เสือพ่นไฟ ชนะคดีหมีพ่นไฟ บทเรียนการตลาดที่ Copy Cat อาจจะไม่ใช่คำตอบของธุรกิจ
ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการธุรกิจไทย กับการ Copy Cat ลอกเลียนแบบแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จก่อนหน้านั้น
การ Copy Cat ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีเส้นบางๆ ระหว่างจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ กับรายได้ที่เกิดขึ้นหลังจากการลอกเลียนแบบ
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจากการ Copy Cat คือ การสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้บริโภคบางกลุ่มบนรายได้จากการลอกเลียนแบบ
โดยแบรนด์ผู้มาที่หลังไม่ต้องเสียเวลาและพัฒนาบิซิเนสโมเดลในการทำตลาดใหม่ เพียงหยิบความสำเร็จของแบรนด์ที่มีอยู่แล้วมา ปรับนู่นเปลี่ยนนี่เล็กน้อย ก็พร้อมทำตลาด
และการปรับนู่นเปลี่ยนนี่ที่เล็กน้อย อาจจะทำให้ผู้บริโภคบางคนเข้าใจผิดว่า “คือแบรนด์เดียวกัน หรือมีเจ้าของแบรนด์เป็นคนนักธุรกิจกลุ่มเดียวกัน” จนตัดสินใจลองเป็นลูกค้าของแบรนด์ลอกเลียนแบบ
ซึ่งผลเสียกับแบรนด์ต้นแบบคือ การสูญเสียรายได้จากการทำธุรกิจ และอาจจะเสียชื่อเสียงจากการเข้าใจผิดของผู้บริโภคว่าคือแบรนด์เดียวกัน หรือมีเจ้าของเดียวกันในกรณีที่แบรนด์ลอกเลียนแบบทำไม่ดี เช่นใช้สินค้าคนละเกรดกับแบรนด์ที่ก็อปมา หรือบริการไม่ดี เป็นต้น
ซึ่งกรณีเหล่านี้เจ้าของแบรนด์ต้นแบบสามารถฟ้องร้องได้ และอาจจะได้มาซึ่งชัยชนะ
อย่างเช่นกรณีล่าสุด ที่ชานมไข่มุก เสือพ่นไฟ ชนะ คดี หมีพ่นไฟ จากการฟ้องความคิดฐานละเมือเครื่องหมายการค้า ตามพ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า 2534
การฟ้องนี้ เสือพ่นไฟ โดยนันทนัช เอื้อศิริทรัพย์ และบริษัท รวยสบายสบาย จำกัด เจ้าของแบรนด์เสือพ่นไฟ (Fire Tiger) ได้ยื่นฟ้องนิพนธ์ สุริยล้ำเลิศ และเพื่อน เจ้าของธุรกิจแฟนไชส์ หมีพ่นไฟ The Fire Bear ในฐานะละเมิดเครื่องหมายการค้า การบริการที่คล้ายกับเสือพ่นไฟ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563
ซึ่งเสือพ่นไฟได้โพสต์ในเฟซบุ๊กเพจ Fire Tiger by Seoulcial Club ว่ามีการจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น รวมถึงทุกๆ แบรนด์ในเครือ
การยื่นฟ้องครั้งนั้น ศาลสั่งให้ เสือพ่นไฟ ชนะคดีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 และหมีพ่นไฟต้องชดใช้เงิน 10 ล้านบาท ฐานละเมิดเครื่องหมายการค้า
พร้อมยุติการใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่เหมือนคล้ายกับเสือพ่นไฟ
ความคลายคลึงที่หมีพ่นไฟ คล้ายเสือพ่นไฟที่เห็นได้ชัด จนเกิดความเข้าใจผิดผู้บริโภคได้คือ
1.ทำธุรกิจชานมไข่มุกเหมือนกัน และใช้ชื่อ หมีพ่นไฟ หรือชื่อภาษาอังกฤษ The Fire Bear เป็นชื่อร้านค้า ซึ่งเป็นชื่อที่มีความคล้ายกลับร้าน เสือพ่นไฟ ที่ใช้ภาษาอังกฤษว่า Fire Tiger
2.ทำปฏิมากรรมหัวหมีพ่นไฟ ที่มีลักษณะอ้าปากเพื่อเป็นช่องส่งชานมไข่มุกให้กับลูกค้า คล้ายกับของเสือพ่นไฟที่ทำเป็นปฏิมากรรมเสืออ้าปากเป็นช่องส่งชานมไข่มุกให้กับลูกค้า
ทั้งนี้ เสือพ่นไฟ FIRE TIGER เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมี 16 สาขาทั่วประเทศ และอีก 13 สาขาในต่างประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเตรียมขยายสาขาใหม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในต้นปี 2565
ส่วนชานมไข่มุก หมีพ่นไฟ มีจำนวนสาขามากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 ข้อมูลนี้อ้างอิงจากเพจ Fire Tiger by Seoulcial Club
สำหรับรายได้ของเสือพ่นไฟที่จดทะเบียนในบริษัท รวยสบายสบาย ซึ่งเป็นบริษัทที่ฟ้องหมีพ่นไฟ มีผลประกอบการที่แจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้
2562 รายได้ 75.83 ล้านบาท กำไร3.85 ล้านบาท
2563 รายได้ 91.08 ล้านบาท กำไร 3.90 ล้านบาท
ส่วนหมีพ่นไฟ ข้อมูลการกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่จดทะเบียนในนามของ นิพนธ์ สุริยล้ำเลิศ และใช้ชื่อหมีพ่นไฟ มาเป็นชื่อบริษัท มีอยู่ด้วยกัน 2 บริษัทคือ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด หมีพ่นไฟ
มีรายได้คือ
2563 รายได้ 7.36 ล้านบาท กำไร 0.28 ล้านบาท
2564 รายได้ 14.64 ล้านบาท กำไร 0.24 ล้านบาท
และบริษัทหมีพ่นไฟ 999 ที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทในวันที่ 8 มกราคม 2564
อย่างไรก็ดี คดีเสือพ่นไฟ ถือเป็นคดี Copy Cat ที่ผู้ยื่นฟ้องเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็มีไม่น้อยที่คดีการฟ้องร้องเรื่อง Copy Cat ที่ศาลยกเลิกคำฟ้อง เช่นศรีสวัสดิ์ – เงินติดล้อ ที่ธนาคารกรุงศรีเจ้าของแบรนด์ ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ ถูกศาลยกฟ้อง คำฟ้องการใช้ชื่อศรีสวัสดิ์ กับกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 ที่เป็นบริษัทคู่แข่ง
บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจสินเชื่อ เจ้าของศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 คือเจ้าของเดิมของแบรนด์ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อที่ถูกซื้อกิจการไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ก่อนที่จะมากอยู่ในมือของธนาคารกรุงศรีฯ
การแพ้ฟ้องร้องครั้งนั้นด้วยเหตุผลคือ ศรีสวัสดิ์ เป็นชื่อที่ใครๆสามารถใช้ได้ เนื่องจากเป็นชื่ออำเภอหนึ่งในกาญจนบุรี
cr.ภาพจากเฟซบุ๊กเสือพ่นไฟและหมีพ่นไฟ