จำนวน สัตว์เลี้ยงจีน จ่อแซงหน้าเด็ก คาดพุ่ง 70 ล้านตัว ชี้หนุ่มสาวเลือกไม่มีลูก
สัตว์เลี้ยงจีน คาดมีจำนวนทะลุ 70 ล้านตัว ในปี 2573 มากกว่าจำนวนเด็กเล็ก 2 เท่า ชี้คนรุ่นใหม่เลือกไม่ลูก หันไปเลี้ยงสัตว์แทน ด้านญี่ปุ่นมีแนวโน้มคล้ายกัน
วันที่ 8 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า จำนวนสัตว์เลี้ยงในจีนจะเพิ่มมากกว่าจำนวนประชากรเด็กเล็กเป็น 2 เท่า ภายในปี 2573 เนื่องจากหนุ่มสาวชาวจีนและคนรุ่นใหม่เลือกที่จะไม่สร้างครอบครัวและมีลูก ซึ่งตอกย้ำแนวโน้มอัตราการเกิดต่ำและการลดลงของจำนวนประชากรจีน
Goldman Sachs รายงานข้อมูลโดยอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ระบุว่า ภายในสิ้นสุดทศวรรษนี้ จำนวนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่เมืองใหญ่จะมีมากกว่า 70 ล้านตัว ขณะที่จำนวนเด็กเล็กต่ำกว่าอายุ 4 ขวบ จะอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านคน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งจำนวนเด็กอายุ 4 ขวบ หรือต่ำกว่า 4 ขวบ มีมากถึง 90 ล้านคน ขณะที่จำนวนสัตว์เลี้ยงมีประมาณ 40 ล้านตัว
นอกจากนี้แล้ว รายงานของ China Pet Industry White Paper ระบุว่า ณ ปี 2566 เจ้าของ สัตว์เลี้ยงจีน เกือบครึ่งหนึ่งมีอายุระหว่าง 23-33 ปี
นางวาเลอรี โจว นักวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์ของ Goldman Sachs กล่าวว่า อัตราการเกิดในจีนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่จำนวนประชากรที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนหนุ่มสาวจำนวนมากเลือกที่จะไม่เลี้ยงเด็ก แต่เลือกมองหาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงแทน
ด้านชาวญี่ปุ่นก็เลือกเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Japan Pet Food Association และ Euromonitor ระบุว่า ในปี 2565 จำนวนสัตว์เลี้ยงในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านตัว ซึ่งสูงกว่าจำนวนเด็กอายุ 4 ขวบ หรือต่ำกว่า 4 ขวบ เกือบ 4 เท่า ซึ่งญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตประชากร เนื่องมาจากอัตราการเกิดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
Goldman Sachs คาดการณ์ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนจะเติบโตเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่มูลค่ามากถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 รายงานยังคาดว่าชาวจีนจะเลี้ยงแมวมากกว่าสุนัข เนื่องจากการเลี้ยงแมวใช้พื้นที่น้อยกว่า
สถิติของรัฐบาลระบุว่า ในปี 2566 จำนวนประชากรจีนลดลงติดต่อกันเป็นปีที 2 โดยร่วงลงสู่ระดับ 1.41 พันล้านคน ซึ่งลดลง 2.08 ล้านคนจากปีก่อนหน้า แม้ว่าการแต่งงานใหม่ในจีนจะเพิ่มขึ้น 12.4% ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรอายุ 25-29 ปี นั้นยังไม่ได้แต่งงาน และมีแนวโน้มที่จะไม่แต่งงาน และการแต่งงานช้า หรือแต่งงานเมื่ออายุมากขึ้นก็เกิดขึ้นมากกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จำนวนเด็กเกิดใหม่ในจีนคาดว่าจะลดลงเฉลี่ย 4.2% ต่อปี จนถึงปี 2573 ซึ่งสาเหตุมาจากสตรีวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20-35 ปี มีจำนวนน้อยลง บวกกับคนรุ่นใหม่ทั่วไปไม่เต็มใจมีบุตร ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในจีนเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกและประเทศเศรษฐกิจใหม่หลายแห่ง โดยสตรีวัยเจริญพันธุ์เลือกที่จะไม่มีบุตร ส่งผลให้อัตราการเกิดทั่วโลกกำลังลดลง โดยคาดว่าประชากรโลกจะแตะจุดสูงสุดในศตวรรษนี้ ก่อนจะชะลอตัวลง
อ้างอิง : cnbc.com