โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สยอง! พบศพในโพรงหญ้าริมบ่อปลา คาดถูกฆ่า พบพิรุธแท็กซี่ขับมาทิ้ง

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 04.59 น. • Bright Today

ด่วน จนท. พบศพปริศนา ในโพรงหญ้าริมบ่อปลา ข้างโรงพยาบาลรามาธิบดี สมุทรปราการ คาดถูกฆ่าก่อนนำมาทิ้ง ชาวบ้านพบพิรุธแท็กซี่

เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เวลา 10.00 น วันที่ 27 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งพบผู้เสียขีวิตถูกหมกภายในพงหญ้าริมบ่อปลา หมู่ที่ 7 ซอยข้างโรงพยาบาลรามาธิบดี สมุทรปราการ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

หลังรับแจ้งจึงประสานชุดสืบสวน แพทย์เวร กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อม เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิด เบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิต เป็น ชาย 1 ราย ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 50-60 ปี สวมเสื้อโปโลสีเทา กางเกงขายาวสีครีม สวมรองเท้าแตะหูหนีบ มีแขนทั้ง 2 ข้างถูกพันธนาการด้วยเชือกไนล่อนสีเขียวมือไขว่หลัง ที่ศีรษะมีบาดแผลขนาดใหญ่จนกะโหลกแตก จากการโดนของแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง

ตามร่างกายมีรอยสักต้นแขน ทั้ง 2 ข้าง หลังมือด้านซ้ายและคอ แผ่นหลังมังกร ด้านหน้าเสือเผ่น โดยในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ พบ รอยล้อรถยนต์ขับเข้ามาบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ส่วนร่างผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่มอบให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลรามาธิบดี จักรนฤบดินทร์ สมุทรปราการ ชันสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

49892

จากการสอบถาม ทราบว่า เมื่อคืน ( 27 สิงหาคม 2567 ) ช่วงเวลา 02.30 น ได้มีรถแท็กซี่เขียวเหลืองขับเข้ามาในจุดเกิดเหตุ คาดว่า หลังก่อเหตุเสร็จทางผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์แท็กซี่เข้าไปขอน้ำคนเฝ้าบ่อปลาดื่ม ซึ่งเลยเข้าไปจากจุดเกิดเหตุอีก 150 เมตร ซึ่งเป็นชาวรูปร่างสูง ตัวใหญ่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับรถแท็กซี่ออกไป ก่อนที่ในช่วงเช้า เวลา 09.00 น คนงานที่เฝ้าบ่อปลาได้มาทำธุระส่วนตัวบริเวณนี้จะมาพบร่างผู้เสียชีวิตถูกอำพรางไว้ตรงนี้ คนงานเฝ้าบ่อปลาจึงไปบอกเจ้านายก่อนที่เจ้านายจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบดังกล่าว

จากการสอบถาม นายไพศาล สุขแสงเนตร อดีตกำนันตำบลบางปลา เล่าว่า ลูกน้องของตนโทรมาบอกตนว่าเจอศพ ลูกน้องตนมาดูแลบ่อ แต่ตอนไปทำบุญเพราะวันพระลูกน้องโทรมาบอกตนเลยรีบมาที่บ่อและแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ลูกน้องเป็นพม่าก็จะพูดไม่พูดไทยไม่ค่อยได้ ลูกน้องตอนมาดูแลปลาและตัดหญ้าในบ่อ ตรงจุดที่เจอศพไม่ใช่บอกของตนเป็นบ่อของคนข้างๆ ลูกน้องน้องโทรไปหาตนตอนประมาณ 8 เศษ ๆ ตอนเข้าไปดูศพพร้อมผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่มาก็เข้าไปดูกัน 3 คนเป็นพยานพร้อมกัน พอเข้าไปคนเดียวไม่กล้าแต่ก็เห็นแต่รองเท้า

ส่วน นายธีระพงษ์ ฟักอ่อน ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า เวลาประมาณ 08.30 มีลูกบ้านโทรมาว่าเหมือนมีคนเอาถุงศพมาทิ้งไว้ ตนสอบถามว่าอยู่ตรงไหน ตนรีบมาดูเลยพบว่ารอยล้อรถแล้วก็มีรอยหญ้าราบ ตนเลยเดินดูและชะโงกหน้าไปดู เลยเห็นเป็นศพนอนหงายหน้ามีหญ้าปกปิดไว้ สังเกตเห็นได้มีเท้าโผล่ออกมาเป็นรองเท้าหูหนีบช้างดาวโผล่ออกมา ตนเลยรีบประสานงานเจ้าหน้าที่ ตอนกลางคืนแถวนี้เปลี่ยวและเงียบมากปกติก็จะมีสายตรวจวิ่ง ปกติตนก็จะวิ่งดูด้วยเพราะว่ามันเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง 3 อำเภอ หมู่ 7 เป็นพื้นที่ถนนอะไรก็เพิ่งมาใหม่เป็นหมู่ที่กำลังพัฒนา และอีกอย่างเป็นหมู่บ้านทางผ่านเพราะอย่างนั้นก็จะมีรถวิ่งผ่านเยอะทั้งมอไซด์แข่งกัน รถมาจอดพื้นที่มันกว้างบางทีเราอาจรอดเราไปได้บ้าง

49974

คนที่มาดูคนแรกเขาเป็นคนที่ดูบ่อปลาแถวนี้อยู่ ปกติเขาจะไปเข้าห้องน้ำอีกฝั่งแต่ห้องน้ำเต็มเขาเลยมาเข้าฝั่งนี้ เขาก็มาเห็นว่ามีรอยเขาโทรไปแจ้งเจ้าของบ่อเจ้าของบอกก็โทรมาแจ้งตนอีกที เห็นเขาบอกว่าเห็นแท็กซี่เข้ามาเหมือนว่าจะไปขอน้ำกินน่าจะมาหลังฝนตกไปแล้วประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ คนที่มาเห็นคนแรกน่าจะเจอศพตอนประมาณ 8:00 น ตนไม่เห็นรอยบาดแผลเพราะว่ามีหญ้าปิดอยู่ ลักษณะหักต้นปรือหักหญ้าปิดไว้ ลักษณะพื้นที่ที่สังเกตมีรอยล้อรถและหญ้าราบไปเลยเพราะเมื่อคืนฝนตกเขาน่าจะมาหลังฝนตกเดินหน้าแล้วถอยรถออกไปเลย ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลเป็นพื้นที่ของบ่อปลาข้างในมันก็จะตันไปไหนไม่ได้ก็มีแต่คนข้างในที่จะเข้าออก แท็กซี่เขียวเหลือง ลูกน้องจำทะเบียนข้างหลังได้แค่ 69 ทำทีมาขอน้ำกินเหมือนจะมาดูสถานที่ คนขับแท็กซี่ลักษณะสูงเป็นผู้ชายผิวคล้ำลงมาคนเดียว
ด้านผู้การปากน้ำ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ รุดเดินทางลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญและอุกอาจไม่เกรงต่อกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...