โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ITD เปิดรายงาน UNCTAD ชี้ชัด “ไทยครองแชมป์ความหลากหลายสินค้า” ใน Global South แนะเร่งต่อยอดบริการดิจิทัล–เศรษฐกิจสีเขียว

BTimes

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 04.35 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดรายงานการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำปี 2568 (UNCTAD Trade and Development Report 2025) ระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับสภาวะชะลอตัวและความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้า แต่ในขณะเดียวกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีสัญญาณบวกจากการขยายตัวของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศไทยที่ยังมีความโดดเด่นในฐานะประเทศที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยครองอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ส่งออก และติดอันดับต้น ๆ ของโลกในด้านความหลากหลายของคู่ค้าซึ่งเป็นเกราะป้องกันสำคัญจากพายุภาษีศุลกากรและความผันผวนทางการเงินโลก ที่พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียวและบริการดิจิทัลของอาเซียน

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการกีดกันทางการค้าผ่านนโยบายภาษี แต่ในขณะเดียวกันภูมิภาคอาเซียนยังคงแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก แม้ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 และ 2569 จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.6% แต่จากการวิเคราะห์ของ UNCTAD พบว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนารวมถึงอาเซียนยังคงมีสัญญาณบวก โดยคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่ 4.3% ในปี 2568 และ 4.2% ในปี 2569 ซึ่งถือเป็นกลไกหลักที่ช่วยประคองการเติบโตของโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่รายงานระบุชัดเจนว่ายืนอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบที่สุดจุดหนึ่งในกลุ่มประเทศ Global South และมีความโดดเด่นอยู่ที่การครองอันดับ 1 ในดัชนีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Trade Product Diversity Index) อาทิ ความสามารถในการกระจายฐานการส่งออกครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต และสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง ด้วยคะแนน 1.02 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ซึ่งความหลากหลายนี้จะเป็นเกราะป้องกันทางการค้าที่สำคัญ เมื่อต้องเผชิญกับพายุภาษีศุลกากรใหม่จากสหรัฐฯ แม้ไทยจะได้รับผลกระทบจากภาษีเพิ่มเติมในอัตราประมาณ 10% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่มคู่ค้าที่ถูกเรียกเก็บใหม่ แต่การมีฐานสินค้าและคู่ค้าที่หลากหลายจะช่วยให้ไทยปรับตัวและสลับไปใช้ตลาดทดแทนได้ทันทีเมื่อเกิดความผันผวน พร้อมทั้งเอื้อให้ประเทศไทยสามารถในการปรับสมดุลและบริหารความเสี่ยงทางการค้าได้ดี และรองรับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จากรายงาน TDR 2025 ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะที่ภาคการเงินเข้ามามีบทบาทเหนือภาคการผลิตจริง (Financialization) โดยเฉพาะในตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งไทยเป็นผู้เล่นหลัก ปัจจุบันรายได้ของบริษัทค้าอาหารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกว่า 75% มาจากการเป็นตัวกลางทางการเงินมากกว่าการขายสินค้าจริง ภาวะนี้ส่งผลให้ราคาเกิดความผันผวนและกระทบต่อเกษตรกรต้นน้ำโดยตรง ประกอบกับปรากฏการณ์การเร่งส่งออกล่วงหน้า (Frontloading) เพื่อเลี่ยงภาษีในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่กำลังจะหมดลง ยิ่งซ้ำเติมให้การค้าโลกเข้าสู่ภาวะชะลอตัวที่แท้จริง ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยและประชาคมอาเซียนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องเน้นแนวทางปฏิบัติเชิงรุก ผ่านการสร้างความร่วมมือในภูมิภาค ควบคู่ไปกับการสร้างห่วงโซ่คุณค่าในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ รายงานยังชี้ชัดว่าการค้าบริการกำลังเติบโตเร็วกว่าการค้าสินค้าแบบดั้งเดิม ไทยและอาเซียนจึงต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อคว้าโอกาสในกลุ่มบริการออนไลน์ (Digitally Deliverable Services) ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการสร้างความมั่งคั่ง โดยเฉพาะในปี 2569 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings ที่จะเป็นเวทีสำคัญในการประกาศวิสัยทัศน์ของไทยและอาเซียนในการแสดงความพร้อมเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและบริการดิจิทัลของโลกใต้เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

“สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ในฐานะหน่วยงานที่เป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับโลกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการค้าและการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย มุ่งมั่นที่จะใช้ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานดังกล่าวเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถปรับตัวและเข้าถึงข้อมูลการตลาดเชิงลึก เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพต่อความผันผวนของเศรษฐกิจ พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการผลักดันและพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรทางการค้าให้ก้าวทันกระแสความเปลี่ยนแปลง ผ่านการจัดการศึกษาอบรม การสร้างสรรค์ผลงานวิชาการที่ตอบโจทย์การแข่งขันในภูมิภาค และสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยแก่บุคลากรของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสร้างเสริมศักยภาพและความสามารถของประเทศกำลังพัฒนาให้เติบโตและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น” นายสุภกิจ กล่าวสรุป

สำหรับรายงานการค้าและการพัฒนา (Trade and Development Report หรือ TDR) เป็นรายงานเรือธงประจำปีของ UNCTAD ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การค้าระหว่างประเทศ และการเงินเพื่อการพัฒนา โดยรายงานฉบับปี 2025 ภายใต้หัวข้อ On the Brink: Trade, Finance and the Reshaping of the Global Economy ได้มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจโลก สำหรับผู้สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ On the brink: Trade, finance and the reshaping of the global economy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...