โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเศรษฐา ฟรีวีซ่า มาเป็นล้าน

INN News

เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 01.00 น. • INN News

เมื่อเป้าหมายใหญ่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา "นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล" ในรัฐบาลเศรษฐา 1 คือ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ 3 ล้านล้านบาท ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ที่เคยทำได้สูงสุด 1.9 ล้านล้านบาท มากถึง 57%

และจากการที่คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. มีมติ "ฟรีวีซ่า" นักท่องเที่ยวซาวจีน-คาซัคสถาน 5 เดือน เริ่มวันที่ 25 กันยายน ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) มองการให้ฟรีวีซ่าดังกล่าวจากเดิมที่ต้องจ่ายประมาณ 2,000 บาทต่อคนนั้น จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นได้อย่างโดดเด่น เพราะเป็น Golden week ของจีน คือช่วงวันที่ 1-7 ตุลาคม 2566 รวมถึงช่วงตรุษจีน 8-10 กุมภาพันธ์ปีหน้า ประกอบกับเป็นช่วง High season ของไทยช่วงไตรมาส 4 ปี 2566 ถึง ไตรมาส 1 ปี 2567 อีกด้วย

ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนตัวเลข 7 เดือน อยู่ที่ 12% หรือ 1.9 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวคาซัคสถานมีสัดส่วน 7 เดือนอยู่ที่ 0.7% หรือ 1 แสนคน

จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี 2 ประเทศ คือ จีนและคาซัคสถาน โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และด้วยข้อจำกัดด้านเส้นทางการบินที่ยังมีอยู่ รวมถึงจังหวะการทำตลาดที่อาจค่อนข้างกระชั้น ทำให้ผลบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะค่อนข้างจำกัด โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยประมาณ 3.5-4 แสนคนต่อเดือน เทียบกับช่วง 8 เดือนแรกของปีที่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนคนต่อเดือน แต่ผลบวกคงจะชัดเจนมากขึ้นในปี 2567 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตุรษจีน

ขณะที่ นักท่องเที่ยวจากคาซัคสถาน แม้ขนาดตลาดมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนชาวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด แต่เป็นตลาดใหม่และกำลังเติบโต มาตรการดังกล่าวจึงน่าจะช่วยให้ไทยเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า มีความเป็นไปได้ที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยปีนี้แตะ 30 ล้านคนเพราะมีเรื่องฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวซาวจีน-คาซัคสถาน 5 เดือน เข้ามาหนุน

"ก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าเดือนนึงเข้ามา 2 ล้าน - 2.5 ล้านอยู่แล้ว และก็ถ้ามีฟรีวีซ่าอีก ผมว่าก็ต้องมองไปที่ 30 ล้านด้วยซ้ำไป"

ขณะที่อดีตประธานหอการค้าไทย-จีน "นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี" ที่ในอีกบทบาทหนึ่งนั้น เข้าดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมค้าทองคำ ได้กล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า จากมาตรการฟรีวีซ่าของรัฐบาล เชื่อว่าจะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวค่อยๆปรับตัวดีขึ้นอีก โดยในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงวันชาติของจีนและเป็นวันหยุดยาว เชื่อว่าจะมีโอกาสที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น

"ก็ฟังๆ นโยบายก็ดี ก็ต้องดูสักระยะหนึ่ง เพราะว่าคือนักท่องเที่ยวช่วงนี้ ก็พอดีเป็นวันชาติจีน หยุดยาว ก็น่าจะมีโอกาสนักท่องเที่ยวเข้ามา ก็ตั้งความหวังว่า ค่อยๆดีขึ้นมา"

"นายจิตติ" กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของนักลงทุนนั้นเวลานี้รัฐบาลจีน มีความพยายามผลักดันที่จะให้ออกมาลงทุนในต่างประเทศเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศของจีนชะลอตัวลง นโยบายของไทยถือว่าออกมาในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมพอดี น่าจะเป็นโอกาสสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศไทยได้ โดยเวลานี้องค์กร รวมถึงหน่วยงานต่างๆของประเทศจีน ได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อเข้าร่วมการเจรจาหลายคณะรวมถึงการเดินทางมายังประเทศไทยด้วย

จากนี้ต่อไปจะต้องติดตามภาพรวมการท่องเที่ยวไทยอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือ หนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...