โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คืบหน้า! เหตุยิงสนั่นย่านราม 39 คาดปมหึงหวง

INN News

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2566 เวลา 08.59 น. • INN News

คืบหน้า!เหตุยิงสนั่นย่านราม39กลางดึกเจ็บ2 แฟนสาววอนมือยิงมอบตัวสู้คดี เพราะหนีไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจ เชื่อปมสาเหตุเรื่องหึงหวง

ทีมข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณใต้สะพานกลับรถซอยรามคำแหง 39 แยก 1 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่มคืนที่ผ่านมา ตนเองกำลังเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ ขณะนั้นลูกค้าเต็มร้าน จากนั้นได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ ลงจากสะพานเทพลีลา ย้อนศรเข้าไปบริเวณใต้ถุนสะพานติดกับคลองแสนแสบจุดเกิดเหตุ

จากนั้นไม่นาน ก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากฝั่งบนสะพานลอย จำนวน 2 นัด และต่อมาได้ยินเสียงปืนดังมาจากอีกฝั่งบริเวณเชิงสะพานอีกประมาณ 2-3 นัด ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ขณะนั้นลูกค้าในร้านและตนเองต่างก้มหลบกระสุนปืนเอาตัวรอด ต่อมาได้มีกลุ่มวัยรุ่นฝั่งที่ถูกยิง วิ่งมาขอความช่วยเหลือที่ร้าน กระทั่งชาวบ้านได้ช่วยกันโทรศัพท์แจ้งตำรวจและกู้ภัยมาที่เกิดเหตุ และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังเกิดเหตุ มือยิงซึ่งไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายไหนได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุไปทันที

ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองตกใจมากเพราะที่ผ่านมาบริเวณจุดที่ยิงกันไม่เคยมีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมหรือทะเลาะวิวาทกันบริเวณจุดนี้มาก่อน และครั้งนี้เกิดขึ้นครั้งแรก

ซึ่งจากข้อมูลของแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่เห็นเหตุการณ์ สอดคล้องกับการสืบสวนของตำรวจ และการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่ระบุว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายณัฐวุฒิ อายุ 32 ปี ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นัดตกลงเคลียร์ใจกับ นายสุทธิพงษ์ เรื่องแฟนสาว เนื่องจาก นายณัฐวุฒิ เกิดความหึงหวงคิดว่า นายสุทธิพงษ์ มาจีบแฟนสาวของตนเอง จึงได้นัดเคลียร์ปัญหากันครั้งแรกภายในซอยลาดพร้าว 101 แต่เกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทเคลียร์กันไม่จบ ก่อนมีการท้าทายและฝ่าย นายณัฐวุฒิ ผู้ก่อเหตุ ได้นัดให้นายสุทธิพงษ์ ตามมาเคลียร์ใจรอบ 2 อีกครั้ง บริเวณใต้สะพานเทพลีลาอีกครั้ง

กระทั่งช่วง 3 ทุ่มคืนที่ผ่านมา นายสุทธิพงษ์ ได้ขนพวกมาจำนวนหลายคนและเดินทางมาตามนัด แต่ทั้งคู่ยังไม่ทันได้เจรจา เคลียร์ปมปัญหากัน ก็เกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในที่สุด ซึ่งจนถึงขณะนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สน.วังทองหลาง อยู่ระหว่างไล่ ภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามไล่ล่านายณัฐวุฒิ ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน น.ส.เกวลี บุญประเสริฐ 28 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวของ นายสุทธิพงษ์ ลีลาศ คนที่ถูกยิงศรีษะ ให้ข้อมูลว่าตอนนี้แฟนหนุ่มอยู่ในอาการโคม่าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่เธอก็คิดว่าไม่มีปาฎิหาริย์ เนื่องจาก แพทย์ระบุว่าสมองถูกทำลาย และอยู่ได้แค่เครื่องช่วยหายใจ ก่อนเกิดเหตุ ตนเองและแฟนหนุ่ม บังเอิญไปเจอกับ นายณัฐวุฒิ คู่กรณี กับแฟนสาวของเขา (ซึ่งเคยมีปัญหากันมาก่อน)

โดยเจอภายในซอย ลาดพร้าว 101 โดยนายณัฐวุฒิ คู่กรณี ถือไม้มา ก่อนปรี่เข้าทำร้าย นายสุทธิพงษ์ และแฟนสาว พร้อมกับมีปากเสียงก่อนที่จะแยกย้าย

ขณะนั้น แฟนหนุ่มบอกกับเธอว่าไม่ยอมก่อนจะโทรตามพรรคพวกให้ไปดักรอที่ บ้านสะพานใต้สะพานกลับรถรามคำแหงซอย 39 (ซึ่งอยู่ใกล้บ้านผู้ก่อเหตุ)

ระหว่างที่แฟนหนุ่มกำลังจอดรถดักรอปรากฏว่า นายณัฐวุฒิ ผู้ก่อเหตุ รู้ตัวก่อน จึงแอบเดินขึ้นไปบนสะพานข้ามคลองแสนแสบ ก่อนจะใช้ปืนยิงลงใส่แฟนหนุ่มและกลุ่มเพื่อนที่อยู่ด้านล่าง กระสุนยิงเข้าที่ศรีษะบาดเจ็บ เธอยืนยันว่าที่ผ่านมาทราบดีว่าปัญหามาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากเมื่อ 1 ปีก่อน แฟนของนายณัฐวุฒิ มาแอบคุยกับ นายสุทธิพงษ์ แฟนของเธอ จึงทำให้นายณัฐวุฒิ เกิดความหึงหวง และเคยนัดเคลียร์ชกต่อยกันไปแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจบ จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวและขอขมากับแฟนหนุ่ม

ขณะที่ นายณัฐพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ลูกพี่ลูกน้องกับ นายสุทธิพงศ์ (ผู้บาดเจ็บ) ให้ข้อมูลว่าลูกชายวัย 12 ปี เห็นเหตุการณ์ก่อนจะเล่าให้ฟังว่านายณัฐวุฒิ ได้ใช้คนขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ขับมาดูลาดเลาบนสะพานข้ามคลอง เมื่อเห็นกลุ่มของ นายสุทธิพงศ์ (ผู้บาดเจ็บ) วินจักรยานยนต์ได้ส่งสัญญาณให้ นายณัฐวุฒิ ขึ้นไปบนสะพานก่อนก่อเหตุยิง จากนั้นได้ซ้อนท้ายวินรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...