โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฮิซามิทสึ เผย ชาวออฟฟิศไทย 70% มักปวดหลัง ส่ง “เฟตัส ไดโคลฟีแนค” บุกร้านยา 1.3 หมื่นแห่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ก.ย 2567 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 03.48 น.

ฮิซามิทสึ เผย อินไซด์คนไทยสายปวด พบ ชาวออฟฟิศ 70% เสี่ยงปวดหลัง ฟากวัยเก๋า 50-60 ปี ไหล่แข็ง เปิดตัวแผ่นแปะแก้ปวดสูตรใหม่ “เฟตัส ไดโคลฟีแนค” กระจายร้านยา 1.3 หมื่นแห่ง

วันที่ 28 กันยายน 2567 มร. ทาโร่ ฮิรามัตสึ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส หัวหน้าฝ่ายระหว่างประเทศ บริษัท ฮิซามิทสึ ฟาร์มาซูติคอล คัมปะนี อิงค์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดยาแก้ปวดในหมวดหมู่ OTC (ยาที่ไม่เป็นอันตรายหรือควบคุมพิเศษ) ในประเทศญี่ปุ่นจะมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มพลาสเตอร์เป็นหลัก

“เราเชื่อว่าเทรนด์นี้กำลังขยายตัวไปทั่วโลก เพราะสามารถเลือกใช้บรรเทาอาการปวดได้ตรงจุด เกิดผลข้างเคียงน้อย ต่างกับยาแก้ปวดชนิดรับประทานที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร หรือส่งผลต่ออวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายที่ไม่เกี่ยวข้องได้”

ในประเทศไทยมีรายงาน ระบุว่า พนักงานออฟฟิศวัย 30 - 40 ปี จำนวน 70% มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการปวดหลังจากโรคออฟฟิศซินโดรม และคนในวัย 50 - 60 ปีขึ้นไปต้องทนทุกข์จากอาการปวดหลังเรื้อรังและไหล่แข็ง

ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทางเลือกที่หลากหลาย และคาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อไปในอนาคตเมื่อประชากรมีอายุมากขึ้น

ดังนั้นฮิซามิทซึ จึงเปิดตัว ผลิตภัณฑ์เรือธงใหม่ “เฟตัส ไดโคลฟีแนค” แผ่นแปะชนิดแรกในประเทศไทยที่มีส่วนผสมของไดโคลฟีแนค เพื่อเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายในการแก้ปัญหาอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังชนิดรุนแรงในรูปแบบพลาสเตอร์

“มั่นใจว่าด้วยประสิทธิภาพของเฟตัส ไดโคลฟีแนค จะช่วยผลักดันยอดขายในประเทศไทยให้เติบโตมากกว่าเดิมอย่างน้อย 2 เท่า”

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของ Nielsen พบว่า ฮิซามิทสึมีส่วนแบ่งการตลาดแผ่นแปะบรรเทาปวดในประเทศไทยเป็นอันดับ 2 โดยมีมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 142% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และ 328% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น

นอกจากนี้ ยอดขายรวมทุกผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2567 (Fiscal Year) เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ไทย นับเป็นประเทศที่สองในการเปิดตัว “แผ่นแปะ ไดโคลฟีแนค” นอกประเทศญี่ปุ่น รองจากสิงคโปร์

ส่วนกลยุทธ์การตลาด บริษัทฯ ได้กระจายสินค้าสู่ร้านขายยาทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินค้าได้ง่ายผ่านร้านขายยาใกล้บ้าน โดยตั้งเป้าขยายการจำหน่ายไปสู่ร้านขายยากว่า 13,000 แห่งในประเทศไทย

การจัดทำโฆษณาผ่านสื่อทีวีและออนไลน์ ควบคู่กับการออกโรดโชว์จัดแสดงสินค้าตามแหล่งชุมชน

รวมทั้งมีแผนในการส่งออกไปจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่ เวียดนาม ภายในปี 2567 ฟิลิปปินส์และฮ่องกงในปี 2568 อีกด้วย

อนึ่ง สินค้าดังกล่าว ใช้สำหรับผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีจำหน่ายแบบซอง 2 แผ่น ราคา 99 บาท และซอง 7 แผ่น ราคา 299 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านขายยาระบบเครือข่าย (Key Chain Pharmacies) และร้านขายยาทั่วไป

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...