โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจฟาร์มปลาหมึกควรไปต่อ? เหตุความยั่งยืนและหมึกทรมาน

Environman

อัพเดต 25 ธ.ค. 2564 เวลา 15.43 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2564 เวลา 15.43 น.

ล่าสุดเมื่อมีข่าวแว่วมาว่าการจัดตั้งฟาร์มปลาหมึกเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกกำลังจะประสบผลสำเร็จแล้ว จึงเกิดเป็นการสนับสนุนและคัดค้านจากฝ่ายของนักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์ว่า หมึกที่มีความรู้สึกและฉลาดมากเช่นนี้ ควรจะถูกจับมาเลี้ยงเป็นอาหารในเชิงพาณิชย์ที่มากขึ้นเช่นนี้จริง ๆ หรือไม่ เพราะน้องเองสามารถสัมผัสความเจ็บปวดได้เช่นกัน

#ปฏิกริยาแสดงอารมณ์ Stacey Tonkin หนึ่งในทีมนักเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ Bristol Aquarium และมีหน้าที่หลักในการดูแลเจ้าหมึกยักษ์แปซิฟิกอย่าง Davy Jones หรือ ‘DJ’ ซึ่งมักมีปฏิกริยาตอบโต้กับคนได้อย่างชาญฉลาด อย่างเช่น ถ้าเขาอารมณ์ดีก็จะแสดงออกโดยการเอาหนวดมาแตะที่กระจกเป็นการสื่อสาร หรือบางครั้งก็เอาหนวดมาจับที่มือของเธอ แต่บางวันก็อาจเบื่อ อารมณ์ไม่ดีจนนอนหลับทั้งวัน เขากล่าว โดยความมหัศจรรย์อีกอย่างคือ สีของหมึกยักษ์นั้นมักจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของพวกเขา “เมื่อเขาเป็นสีน้ำตาลอมส้ม มันเหมือนกับความรู้สึกที่กระฉับกระเฉงหรือขี้เล่นที่จะมาอยู่ใกล้ ๆ คุณแล้วว่ายน้ำไปรอบ ๆ”

#ความฉลาด ปลาหมึกยักษ์มีสมองที่ใหญ่และซับซ้อน เช่น พวกเขาใช้มะพร้าวและเปลือกหอยเพื่อซ่อนและป้องกันตัวเองโดยเรียนรู้ที่จะใช้อุปกรณ์ได้อย่างว่องไว หรือการที่สามารถหลบหนีจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและลอดจากกับดักที่คนวางไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญก็ได้เผยว่า หมึกยักษ์สามารถเริ่มกินกันเองได้ หากมีปลาหมึกมากกว่าหนึ่งตัวอยู่ในตู้เดียวกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่ามันไม่ควรถูกขังอยู่ในบริเวณเดียวกัน

มีงานศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้นที่สรุปว่าหมึกเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก และสามารถสัมผัสกับความสุข ความรู้สึกตื่นเต้นได้ รวมถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน และอันตราย โดยเขาเชื่อว่าการทำฟาร์มปลาหมึกนั้นจะยิ่งทำให้ปลาหมึกรู็สึกทรมาน และรัฐบาลอาจพิจารณาห้ามนำเข้าปลาหมึกในฟาร์มในอนาคตได้

การบริโภคปลาหมึกทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละทั่วมุมโลก โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่บางครั้งคนก็นิยมบริโภคทั้งเป็น ในขณะที่จำนวนปลาหมึกลดลงทำให้ราคานั้นสูงขึ้น ซึ่งในแต่ละปีมีปริมาณที่จับได้ประมาณ 350,000 ตัน ซึ่งมากกว่าจำนวนที่จับได้ในปี 1950 ถึง 10 เท่า

บริษัทข้ามชาติสัญชาติสเปน ชื่อ Nueva Pescanova (NP) ได้ประกาศว่าจะเริ่มทำการตลาดปลาหมึกในฟาร์มฤดูร้อนหน้าเพื่อขายในปี 2023 ซึ่งการทำฟาร์มมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังคือการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวังและการหาอาหารที่มีชีวิตให้หมึกอ่อนบริโภค ซึ่งพวกเขายังเพิ่มเติมว่าฟาร์มนี้จะมีกำลังผลิตหมึกยักษ์ได้ 3,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยหยุดยั้งหมึกจำนวนมากที่ถูกไล่ล่า

การเปิดฟาร์มปลาหมึกในสเปนดูเหมือนว่าอาจคุ้มครองสัตว์ได้เพียงเล็กน้อยภายใต้กฎหมายของยุโรป เนื่องจากหมึกยักษ์และหมึกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่กฎหมายของสหภาพยุโรปนั้นครอบคลุมสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มสำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังเท่านั้น นอกจากนี้ ตามข้อมูลของ CIWF พบว่า ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการฆ่าอย่างมีมนุษยธรรมที่ทำให้สัตว์ทรมานน้อยที่สุด

มนุษย์และปลาหมึกมีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อ 560 ล้านปีก่อน และนักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการ Dr Jakob Vinther จาก University of Bristol ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับด้านพัฒนาการของหมึก

"เรามีตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาให้มีสติปัญญาเทียบกับพวกเราได้" ความสามารถในการแก้ปัญหา ความรื่นเริงและความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าหมึกนั้นคล้ายคลึงกับความสามารถของมนุษย์มาก

ฟาร์ม Nueva Pescanova เปิดเผยในเว็บไซต์ว่า การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือการทำฟาร์มอาหารทะเลของพวกเขานี้ก็เพื่อเป็นการลดแรงกดดันต่อพื้นที่ทำประมง และเป็นการผลักดันให้เกิดทรัพยากรที่ยั่งยืน ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และควบคุมได้

ฝ่าย Dr. Lara จาก CIWF โต้แย้งว่าการกระทำของ NP นั้นเป็นการกระทำเชิงพาณิชย์ และการอธิบายผลด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทนั้นเป็นเรื่องไร้เหตุผล เนื่องจากการสร้างฟาร์มไม่ได้ทำให้ชาวประมงหยุดตกหมึกมากขึ้น ดังนั้นแล้วหมึกที่เลี้ยงในฟาร์มนั้นไม่ได้มีวิธีที่เป็นธรรมต่อสัตว์มากขึ้น เพราะพวกมันจะต้องทนทุกข์ตลอดชีวิต แถมราคาของหมึกจากฟาร์มก็จะมีราคาสูงขึ้นด้วย

ซึ่งเธอยังได้กล่าวเพิ่มว่า ปัญหาคือปลาหมึกเป็นสัตว์ป่าโดยสมบูรณ์ และเรายังไม่สามารถศึกษาได้ว่าพวกมันต้องการอะไร หรือเลี้ยงเพื่อตอบสนองความต้องการพวกมันอย่างดีให้ได้อย่างไร ดังนั้นแล้ว คำถามที่สำคัญคือสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดและซับซ้อนอย่างหมึกนั้น ควรถูกนำมาผลิตเป็นอาหารจำนวนมากผ่านการทำฟาร์มแล้วหรือไม่

 

ที่มา: https://www.bbc.com/news/science-environment-59667645…

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...