SOCIETY: หลุมยักษ์กลางกรุง!? ถนนหน้าวชิรพยาบาลทรุดตัว ลึก 50 ม. พร้อม 5 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเจอเหตุถนนทรุด
เช้าวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 07.13 น. เกิดเหตุถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ ทรุดตัวกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ กว้างราว 30×30 เมตร ลึกกว่า 50 เมตร ลามตั้งแต่หน้าอาคารโรงพยาบาลวชิรพยาบาลจนถึง สน.สามเสน ส่งผลให้เสาไฟฟ้า 2 ต้นหักโค่น รถของเจ้าหน้าที่ตกลงไป และยังมีการทรุดตัวต่อเนื่อง
แม้เบื้องต้นจะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่โรงพยาบาลได้ปิดให้บริการผู้ป่วยนอกและอพยพคนไข้กว่า 3,500 คน ออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตดุสิตสั่งปิดการจราจรบริเวณแยกวชิรพยาบาล-แยกซังฮี้ และอพยพประชาชนจากแฟลตใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นของ สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการ ปภ. พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดุสิต และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พบว่าการทรุดตัวเกิดจากท่อประปาแตก ร่วมกับปัญหาการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ทำให้ดินไหลเข้าไปในช่องว่างของโครงสร้าง
คำถามคือ หากต้องประสบกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือ ‘การเรียนรู้วิธีการรับมือ’ ทั้งจากปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่ชำรุด ท่อใต้ดินที่แตก และการก่อสร้างที่ผิดพลาด BrandThink จึงรวบรวมคำแนะนำและข้อปฏิบัติระหว่างเกิดเหตุมา 5 ข้อ ดังนี้
1. การรักษาระยะห่าง อย่าเข้าใกล้บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ
เนื่องจากบริเวณที่ถนนทรุดมักไม่ได้หยุดแค่จุดเดียว ขอบหลุมมักจะยัง ‘เปราะ’ และสามารถขยายวงได้อีก ดังนั้น ถ้าหากเป็นคนที่สัญจรผ่านไปมา แนะนำให้รีบออกจากพื้นที่ ไม่ควรยืนมุงเพื่อถ่ายภาพหรือวิดีโอ
หรือถ้าหากอยู่ภายในตัวอาคาร ควรรีบอพยพโดยใช้บันไดหนีไฟ ห้ามใช้ลิฟต์ และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีรอยแยกหรือรอยทรุด
2. เฝ้าระวังไฟฟ้าและน้ำ
จากเหตุการณ์นี้ ทุกคนอาจได้เห็นคลิปวิดีโอที่เสาไฟฟ้าล้มจนเกิดประกายไฟมาบ้างแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่ามีความเสี่ยงไฟรั่วหรือไฟช็อตสูงเป็นอย่างมาก รวมถึงน้ำจากท่อประปาแตกที่แตก ก็อาจทำให้พื้นดินยังไม่มีความมั่นคงมากพอ
ดังนั้น ถ้าเห็นสายไฟขาด เสาไฟฟ้าล้ม หรือน้ำรั่ว ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยโทรไปยังหมายเลข 191 หรือ 1669 เพื่อแจ้งสถานการณ์ พร้อมบอกจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ **ห้ามแตะต้องเด็ดขาด
3. ช่วยเตือนประชาชนคนรอบข้าง
ถ้าหากมีคนกำลังจะเดินหรือว่าขับรถยนต์เข้าไป ควรรีบบอกพวกเขาให้หยุดทันที หรือถ้าเป็นไปได้ ก็อาจใช้สิ่งของกั้นไว้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแจ้งเตือนภัยข้างหน้า เช่น การตั้งกรวย หรือเปิดไฟฉุกเฉิน
4. หลีกเลี่ยงเส้นทางเกิดเหตุ และใช้เส้นทางสำรองทันที
คอยติดตามการจราจรจากเพจกรุงเทพมหานคร ตำรวจทางหลวง หรือแอปพลิเคชันแผนที่ เพื่อหลบเส้นทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าพื้นที่ไปตรวจสอบได้อย่างสะดวก
5. ไม่ฝืนอยากรู้อยากเห็นมากจนเกินไป
แน่นอนว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ที่เราไม่ค่อยพบเห็น วัฒนธรรมมุงก็อาจเป็นอันตรายเป็นอย่างมากในเคสแบบนี้ เพราะถ้าแค่ก้าวพลาดก็อาจถูกดูดลงหลุมได้ ดังนั้นแล้ว ควรงดถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอ
ท้ายที่สุดแล้ว แม้เหตุการณ์วันนี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ทรัพย์สินและสิ่งก่อสร้างโดยรอบยังคงเผชิญความเสี่ยงสูง ผู้ที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียงรวมถึงผู้ที่จำเป็นต้องสัญจรในเส้นทางดังกล่าว จึงควรเฝ้าระวังและติดตามกันต่อไปว่า การฟื้นฟูครั้งนี้จะใช้เวลานานเพียงใด