โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดวงจันทร์มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์หรือไม่?

Environman

เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 12.00 น.

ดวงจันทร์ทำให้พฤติกรรมมนุษย์เปลี่ยนไปได้จริงหรือไม่? เมื่อสิ่งที่โคจรอยู่รอบโลกไม่ได้เป็นแค่เพียงดาวบริวาร แต่กลับส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกได้อย่างน่าทึ่ง ดวงจันทร์มีผลกับเรา แต่ด้วยเหตุผลที่เราอาจคาดไม่ถึง

ดวงจันทร์ เป็นศูนย์กลางของตำนานและนิทานพื้นบ้านทั่วโลกมาอย่างยาวนานตั้งแต่มนุษย์รู้จักการเล่าเรื่อง บ้างก็ว่าการเต็มดวงของมันทำให้ผู้คนก้าวร้าวขึ้น ในบางวัฒนธรรมก็กลับเป็นที่เคารพบูชา และบางแห่งก็เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ดูน่ากล้วเช่นมนุษย์หมาป่า

แต่หากลองถอยออกมาสักหนึ่งก้าวแล้ววางเรื่องเล่าต่าง ๆ เหล่านั้นลง ดวงจันทร์นั้นมีผลกระทบต่อพฤติกรรมมนุษย์จริง ๆ หรือไม่ในทางวิทยาศาสตร์ และถ้ามี เหตุใดมันจึงทำเช่นนั้นได้?

#ดวงจันทร์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมของมนุษย์ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้วสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างดำเนินวัฏจักรไปตามนาฬิกาทางชีววิทยาตามธรรมชาติของเผ่าพันธุ์ ดัวอย่างเช่น การหลับ-ตื่น, การกินอาหาร และการทำงานต่าง ๆ เราจึงเห็นได้ว่าสัตว์บางชนิดจะตื่นกลางคืนและหลับกลางวัน ตรงข้ามกับมนุษย์ที่หลับกลางคืนและทำงานกลางวัน

อย่างไรก็ตามวัฏจักรทางชีววิทยานี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยภายในและภายนอกเช่น แสง สี เสียง หรือโมเลกุลภายในร่างกาย งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห้นว่าสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์มีวัฏจักรทางชีววิทยาสอดคล้องกับวัฏจักรของดวงจันทร์

ไม่ว่าจะเป็นการสืบพันธุ์ของปะการังในช่วงพระจันทร์เต็มดวง ไม่ก็การวางไข่ของสัตว์ทะเลที่ขึ้นมาวางไข่ขณะน้ำขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานสนับสนุนถึงความเชื่อมโยงระหว่างดวงจันทร์กับสิ่งมีชีวิต และก็ทำให้บางคนเชื่อว่า ร่างกายมนุษย์ที่ประกอบไปด้วยน้ำ 55-78% ก็ได้รับอิทธิพลจากดวงจันทร์มีผลกับน้ำขึ้น-น้ำลง

"การวิจัยใด ๆ ที่เคยทำมาได้รับการพิจารณาว่ายังเป็นที่ถกเถียงกัน” นักจิตวิทยา Susan Albers กล่าว “เนื่องจากบางส่วนที่ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์มีความขัดแย้งกัน อันที่จริงแล้ว เมื่อมีการพูดถึงผลกระทบของดวงจันทร์ต่อมนุษย์ ก็มักจะเป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังมากกว่า"

หลายคนคงได้ยินเรื่องที่ว่า พระจันทร์เต็มดวงเชื่อมโยงกับอัตราการเกิดที่เพิ่มขึ้น มีคนเข้าห้องฉุกเฉินมากขึ้น และมีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น แต่ยังไงก็ตามงานวิจัยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาพบว่าเรื่องราวเหล่านั้นไม่เป็นความจริง เพื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติแล้ว พฤติกรรมมนุษย์ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อพระจันทร์เต็มดวง

#แต่ ‘อาจ’ มีผลในบางด้านเช่นอารมณ์ สุขภาพจิต และการนอนหลับ

งานวิจัยในปี 2018 ที่ศึกษาในกลุ่มขนาดเล็กจำนวน 17 คนพบว่า ผุ้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์ มีภาวะซึ่มเศร้าสลับการภาวะสนุกสนานอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่กลับเกิดขึ้นพร้อมกับวัฏจักรของดวงจันทร์

ยังไงก็ตามข้อจำกัดของงานวิจัยนี้คือยังมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถอ้างอิงถึงกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ได้ และนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น บางคนเชื่อว่าอาจเกิดการรบกวนนาฬิกาชีวภาพและวงจรการหลับ-ตื่นของผู้ป่วย

นอกจากนี้ดวงจันทร์ก็อาจมีผลต่อการนอนหลับด้วยเช่นกัน การวิจัยในปี 2013 ระบุเอาไว้ว่าในช่วงพระจันทร์เต็มดวง ผู้เข้าร่วมการทดลองหลับแบบ NREM (หลับสนิท) น้อยลง 30% หรือหลับน้อยลง 20 นาทีเมื่อเทียบกับช่วงที่ดวงจันทร์ไม่ได้เต็มดวง อีกทั้งยังพบว่ามีระดับเมลาโทนินที่ลดลงด้วยเช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า อาจเป็นเพราะแสงจันทร์ที่มีระดับสูงขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง ไปมีผลกระทบระดับเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่หลั่งออกมาในเวลากลางคืนเพื่อทำให้ร่างกายพร้อมกับการนอนหลับ

กระนั้นก็ยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่ในแต่ละงานวิจัย เนื่องจากหลายงานมักจัดขึ้นในห้องทดลองที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมไม่รู้สึกเป็นธรรมชาติ และนั่นอาจทำให้เกิดผลกระทบที่แตกต่างกันไป โดยสรุปแล้วตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนจริง ๆ ว่าดวงจันทร์มีผลมากน้อยเพียงใด ยังคงเป็นแค่ ‘อาจจะ’ เท่านั้น ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

#ความสัมพันธ์ที่ลวงตา

แม้จะยังไม่ยืนยันหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับกลไกเบื้องหลังถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับดวงจันทร์ แต่ความเชื่อก็ได้เชื่อมโยงทั้งสองสิ่งเข้ามาด้วยกันอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์มนุษย์ แม้เรื่องราวเหล่านั้นจะเป็นเรื่องเล่าก็ตาม แต่มันแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมโยงนั้นต้องมาจากพื้นฐานอะไรบางอย่าง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า นั่นแหละคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปตามดวงจันทร์ โดยกระบวนการนี้เรียกว่า ‘ความสัมพันธ์ลวงตา’ ซึ่งเกิดจากความเชื่อว่าสิ่งนั้นจะต้องเป็นจริงแน่นอน ทำให้เราเชื่อมโยงปัจจัยต่าง ๆ เข้าด้วยกันโดยไม่รู้ตัว

“ในทำนองเดียวกัน เราสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนตัวของเรากับสิ่งที่เรียบง่ายอย่างเช่น ดวงจันทร์” ดร. Albers กล่าว

ตัวอย่างเช่น บางคนเชื่อว่าพระจันทร์เต็มดวงทำให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น และเมื่อเขาคนนั้นพบกับข่าวอาชญากรรมพอดี เหตุการณ์ดังกล่าวก็จะย้ำให้ความเชื่อนั้นฝังลึกยิ่งขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้วอาชญากรรมเกิดขึ้นแทบทุกวัน ดร. Albers เสริมว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นคล้าย ๆ กับผลกระทบของยาหลอก (Placebo)

ในการทดลองทางคลินิกหลายครั้ง นักวิทยาศาสตร์ต้องพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาเปล่า ๆ ไม่มีสารหรือโมเลกุลที่มีประสิทธิภาพในการรักษา กลับมีอาการดีขึ้น ซึ่งเกิดจากความเชื่อของผู้ป่วยว่ายานี้มีประสิทธิภาพ สมองจึงคาดหวังผลลัพธ์ดังกล่าวและปล่อยฮอร์โมนเพื่อทำให้ร่างกายดีขึ้น แม้ว่าจะได้รับยาหลอกก็ตาม

“ผลของยาหลอกนั้นน่าสนใจมาก เพราะมันสามารถส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งและทรงพลังต่อพฤติกรรม” ดร. Albers กล่าว “การศึกษาที่เกี่ยวกับผลของยาหลอกบ่งชี้ว่า สิ่งที่คุณคิดหรือเชื่อว่าเป็นจริง สามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลลัพธ์ และไม่ควรละเลยสิ่งนี้เมื่อทำการตรวจสอบเหตุและผล”

#คิดอย่างไรได้อย่างนั้น

รายงานทางจิตวิทยาเคยกล่าวเอาไว้ว่า หากเราตื่นขึ้นและบอกกับตัวเองว่า “วันนี้จะเป็นวันที่แย่” คุณก็จะมีโอกาสมีวันที่แย่จริง ๆ สูงขึ้นซึ่งไม่ใช่เพราะเราสาปแช่งตัวเอง แต่เพราะเป็นเราเตรียมตัวเองให้ล้มเหลวและมองหาแต่สิ่งแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน

สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นก็คือ เมื่อพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้น (คิดลบกับตัวเอง) ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ร่างกาย และสุขภาพจิต รวมถึงความสัมพันธ์ของคนรอบข้างด้วยเช่นกัน

"หากคุณคิดว่าพระจันทร์เต็มดวงจะทำให้คุณหงุดหงิดมากขึ้น เป็นไปได้ว่าคุณจะรู้สึกหงุดหงิดจริง ๆ และทำตัวตามนั้น” ดร. Albers อธิบาย “คุณอาจพูดกับตัวเองว่า 'คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง และฉันจะต้องมีวันที่ลำบากแน่นอน' และคุณอาจจะให้ตัวเองมีอิสระในการแสดงออกมากขึ้น โดยพื้นฐานแล้ว ความคิดของคุณมีผลกระทบต่อการกระทำของคุณ"

งานวิจัยทางจิตวิทยาชี้ให้เห็นว่า ยิ่งคุณต่อว่าหรือคิดลบกับตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเห็นคุณค่าในตัวเองน้อยลงเรื่อย ๆ และท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร่างกายที่รุนแรงได้ นักวิทยาศาสตร์แนะนำว่าควรใจดีกับตัวเองบ้าง โดยเฉพาะในวันแย่ ๆ การซ้ำเติมตัวเองจะไม่ช่วยอะไร

แต่การชื่นชมตัวเอง และค้นหาสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้รู้สึกดีในแต่ละวัน เช่น ขอบคุณที่วันที่กาแฟหอมโดนใจ หรือบอกตัวเองว่า ‘เก่งมาก’ ที่ผ่านวันนี้มาได้ จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับสมองและวิธีการตอบสนองของร่างกายกับพฤติกรรม

“การศึกษาหลายครั้งแสดงให้เห็นว่าพลังของความคิดของคุณนั้นส่งผลต่อพฤติกรรมได้ล้ำลึกมาก ดังนั้นการรักษาทัศนคติเชิงบวก การมองโลกในแง่ดี และความร่าเริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ” ดร. Albers เสริม

“จงคำนึงถึงสิ่งที่คุณต้องการให้ความคิดของคุณพาไป คุณของความคิดสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ เพราะสามารถกำหนดการการกระทำและนิสัยของคุณได้ในระยะยาว”

ที่มา

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16407788/

https://www.healthline.com/health/full-moon-effects#takeaway

https://www.medicalnewstoday.com/art…/full-moon-effects…

https://www.verywellmind.com/does-the-moon-actually…

https://www.rmg.co.uk/…/can-moon-affect-our-health…

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC1444800/

https://phys.org/news/2019-10-crime-moon-full.html

https://health.clevelandclinic.org/moon-effects-on-humans

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5524624/

Photo : graemeanderson/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...