โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดรายได้ 3 ยักษ์ค้าทองคำไทย ยอดเทรดทองคำพุ่ง 50% ของ GDP

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 02.23 น.

ผู้ว่าการธปท. เผยยอดการเทรดทองคำพุ่งสูงถึง 50% ของจีดีพี กดดันค่าเงินบาทแข็งค่าและผันผวนสูงกว่าภูมิภาค “การเงินธนาคาร” เจาะงบการเงินปี 2567 ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ สร้างสถิติรายได้สูงสุดในไทยแตะ 2.66 ล้านล้านบาท แซงหน้าบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ เจาะลึกความมั่งคั่ง ‘วายแอลจี’ และ ‘เอ็มทีเอส (แม่ทองสุก)’ ขั้วอำนาจทองคำที่ครองส่วนแบ่งตลาดดิจิทัล

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวใน งานสัมมนา“Thailand Next Move 2026 : Wealth Creation” จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ว่า ธุรกรรมทองคำยังคงมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทและกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ค่าเงินบาท ในปีนี้พบว่า วันที่ค่าเงินบาทมีความผันผวนหรือแข็งค่าอย่างรวดเร็ว สัดส่วนการซื้อขาย FX ของร้านทองจะเพิ่มขึ้นถึง 20.5% ของปริมาณการซื้อขายรวมในตลาด จากเมื่อ 10 ปีที่แล้วมีสัดส่วน 8.9%

นอกจากนี้การซื้อขายทองคำ (Trade) จากผู้ประกอบการ 15-16 รายมีการเติบโตขึ้นมาก พบว่า การเทรดทองทุกช่องทางมีมูลค่าราว 50% ของจีดีพี และเมื่อผู้ประกอบการทองต้องขายดอลลาร์และซื้อเงินบาทเพื่อปรับสถานะทางธุรกรรม (Position) นำไปสู่การเคลื่อนไหวของเงินทุนที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

“ในวันที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว เช่น จาก 31.8 บาท ลงมาเหลือ 31.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พบว่ากว่าครึ่งของปริมาณการขายดอลลาร์ในตลาดมาจากร้านทอง ซึ่ง ธปท. ได้เพิ่มการติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และพิจารณาดำเนินมาตรการต่อธุรกรรมที่ก่อให้เกิดแรงกดดันดังกล่าว”

นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท. ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารก่อนรับทำธุรกรรม FX ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ โดยต้องขอหลักฐานประกอบทุกธุรกรรม และขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับร้านทองรายใหญ่เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลธุรกรรมทองคำอย่างละเอียด

เจาะงบการเงินปี 2567 : 3 ขั้วอำนาจทองคำไทย

จากการรวบรวมข้อมูลของ วารสารการเงินธนาคาร อ้างอิงงบการเงินปี 2567 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และรายงานผลประกอบการล่าสุด เผยให้เห็นตัวเลขรายได้ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดของ 3 ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมทองคำไทย ดังนี้

1. กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng)

ครองตำแหน่งเบอร์ 1 ของประเทศในด้านรายได้ โดยบริษัทในเครือมีผลประกอบการที่สร้างสถิติใหม่ ดังนี้:

บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ จำกัด

  • รายได้รวม: 2,657,573 ล้านบาท (เติบโต 97.43%)
    [* กำไรสุทธิ: 547.78 ล้านบาท \(เติบโต 89.38%\) ]

บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

  • รายได้รวม: 12.78 ล้านบาท (ลดลง 3.87%)
    [* กำไรสุทธิ: \-16.61 ล้านบาท \(ขาดทุนเพิ่มขึ้น 42.18%\) ]

ทั้ง 2 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น: 2,657,586,317,560.71 บาท (2.66 ล้านล้านบาท) และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 531,168,203.79 บาท (531.17 ล้านบาท)

สถานะปัจจุบัน : นายธนรัชต์ พสวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาดการณ์ว่าในปี 2568 รายได้อาจพุ่งแตะ 5 ล้านล้านบาท จากอานิสงส์ราคาทองคำโลกที่ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องและการเปลี่ยนผ่านสู่การเทรดออนไลน์เกือบ 100%

จุดแข็ง : การเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด Gold Futures (TFEX) และการเชื่อมต่อระบบเทรดทองคำ 99.99% กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

2. กลุ่มวายแอลจี (YLG Bullion)

ยักษ์ใหญ่ที่รุกตลาดรายย่อยด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและแอปพลิเคชัน Get Gold โดยบริษัทในเครือมีผลประกอบการดังนี้:

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

  • รายได้รวม: 927,971.29 ล้านบาท (เติบโต -13.00%)
    [* กำไรสุทธิ: 24.97 ล้านบาท \(เติบโต 0.50%\) ]

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

  • รายได้รวม: 101.88 ล้านบาท (เติบโต -13.29%)
    [* กำไรสุทธิ: 12.86 ล้านบาท \(เติบโต \-47.53%\) ]

ทั้ง 2 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น: 928,073,172,237.94 บาท (9.28 แสนล้านบาท) และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 37,822,255.78 บาท (37.82 ล้านบาท)

ความเคลื่อนไหวล่าสุด: นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าดีมานด์ทองคำในไทยโตเร็วที่สุดในโลก (อันดับ 1 ในปี 2567) โดยมีการทำ DCA ทองคำผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โมเดลรายได้: เน้นส่วนต่างราคา (Spread) และค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มออมทองเริ่มต้น 100 บาท

3. กลุ่มเอ็มทีเอส กรีน โกลด์ (MTS Gold / แม่ทองสุก)

ผู้นำด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานการเทรดทองคำออนไลน์ของไทย โดยบริษัทในเครือมีผลประกอบการดังนี้:

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด

  • รายได้รวม: 1,432,282.10 ล้านบาท (เติบโต 109.55%)
    [* กำไรสุทธิ: 87.29 ล้านบาท \(เติบโต 61.03%\) ]

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (2498) จำกัด

  • รายได้รวม: 4,339.46 ล้านบาท (เติบโต 40.00%)
    [* กำไรสุทธิ: 26.25 ล้านบาท \(เติบโต 109.26%\) ]

ทั้ง 2 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น: 1,436,621,559,838.99 บาท (1.44 ล้านล้านบาท) และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 113,541,780.74 บาท (113.54 ล้านบาท)

ความโดดเด่น: เป็นผู้บุกเบิกการเทรดทองคำ Gold Spot ผ่านระบบตลาดโลกและเชื่อมโยงกับธนาคารพาณิชย์ใหญ่ในแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ทำให้ปริมาณการหมุนเวียนเงิน (Volume) สูงในระดับล้านล้านบาทเช่นเดียวกับคู่แข่งรายอื่น

รายได้รายเดือน: ในช่วง Golden Period (ต.ค. – ธ.ค. 2568) ปริมาณการเทรดรายวันเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นกว่า 3-5 เท่าตัวเทียบกับช่วงต้นปี

แม้ตัวเลขรายได้จะอยู่ในระดับล้านล้านบาท แต่ “อัตรากำไรสุทธิ” (Net Profit Margin) ของกลุ่มค้าทองคำกลับค่อนข้างต่ำ (เฉลี่ยไม่ถึง 0.1% ของรายได้) เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่คือมูลค่าของตัวสินทรัพย์ (ทองคำ) ไม่ใช่กำไรจากการดำเนินงานโดยตรง

ตัวเลขที่รายได้มหาศาลภายใต้ Margin ที่เบาบาง สะท้อนความย้อนแย้งของรายได้ระดับ ‘ล้านล้านบาท’ แต่กำไรสุทธิหลัก ‘ร้อยล้านบาท’ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธุรกิจค้าทองคำมีลักษณะพิเศษคือ “High Volume, Low Margin” โดยรายได้ส่วนใหญ่เกิดจากการหมุนเวียนของมูลค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับรายได้รวม

อย่างไรก็ตาม ธปท. กำลังเตรียมยกระดับการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน (Travel Rule) และคุมเข้มการทำ FX Forward เพื่อลดผลกระทบต่อเสถียรภาพค่าเงินบาทในอนาคต

สงครามแพลตฟอร์มดิจิทัล 2025 : งัดกลยุทธ์ ‘Fee Zero’ ปั้น Churn Rate ทะลุเพดาน

ความสะดวกของแอปพลิเคชันที่ “ไม่มีค่าธรรมเนียม” และ “เทรดเรียลไทม์” ทำให้เกิดการซื้อขายหมุนเวียน (Churn Rate) สูงมากในแต่ละวัน

เปรียบเทียบฟีเจอร์และค่าธรรมเนียม 3 แอปหลัก

‘เทรดทองคำ’ ชนวนเหตุเงินบาทแข็งค่า และความเสี่ยงเชิงระบบที่ ธปท. เฝ้าระวัง?

สาเหตุที่มูลค่าการเทรดทองคำส่งผลกระทบค่าเงินบาท ส่วนหนึ่งมาจากกลไกการชำระเงินในแอปพลิเคชั่นเทรดทองทำ

  • กลไกการทุบค่าเงินโดยไม่ตั้งใจ: เมื่อราคาทองโลกพุ่งสูง คนไทยกด “ขาย” ในแอปฯ พร้อมกัน ร้านทองต้องจ่ายเงินบาทให้ลูกค้า และนำทองไปขายในตลาดโลกเพื่อรับ “ดอลลาร์” จากนั้นต้องรีบแลกดอลลาร์กลับเป็น “บาท” เพื่อรักษาสภาพคล่อง
  • ปริมาณธุรกรรมมหาศาล: เมื่อธุรกรรมนี้เกิดขึ้นในระดับ 50% ของ GDP การเทขายดอลลาร์เพื่อซื้อบาทในปริมาณมหาศาลจึงทำให้ “เงินบาทแข็งค่า” เร็วกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจจริง
  • ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk): ปริมาณเงินหมุนเวียนมหาศาลที่ถูกควบคุมโดยผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย อาจสร้างความผันผวนให้ระบบการเงินไทยหากเกิดภาวะ Panic Sell หรือระบบขัดข้อง

‘Digital Onboarding’: ทางด่วนการลงทุนที่มาพร้อมความท้าทายด้านการกำกับดูแล

การที่มูลค่าธุรกรรมทองคำออนไลน์พุ่งสูงขึ้น มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือกิจกรรม “Onboarding” หรือการเปิดบัญชีที่รวดเร็วผ่านเทคโนโลยี e-KYC และระบบการถอนสินทรัพย์ที่ยืดหยุ่น

การเปรียบเทียบขั้นตอนการเปิดบัญชีและระบบการยืนยันตัวตน (Onboarding)

โครงสร้างการบริหารสินทรัพย์จริง เงื่อนไข ‘Redemption’ จากตัวเลขสู่ทองคำแท่ง

หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “ตัวเลขในหน้าจอ” เป็น “ทองคำแท่ง” ซึ่งมีรายละเอียดต้นทุนและเงื่อนไขดังนี้:

ฮั่วเซ่งเฮง (GOLD NOW)

  • เกณฑ์การถอน: ต้องมียอดทองสะสมครบตามน้ำหนักมาตรฐาน (เช่น 1 สลึง, 5 บาท, 10 บาท)
    • ขั้นตอน: กดคำสั่ง “ถอนทอง” ในแอปพลิเคชัน และเลือกสาขาที่จะเข้ารับ (สีลม, เยาวราช, หรือห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ)
    • ค่าธรรมเนียม: เสียค่าธรรมเนียมการถอนทอง (Premium/ค่ากำเหน็จ) ตามน้ำหนักและประเภททองที่เลือก
    • เวลาดำเนินการ: รับทองได้ที่สาขาตามวันและเวลาที่นัดหมายในแอปฯ

YLG (Get Gold)

  • เกณฑ์การถอน: เริ่มต้นถอนทองจริงได้ตั้งแต่น้ำหนัก 1 กรัม ขึ้นไป (เหมาะสำหรับผู้ออมรายย่อย)
    • ขั้นตอน: ทำรายการผ่านแอปฯ เลือกประเภททอง (96.5% หรือ 99.99%)
    • การจัดส่ง: มีบริการส่งทองถึงบ้านผ่านไปรษณีย์ไทย/ขนส่งเอกชน พร้อมประกันภัยสินค้า หรือรับที่สำนักงานใหญ่
    • ค่าธรรมเนียม: มีค่าธรรมเนียมการถอนและค่าจัดส่งตามระยะทาง

MTS Gold (แม่ทองสุก)

  • เกณฑ์การถอน: ถอนได้ตามมาตรฐานน้ำหนักทองคำแท่ง (เริ่มต้น 0.1 กรัม ในบางโปรแกรมออม)
    • ขั้นตอน: แจ้งถอนผ่านระบบออนไลน์หรือ LINE OA
    • จุดเด่น: สามารถเลือกรับทองได้ที่สาขาของแม่ทองสุกที่มีเครือข่ายครอบคลุม และมีระบบ Gold Blockchain ตรวจสอบความถูกต้องของทองคำได้
    • ค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมตามน้ำหนัก (บล็อก) และค่าบริการจัดการสินทรัพย์

‘AML’ และ ‘Capital Flow’ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของร้านทองไทย

ความรวดเร็วในการเปิดบัญชีแบบ Real-time ของผู้ประกอบการ ในมุมมองของหน่วยงานกำกับดูแล :

  • ด้านการฟอกเงิน (AML): การเทรดทองคำในปริมาณมหาศาลอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน หากระบบ e-KYC และการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน (Source of Funds) ไม่เข้มงวดพอ
    • ด้านเสถียรภาพการเงิน: ระบบ “ถอนทองจริง” ที่มีประสิทธิภาพช่วยลดความร้อนแรงของ Paper Trade ได้ระดับหนึ่ง แต่หากเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นและมีการแห่ถอนทองจริง (Bank Run on Gold) ร้านทองต้องมีความสามารถในการสำรองทองคำจริง (Physical Reserve) ที่เพียงพอต่อธุรกรรมออนไลน์
    • การตรวจสอบจาก ธปท. : ปัจจุบัน ธปท. ขอความร่วมมือร้านทองรายใหญ่รายงานข้อมูลธุรกรรมแบบรายวัน เพื่อติดตามทิศทางกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า-ออกผ่านตลาดทองคำ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ

ตารางสรุปต้นทุนแฝงในการไถ่ถอน

ธุรกิจค้าทองคำไทยในปี 2568 ได้เปลี่ยนสภาพจาก “ร้านขายเครื่องประดับ” กลายเป็น “สถาบันการเงินดิจิทัล” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจจะเห็นการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น เช่น การบังคับให้เทรดด้วยสกุลเงินดอลลาร์ (USD) โดยตรงเพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท

ที่มาของข้อมูล:

  • งบกำไรขาดทุนปี 2567-2568: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (DBD)
  • ข้อมูลค่าธรรมเนียม: รวบรวมจากประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง, YLG Bullion และ MTS Gold ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2568
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ (Terms & Conditions) ของแอปพลิเคชัน GOLD NOW, YLG Get Gold และ MTS Gold อัปเดตล่าสุด 19 ธันวาคม 2568
  • แนวทางปฏิบัติการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ของธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...