โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เรือนเสาสูง ดินแดนพันหมื่นเสาแห่งโตนเลสาบ สถาปัตยกรรมสำหรับเขตอุทกภัย

The Momentum

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 18.39 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 11.39 น. • THE MOMENTUM

บ้านเรือนในชุมชนกำปงพลก (Kampong Phluk Commune) ตั้งเรียงรายในพื้นที่โตนเลสาบ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบ้านเหล่านี้มีรูปแบบการสร้างที่ใช้เสาสูงยาวเป็นฐานราก มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกว่า ผะเตี๊ยะฮ์-เลอ-ตึก (Phteah-Leu-Tuk) หรือรู้จักกันในชื่อ ‘เรือนเสาสูง’ เพราะสามารถรับน้ำท่วมสูงได้ 7-10 เมตร

ชุมชนกำปงพลกเป็น 1 ใน 8 ชุมชน (Commune) ของอำเภอปราสาทบากอง (Prasat Bakong District) ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเสียมเรียบ ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 32 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม โดย 42% ของพื้นที่มีระดับความสูงไม่เกิน 50 เมตร จากระดับน้ำทะเลในช่วงฤดูแล้ง เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโลเลย (Roluos River) ตื้นเขิน ผู้คนในชุมชนจะสามารถขับขี่ยานพาหนะผ่านถนนดินลูกรังเข้าไปในตัวหมู่บ้านโดยตรงได้

แต่เมื่อถึงฤดูกาลน้ำหลาก ระดับน้ำในโตนเลสาบจะสูงขึ้นจากในหน้าแล้งได้ถึง 10 เมตร ซึ่งจะท่วมพื้นที่รอบชุมชนกำปงพลกส่งผลให้เป็นเกาะ ต้องโดยสารผ่านทางเรือเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านในชุมชนจำเป็นต้องมีเรือไว้ใช้งานอย่างน้อยครัวเรือนละ 1 ลำ เพื่อเดินทางในฤดูมรสุม และต้องปลูกบ้านในลักษณะที่มีเสาเรือนสูงเพื่อให้พ้นจากระดับน้ำ

โส(นามสมมติ) หนึ่งในชาวชุมชนกำปงพลก ระบุว่า เสาหลักที่เป็นฐานรากของเรือนจะใช้ไม้เนื้อแข็งที่นำมาจากเขตพื้นที่อื่นๆ ที่เป็นป่าเต็งรัง แล้วนำมาลอกเปลือกชั้นนอกออก จากนั้นก็จะนำมาเหลาให้เป็นลักษณะกลม เหลือเฉพาะแกนกลางที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี แล้วจึงนำมาขึ้นเป็นเสาเรือนและตัวคาน ส่วนบริเวณเสาบ้านและใต้ตัวบ้านที่นอกจากจะทำหน้าที่รับน้ำหนัก ใช้เก็บอุปกรณ์สำหรับทำประมง เช่น อวน มอง หรือเรือได้อีกด้วย

งานวิจัยเรื่อง ผะเตี๊ยะฮ์-เลอ-ตึกสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรือนเสาสูงในลุ่มน้ำโตนเลสาบโดย ดร.อิสรชัย บูรณะอรรจน์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า กำปงพลกเป็นชุมชนกึ่งน้ำกึ่งแผ่นดิน (Water and Land Based Settlement) ซึ่งเป็นการตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่ระหว่างทะเลสาบ และที่ราบลุ่ม บนที่อยู่อาศัยแบบเรือนยกพื้นสูง

ประชากรส่วนใหญ่ของชุมชนกำปงพลกกว่า 97% ประกอบอาชีพประมงที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรทางธรรมชาติของโตนเลสาบ ทั้งการทำประมงโดยการออกเรือไปที่ทะเลสาบ โดยจะนำเรือออกไปแต่เช้าตรู่ เพื่อวางอวนจับปลาและจะกลับมาอีกครั้งในช่วงบ่าย รวมถึงการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งรวบรวมลูกปลาจากพื้นที่ป่าน้ำท่วมมาเลี้ยงในกระชัง ส่วนในหน้าแล้ง ชาวบ้านบางส่วนจะปรับตัวด้วยการทำเกษตรกรรม ที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึง

อย่างไรก็ตามมีข้อกังวลถึงสุขอนามัยและความสะอาดของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเรือนเสาสูง เนื่องจากบางส่วนขับถ่ายลงน้ำโดยตรงในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมถึงยังมีปัญหาด้านความยากจนและการเข้าถึงการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เนื่องจากชุมชนตั้งอยู่ห่างไกลตัวเมือง ไปจนถึงการทำประมงที่ถดถอยจากสภาพปัญหาระดับน้ำของโตนเลสาบผันผวน โดยมีปัจจัยจากการทำประมงเกินขนาด สภาพภูมิอากาศแปรปรวน รวมถึงการทำเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงจากประเทศต่างๆ ที่อยู่ต้นน้ำ เช่น จีนและลาว

อ้างอิง: http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/2494/1/57057805.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...