โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว ‘Love and Leashes’ เข้าใจ D&S โซ่ แส้ กุญแจมือ รสนิยม ไม่ใช่โรคจิต

TODAY

อัพเดต 21 ก.พ. 2565 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 08.55 น. • workpointTODAY

Love and Leashes รักจูงรัก เป็นภาพยนตร์ Netflix Original แนวผู้ใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นภาพยนตร์นำร่องของ Netflix ที่มุ่งเป้าจะเพิ่มคอนเทนท์สำหรับผู้ใหญ่มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และเป็นภาพยนตร์ที่มีพล็อตแปลกใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบ D&S - ผู้ออกคำสั่ง(มาจาก Dominant จากนี้จะเรียกว่า ‘ดอม’) & ผู้เชื่อฟังคำสั่ง (มาจาก Submissive จากนี้จะเรียกว่า ‘ซับ’) ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นคำนี้จากภาพยนตร์ดังเรื่อง 50 Shades of Gray แต่ในเรื่องนี้มาแบบแปลกใหม่ตรงที่กลับฝั่งให้ ผู้ชายเป็นซับ ส่วนผู้หญิงเป็นดอม

Love and Leashes ดัดแปลงมาจากเว็บตูนเรื่อง Moral Sense มีเรื่องราวเกี่ยวกับ‘ชองจีฮู’ (จุน U-Kiss) ชายหนุ่มหน้าตาดี ที่มีความลับสุดยอดว่าเขามีรสนิยมชอบความสัมพันธ์ D&S ชอบโดนออกคำสั่งและโดนลงโทษ แต่วันหนึ่งความลับก็รั่วไหลเมื่อเขาต้องเปลี่ยนแผนกมาทำงานร่วมกับสาวชื่อคล้ายอย่าง ‘ชองจีอู’ (ซอฮยอน SNSD) ที่เผลอรับพัสดุของเขา และเปิดมาเจอปลอกคอหนัง เขาเลยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการขอให้เธอมาเป็นนายหญิงของเขาเสียเลย!

Love and Leashes (L to R) Seo Hyun as Jung Ji-woo, Lee Jun-young as Jung Ji-hoo in Love and Leashes. Cr. Jun Hae-sun/Netflix © 2022

แม้ภาพยนตร์จะไม่ได้ถึงกับเรียกได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซ แต่ก็ดูสนุกและนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ที่น่าสนใจของความสัมพันธ์แบบ D&S ว่ามันไม่จำเป็นว่าดอมต้องเป็นผู้ชายที่ มัด เฆี่ยน ตี ผู้หญิงเสมอไป แต่ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้สามารถลื่นไหล เปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของทั้งคู่ นอกจากนี้ยังแยกให้เห็นว่าเซ็กส์ และความสัมพันธ์แบบ D&S การ ‘เล่น’ แบบ BDSM ซึ่งย่อมาจาก พันธนาการ (Bondage) การลงโทษ (Discipline), การแสดงอำนาจเหนือกว่า (Dominance), การยอมจำนน (Submission), การมีความสุขจากการทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด (Sadism) และการมีความสุขจากการถูกผู้อื่นทำให้เจ็บปวด (Masochism) เป็นสิ่งที่แยกจากกัน โดยคนที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบ D&S อาจจะมีหรือไม่มีเซ็กส์กัน แต่สนุกกับการละเล่นแบบ BDSM ก็ได้เช่นกัน โดยนำเสนอมุมมองนี้ผ่านตัวละครชองจีอูที่เป็นนายหญิงมือใหม่และค่อย ๆ เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นดอม และตัวจีฮูที่เป็นซับซึ่งต้องเก็บรสนิยมส่วนตัวนี้ไว้เพราะการต่อต้านจากสังคม ทั้งที่เขาไม่เคยทำร้ายใคร

Love and Leashes (L to R) Lee Jun-young as Jung Ji-hoo, Seo Hyun as Jung Ji-woo in Love and Leashes. Cr. Jun Hae-sun/Netflix © 2022

การแสดงของสองนักแสดงนำก็ทำให้ภาพของ D&S ในเรื่องนี้ออกมาร้อนแรง แต่ก็ยังน่ารักและนุ่มนวลกว่าที่เคยเป็นมา เช่น การตีความจีฮูเป็นสุนัขพันธ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักและเป็นมิตร โดยจุนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเพื่อรับบทเขาได้ศึกษาลักษณะของสุนัขพันธุ์นี้ แต่ในภาพยนตร์เลือกการเห่าที่ใช้เสียงค่อนข้างเล็ก นอกจากจะสร้างความตลกกับการใช้คอนทราสต์ของตัวโต ๆ กับเสียงเล็ก ๆ แล้วยังเหมือนการค่อย ๆ ล้างภาพความน่ากลัวของการเล่นแบบ คิงกี้ (Kinky) หรือกิจกรรมทางเพศที่ถูกมองว่าอยู่นอกเหนือจากบรรฑัตฐานอีกด้วย

Love and Leashes (L to R) Seo Hyun as Jung Ji-woo, Lee Jun-young as Jung Ji-hoo in Love and Leashes. Cr. Jun Hea-sun/Netflix © 2022

[เนื้อหาในบทความต่อไปนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง]

ภาพด้านลบของ BDSM ได้ถูกสร้างผ่านสื่อมาอย่างยาวนาน อย่างในละครไทยก็จะสามารถพบตัวร้ายที่มีของประกอบฉากเป็นโซ่ แส้ กุญแจ มือ มาพร้อมกับการข่มขืน เพื่อเน้นในเห็นความวิปริตของตัวละคร หรือแม้แต่ภาพยนตร์ชุด 50 Shades ที่นำเสนอ BDSM ผ่านความสัมพันธ์ของ ‘คริสเตียน’ พระเอกสุดหล่อที่ชอบ BDSM และ ‘อนาสตาเซีย’ นางเอกที่ตกหลุมรักเขาเลยเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์โดยยอมเป็นซับของเขา ก็โดนวิพากย์วิจารณ์ เพราะนางเอกยอมตกลงเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ทั้งที่จริงเธอไม่ได้โอเคกับการเป็นซับอย่างแท้จริง ในเรื่องที่เธออนุญาตให้เขาทำอะไร ๆ กับร่างกายเธอได้ เพราะกลัวเสียเขาไปหรือไม่กล้าที่จะพูด หลายทีที่เธออดทนจนเกินขีดจำกัดของตัวเองและหลายครั้งมันก็จบด้วยน้ำตา

บทความจาก The Atlantic เป็นหนึ่งในหลายบทความที่พูดถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่าคนที่อยู่ในสังคมที่นิยมกิจกรรมทางเพศที่ถูกมองว่าอยู่นอกเหนือจากบรรฑัตฐาน (Kink Community) ไม่ได้มีเซ็กส์แบบนี้ เพราะพวกเขามักจะทำตามกฏอย่างเข้มงวดเพื่อ ความปลอดภัยและการยินยอมพร้อมใจ นอกจากนี้ ในภาพยนตร์ชุด 50 Shades พวกเขามักเสนอเซ็กส์แบบ ‘วานิลลา’ (Vanilla) หรือเซ็กส์ที่เป็นไปตามบรรทัตฐานปรกติเป็นเซ็กส์ที่เต็มไปด้วยความรักมากกว่า และในตอนจบคริสเตียนกับอนาสเตเซียก็เลิกความสัมพันธ์แบบ D&S และพวกเขาก็อยู่กันแบบมีความสุข เพราะรสนิยมแบบ BDSM ของเขาเกิดมาจากแผลในใจจากวัยเด็ก ในเรื่อง สุดท้ายแล้ว BDSM จึงไม่ต่างกับการเป็นโรคที่รักษาได้ด้วยความรัก

ซึ่งต่างกับ Love and Leashes ตรงที่ ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์พวกเขาจงใจตัดเรื่องปูมหลังของจีฮูที่การขาดความสนใจจากแม่ ซึ่งยุ่งกับการดูแลน้องจึงปล่อยเขาที่ดูแลตัวเองได้ให้เติบโตอย่างเดียวดายจนเขาอยากจะให้ใครมาดุด่าออกคำสั่งซึ่งมีอยู่ในเว็บตูนออกไป และนี่ยิ่งเป็นการเน้นว่าภาพยนตร์ต้องการเสนอให้ BDSM เป็นเพียงรสนิยมทางเพศ ที่เขาชอบรู้สึกว่า ‘มันทำให้เขารู้สึกถึงการมีชีวิต’ เท่านั้น ทั้งที่เขาเจ็บปวดทางร่างกายและหลายครั้งมันกลับเป็นสิ่งที่เยียวยาเขา

‘ผมคงไม่อยากให้พวกนั้นรู้ว่า จริงๆ แล้วผมอ่อนแอ และเนื้อแท้ผมเป็นคนเปราะบางแค่ไหน เพราะงั้นตอนที่เห็นว่าทุกอย่างพังทลายผมถึงรู้สึกดีมาก ผมชอบการล้มลงกับพื้น โดนเหยียบย่ำ แตกสลาย ที่คุณจีอูเป็นคนทำเท่านั้น’

Love and Leashes (L to R) Kim Bo-ra as Hana, Lee Jun-young as Jung Ji-hoo in Love and Leashes. Cr. Jun Hae-sun/Netflix © 2022

นอกจากการสร้างความเข้าใจเรื่อง BDSM แล้ว ภาพยนตร์ยังเสนอความลำบากของผู้ที่มีรสนิยมแบบนี้ต้องเผชิญเช่นการที่คู่ไม่มีความเข้าใจเรื่องการยินยอม และมองว่าจะทำอะไรกับคนที่เป็นซับก็ได้ แบบที่เพื่อนของนางเอกเจอ หรือการโดนสังคมเหยียดหยาม ทั้งที่พวกเขาไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้ใครนอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกประเด็นทางสังคมเข้าไปอีกหลายประเด็น

● ความสองมาตราฐานของสังคม ที่อะไรที่เลวร้ายกว่าอย่างเช่น การนอกใจหรือการหาสาว ๆ มาประเคนหัวหน้า ถูกมองข้ามในขณะที่ กีดกันรสนิยมทางเพศที่แตกต่างอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น LGBT หรือ BDSM ก็ตามโดนรังเรียจและกีดกัน แสดงผ่านบทลงโทษตอนท้ายที่มีเพียงจีฮูและจีอูเท่านั้นที่โดนลงโทษทั้งที่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา

● การที่สังคมกำหนดบทบาทให้ผู้หญิงเป็นผู้ตามเสมอ เช่น ที่จีอูจะโดนหัวหน้าพูดจาเหยียดเพศใส่ หรือโดนสั่งให้ทำโน่นทำนี่เพราะเหม็นหน้าที่เธอไม่ยิ้มหวาน ๆ หรือทำตัวแบบที่เขาคาดหวัง หรือฉากโดนสอบสวนที่เหล่าหัวหน้าพูดว่าความสัมพันธ์ที่ให้ผู้หญิงนำอาจจะตื่นเต้นแค่แรก ๆ เหมือนกับว่าผู้หญิงจะต้องเป็นผู้ตามเสมอไป

● ความเหลื่อมล้ำทางเพศ และความกดดันของพนักงานหญิงที่แม้จะโดนกระทำยังไงก็ต้องปิดปากไว้ ได้เพียงแต่บ่นกับเพื่อนร่วมงาน

Love and Leashes Lee Jun-young as Jung Ji-woo in Love and Leashes. Cr. Jun Hae-sun/Netflix © 2022

การต่อต้านความอยุติธรรมเหล่านั้นได้ระเบิดมาในฉากที่จีฮูและจีอูเล่นกันที่ออฟฟิศ การถกเถียงกันในห้องสอบสวนในท้ายเรื่อง และการที่พลิกขนบเดิมโดยให้ตัวละครหญิงเป็นดอมแทนตัวละครชายจึงเป็นการตอกย้ำว่าไม่มีควรมีกรอบอะไรมากำหนดบทบาท หรือมีการขีดเส้นแบ่งเพื่อกันใครออกไปเพียงเพราะเขาไม่เหมือนเรา

Love and Leashes จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสำหรับคนบางคนแล้ว BDSM อาจจะเป็นรสนิยมธรรมดาอย่างหนึ่ง เหมือนการได้กินอาหารที่ชอบ ไปนวดผ่อนคลาย และการใช้เวลากับคนที่พึงใจเท่านั้น และสิ่งที่ภาพยนตร์สื่อได้ดีที่สุดคือไม่ว่าจะในความสัมพันธ์แบบไหนก็ควรมีสิ่งสำคัญที่สุดคือการยินยอม (Consent) สื่อผ่านทางตอนจบของภาพยนตร์ที่ทั้งสองตกลงคบกันโดยเห็นพ้องที่จะคงสถานะดอมและซับคู่ขนานการไปกับความสัมพันธ์แบบคนรัก และภาพยนตร์นี้ก็เน้นให้เราเห็นว่าตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมแล้ว ทุกคนรอบข้างก็ควรเรียนรู้ที่จะยอมรับในรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายของคนเช่นกัร

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/international-44140482

https://www.soompi.com/article/1511947wpp/seohyun-and-lee-jun-young-talk-about-their-surprise-when-seeing-the-script-for-love-and-leashes

https://www.bbc.com/thai/international-44140482

https://www.theatlantic.com/culture/archive/2015/02/consent-isnt-enough-in-fifty-shades-of-grey/385267/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...