที่ต้องมีแผนธุรกิจใช้ในภาวะฉุกเฉิน การรักษาพนักงานเก่งๆ (Talent Retention) ก็เป็นเคล็ดลับที่รักษาองค์กรให้ยั่งยืน มองดูในตัวเลขในภาคค้าปลีกและร้านอาหารที่มีอัตราการลาออก (turnover rate) สูงเฉลี่ย 30–50% ต่อปี การรักษาพนักงานเก่งไว้ยาวนานช่วยสร้างความได้เปรียบชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการสรรหา เพิ่มประสิทธิภาพบริการ หรือสร้างความภักดีจากลูกค้า ส่วนร้านอาหารที่เปลี่ยนคนบ่อยมักเผชิญกับ productivity loss สูงถึง 20–30% ในช่วงปรับตัวใหม่ ในขณะเดียวกันร้านที่เน้น retention มีกำไรสุทธิ สูงกว่า 15–25%

ถ้าดูในเชิงตัวเลขจะพบว่า Talent Retention มีผลต่อการสร้างยอดขายให้ร้านได้มาก

  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการแทนที่พนักงานร้านค้าหรือร้านอาหารอยู่ที่ 50,000–100,000 บาทต่อคน
  • พนักงานที่อยู่มายาวนานช่วยลดข้อผิดพลาดในบริการได้ 40–50%
  • 60% ของลูกค้าจะเลือกใช้บริการจากพนักงานที่รู้จักหน้า
  • 30% ของพนักงานเก่ามักมีไอเดียในการแก้ไขปัญหาธุรกิจได้อย่างตรงเป้าหมาย

ทั้งนี้ Talent Retention ยังไปสัมผัสกับคำว่า “Respect” ซึ่งเป็นนโยบายการเคารพตนเองและผู้อื่นกำลังถูกนำมาปรับใช้ในธุรกิจหลายแห่ง โดยผ่านนโยบาย DEI (Diversity, Equity, Inclusion) ที่ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม ซึ่งช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน ลดอัตราการลาออก และเสริมสร้างนวัตกรรมให้ดียิ่งกว่าเดิม

กระแสของ Talent Retention กับธุรกิจในยุคปัจจุบัน?

ปัจจุบันธุรกิจต่างๆ เน้นการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยเคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงอคติและส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังโฟกัสในมุมที่เจ้าของธุรกิจหรือพนักงานกล้าปฏิเสธงานที่เกินขีดจำกัด เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟ

ซึ่งมีตัวอย่างของหลายธุรกิจที่นำเอา Talent Retention มาใช้อย่างได้ผลยกตัวอย่าง เช่น

1. Sizzler Thailand

ภาพจาก https://citly.me/f4wcl

แบรนด์สเต๊กและบุฟเฟต์ชื่อดังที่เน้นวัฒนธรรมองค์กรแบบ "ครอบครัว" จ่ายเงินเดือนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 20% และมีโปรแกรมพัฒนาพนักงาน ทำให้ turnover rate ต่ำเพียง 15–20% ต่อปี (เทียบกับอุตสาหกรรมร้านอาหารที่ 40–60%) ส่งผลให้ประหยัดต้นทุน HR กว่า 100 ล้านบาทต่อปี

2. 7-Eleven (CP All)

เครือร้านสะดวกซื้อที่มีพนักงานประจำสาขายาวนานเฉลี่ย 3–5 ปี ผ่านนโยบายสวัสดิการเช่น โบนัสตามผลงานและการฝึกอบรมออนไลน์ Turnover rate ราว 25% (ต่ำกว่าอุตสาหกรรมค้าปลีก 40%) ทำให้ลดค่าใช้จ่ายฝึกพนักงานใหม่ลง 15% หรือประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ยอดขายรวมปี 2025 พุ่งสูงถึง 350,000 ล้านบาท

3. Jay Fai (ร้านกุ้งเผาตำนาน)

ร้านมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ ที่เชฟหลักและทีมงานหลักอยู่ยาวกว่า 15 ปี รู้จักสูตรอาหารและจัดการวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำ ทำให้ productivity สูงกว่าคู่แข่ง 30% ส่งผลให้ยอดขายต่อวันเฉลี่ย 1–2 ล้านบาท แม้ราคาอาหารสูง แต่ฐานลูกค้ายังมีมากราวๆ 70% เนื่องจากพอใจในคุณภาพที่สม่ำเสมอ เทียบกับร้านที่เปลี่ยนเชฟบ่อยซึ่งยอดขายผันผวนประมาณ 20%

4. Tops (Central Retail)

ภาพจาก www.centralretail.com

ในโมเดล Tops Club (คล้าย Costco) พนักงานที่ผ่านการฝึกยาวนานช่วยจัดการสินค้าขนาดใหญ่ได้รวดเร็ว ลด waste สินค้าลง 25% Turnover ต่ำที่ 18% ทำให้ยอดขายต่อสาขาเพิ่ม 12% เป็น 500 ล้านบาทต่อปี สูงกว่าสาขาที่ turnover สูงจากคู่แข่ง

5. Big C

หลังการปรับโครงสร้างใหม่มีพนักงานชำนาญสินค้าอยู่ยาว 3–4 ปี ช่วยแนะนำโปรโมชันตรงจุด ลดอัตราการคืนสินค้าลง 10% Turnover 22% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ยอดขายออนไลน์-ออฟไลน์เพิ่ม 18% เป็น 200,000 ล้านบาทในปี 2025

เหล่านี้คือตัวอย่างและข้อมูลที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า Talent Retention เป็นสูตรสำเร็จในการสร้างเงินล้านให้กับธุรกิจโดยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม และเทรนด์นี้เป็นมากกว่าจริยธรรมทั่วไป

แต่เป็น "กลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดและการเติบโต" ในโลกธุรกิจยุคใหม่ องค์กรที่บูรณาการความเคารพนี้ไว้ในทุกมิติของการดำเนินงาน จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ดึงดูดลูกค้าที่มีคุณภาพ และสร้างความไว้วางใจในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในที่สุด

------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย > 660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...