โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'อาหารมื้อแรก' ของลูกน้อย เริ่มตามวัย-เลี่ยงภูมิแพ้อาหาร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ก.พ. 2565 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 23.40 น.
'อาหารมื้อแรก' ของลูกน้อย เริ่มตามวัย-เลี่ยงภูมิแพ้อาหาร

‘อาหารมื้อแรก’ ของลูกน้อย เริ่มตามวัย-เลี่ยงภูมิแพ้อาหาร

โรคภูมิแพ้ มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง “พันธุกรรม” เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ทุกชนิด โดยถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่ก่อนแล้ว ลูกก็จะมีโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ได้มากขึ้น

ส่วน “สิ่งแวดล้อม” เริ่มตั้งแต่ตอนคุณแม่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่เลี้ยงดูเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอยู่ในสถานที่ที่มีสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ละอองหญ้า เกสรดอกไม้ ใกล้ชิดคนสูบบุหรี่ พื้นที่ที่มีฝุ่น pm 2.5 หนาแน่น จะเพิ่มความเสี่ยงและความรุนแรงของการเป็นโรคภูมิแพ้

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา โรงพยาบาลนวเวช ให้ข้อมูลว่า การเกิดโรคภูมิแพ้มักเป็นไปตามอายุ โดย “โรคภูมิแพ้อาหาร” (Food Allergy) มักพบในช่วงขวบปีแรก โดยมีการแพ้อาหารของเด็ก ตามช่วงอายุ ดังนี้

“แพ้โปรตีนนมวัว” (cow’s milk protein allergy) มักพบในช่วงขวบปีแรก โดยพบว่าการที่แม่ดื่มนมวัวปริมาณมากกว่าปกติในช่วงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร การมีพี่น้องมีอาการแพ้โปรตีนนมวัวอยู่แล้วจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

“แพ้ไข่” (Egg allergy) “แพ้แป้งสาลี” (Wheat allergy) “แพ้ถั่ว” (Peanut allergy) ในปัจจุบันพบว่าเกิดได้ทั้งจากที่เด็กเริ่มกินเองเป็นครั้งแรก หรือที่ผ่านทางน้ำนมแม่ ก็มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเช่นกัน

ซึ่งอาการแสดงเบื้องต้นของการแพ้อาหารมีได้หลายลักษณะ ดังเช่น อาการทางผิวหนัง มีผื่นคัน ผื่นแดง ผื่นเม็ดทราย ซึ่งมักพบบริเวณลำตัวได้มากที่สุด หรือเกิดผื่นแพ้ผิวหนังบริเวณที่เฉพาะเจาะจง มีลักษณะหยาบ หนา แห้ง คันเรื้อรัง เฉพาะบริเวณ เช่น แก้ม ข้อมือ ข้อเท้า ข้อพับแขนขา รวมไปถึงตามลำตัวและท้องได้ ซึ่งผื่นนี้เด็กทารกมักมีอาการคันมาก การเกาทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณผิวหนังตามมาได้บ่อย ๆ ทำให้รักษาหายขาดได้ยาก

อาการทางระบบทางเดินหายใจ แน่นจมูก จาม มีน้ำมูกใส ๆ ไหลเรื้อรัง หรือเป็น ๆ หาย ๆ หายใจครืดคราด ติดขัด หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก ไปจนถึงหายใจแบบมีเสียงวี๊ด (Wheezing) ซึ่งอาการมีความคล้ายกับอาการของโรคหอบหืดได้เช่นกัน ทั้งนี้อาการทางระบบทางเดินหายใจอาจมีความรุนแรงไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น  การคัน ระคายในคอในช่องปาก ปวดท้องแบบบีบเกร็ง ซึ่งทำให้ทารกร้องกวนบ่อย ๆ นอนได้ไม่นาน ไม่สบายท้อง แน่นท้อง ลักษณะเหมือนมีลมในท้อง ซึ่งอาจทำให้สะอึกหรือขย้อนนมตามหลังการกินนมได้ ถ่ายบ่อย ถ่ายท้องเสีย โดยเฉพาะถ่ายปนมูก ถ่ายปนมูกเลือด กินนมยาก น้ำหนักไม่ขึ้น เลี้ยงไม่โต และร้องไห้โคลิค

ฉะนั้นการเริ่มต้น “อาหารมื้อแรก” ในเด็กกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการแพ้อาหาร เป็นดังนี้

1.ข้าว เป็นอาหารหลัก เริ่มที่มื้อแรก ควรเป็นข้าวขาว ในทารกที่กินนมแม่สามารถกินเป็นข้าวบดผสมนมแม่ได้

2. ผัก-ผลไม้ เริ่มที่อายุ 4-6 เดือน เนื่องจากเป็นอาหารความเสี่ยงน้อยต่อการแพ้อาหาร สามารถกินซ้ำเพียง 2-3 วัน ได้ตามลำดับ อาทิ ผักสีขาว-เขียวอ่อน ได้แก่ ผักกาดขาว หัวหอม หัวไชเท้า ซูกินี่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก, ผักสีเขียวเข้ม ได้แก่ ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง บลอคโคลี่ ผักโขม และผักสีเหลือง ส้ม แดง ม่วง ได้แก่ ข้าวโพด ฟักทอง แครอท มะเขือเทศ บีทรูท มะเขือม่วง

3. เนื้อสัตว์ เริ่มที่อายุ 6 เดือน: เนื้อไก่ เนื้อหมู ตับ และปลาน้ำจืด ตามลำดับ

4. อาหารกลุ่มความเสี่ยงสูง ควรเริ่มตามอายุ ดังนี้  ไข่แดง : อายุ 6 เดือน, ไข่ขาว : อายุ 7-9 เดือน, แป้งสาลีและธัญพืช : 11-12 เดือน, ถั่วเหลือง : อายุ 6-7 เดือน, ถั่วลิสง และถั่วเปลือกแข็ง : อายุ 3 ปีขึ้นไป,  อาหารทะเล เช่น ปลาทะเล กุ้ง ปู หอย : อายุ 2 ปีขึ้นไป และปลาหมึก : อายุ 2-3 ปีขึ้นไป

ภูมิแพ้อาหารในเด็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...