GCC จับมือ 2 สถาบันการศึกษา ปั้นหลักสูตร-บุคลากรรับ พ.ร.บ.โลกร้อน
พ.ร.บ.โลกร้อน จ่อสร้างอาชีพใหม่หลากหลายกลุ่ม ตอบโจทย์การจัดการและซื้อขายคาร์บอนเครดิต ตรวจสอบรายงานก๊าซเรือนกระจก ที่ปรึกษาและนักวิเคราะห์ หวั่นแรงงานสายสิ่งแวดล้อมขาดแคลน ซ้ำรอยต่างประเทศกว่า 50,000 ตำแหน่งใน 3 ปี หลังกฎหมายบังคับใช้เป็นทางการ
“โกลบอล คาร์บอน คอร์ปอเรชั่น” หรือ GCC จับมือ 2 สถาบันการศึกษา พัฒนาหลักสูตร ป.ตรี ด้านสิ่งแวดล้อม ปั้นบุคลากรตอบโจทย์ตลาด พร้อมจัดหลักสูตรระยะสั้น เพิ่มพูนความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้องค์กรต่าง ๆ
นายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล คาร์บอน คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ GCC เปิดเผยว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ.โลกร้อน) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2569 นี้ จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การทำงานสายสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพใหม่ และทำให้เกิดความต้องการบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ทั้งในระดับผู้ปฏิบัติการและระดับผู้เชี่ยวชาญ
โดยเฉพาะ 4 กลุ่มงานหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร เช่น เจ้าหน้าที่พัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่พัฒนาความยั่งยืนด้านสังคม เจ้าหน้าที่พัฒนาความยั่งยืนด้านธรรมาภิบาล ซึ่งในปัจจุบันหลายบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทมหาชนเริ่มมีการเปิดตำแหน่งดังกล่าวเพื่อรับคนเข้าทำงานมาพักใหญ่แล้ว
2.กลุ่มที่ปรึกษาและนักวิเคราะห์ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก เช่น ที่ปรึกษาด้านการประเมินก๊าซเรือนกระจก ที่ปรึกษาความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อออกแบบมาตรการในการลดผลกระทบ (Mitigation) และรับมือ (Adaptation) เจ้าหน้าที่โครงการพลังงานหมุนเวียน นักวิเคราะห์ด้านความยั่งยืน
3.กลุ่มงานตรวจสอบและทวนสอบรายงานการประเมินก๊าซเรือนกระจก Validator หรือ Verifier ซึ่งทำหน้าที่คล้ายคลึงกับ Audit ของฝั่งบัญชี แต่เปลี่ยนมาทำหน้าที่ตรวจสอบรายงานก๊าซเรือนกระจกหรือสิ่งแวดล้อมให้แก่บริษัทต่าง ๆ โดยตรง
และ 4.กลุ่มงานการจัดการและซื้อขายคาร์บอนเครดิต เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดบัญชีคาร์บอนเพื่อการลด และชดเชย ผู้จัดการด้านการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
“เราประเมินว่า ตลาดแรงงานไทยต้องการบุคลากรสายสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ตำแหน่งใน 3 ปีข้างหน้านี้”
ซึ่งมีหลายตำแหน่งงานที่จะประสบปัญหาบุคลากรขาดแคลน อาทิ ผู้ตรวจสอบ หรือ Validator ผู้ทวนสอบ หรือ Verifier เพราะนิติบุคคลในไทยกว่า 800,000 รายทั่วประเทศ ต้องทำการประเมิน บันทึกการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์และจัดทำรายงาน โดยมีที่ปรึกษา ผู้ตรวจสอบและผู้ทวนสอบ เป็นผู้ดูแลทุกปี
ปัจจุบันจำนวนบุคลากรที่ได้รับใบอนุญาตในไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาที่มีเพียง 530 คน (บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ผู้ตรวจสอบ ผู้ทวนสอบมีเพียงระดับ 100 กว่าคน บริษัทผู้ตรวจสอบและผู้ทวนสอบ หรือ VB (Verification Body) VVB (Validation & Verification Body) ในไทยที่ได้รับการรับรองมีประมาณ 20 กว่าบริษัทเท่านั้น
บางบริษัทมีบุคลากรเพียงพอทั้งทำหน้าที่ตรวจสอบและทวนสอบได้ เพื่อรองรับกรณีโครงการ T-VER บางบริษัททำหน้าที่ได้เพียงการทวนสอบเพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกองค์กร (CFO) และก๊าซเรือนกระจกผลิตภัณฑ์ (CFP) เท่านั้น
สถานการณ์ดังกล่าว คล้ายคลึงกับหลายประเทศที่บังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นแล้ว เช่น บางประเทศในกลุ่มอียู ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรในสายงาน ที่ปรึกษา (GHG Consult) ผู้ตรวจสอบและทวนสอบ (Validator & Verifier) ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของการดำเนินการตลอดกระบวนการ
ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ต่อนิติบุคคลต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนิติบุคคลที่ยังคงดำเนินธุรกิจต่อเนื่องสูงสุด 10 อันดับแรก และลงลึกเฉพาะประเภทธุรกิจที่ส่งผลต่อการสร้างก๊าซเรือนกระจก หรือ Green House Gas ซึ่งมี 140,000 กว่าราย อาทิ ธุรกิจก่อสร้าง ร้านอาหารภัตตาคาร การผลิตขายส่งอุปกรณ์เครื่องจักร การขนส่งขนถ่ายสินค้า ธุรกิจโรงแรมและห้องชุด
ตลอดจนการประเมิน การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและการตรวจสอบทวนสอบ เพื่อหาแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจกเหล่านั้น
แน่นอนว่า หากไทยปรับเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) จากปี 2065 มาเป็นปี 2050 เร็วขึ้น 15 ปี การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ก่อนว่า แต่ละนิติบุคคลนั้น ๆ ปล่อยคาร์บอนเท่าไร เพื่อนำไปสู่แผนการลด หากบุคลากรในกระบวนการเหล่านี้มีไม่เพียงพอ ย่อมนำมาซึ่งความล่าช้าและเป็นต้นเหตุในการพลาดเป้าหมาย
เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว GCC จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น พัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี การศึกษาสาขาวิทยาการจัดการนวัตกรรมทางธุรกิจ การจัดการธุรกิจแบบบูรณาการ ระดับชั้นปีที่ 3-4 คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับ Carbon Footprint-Net Zero เพื่อปลูกฝังสร้างองค์ความรู้ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม เข้าใจกระบวนการเพื่อประเมินและลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม
มุ่งสร้างบุคลากรที่มีทั้งทักษะวิชาการและความเข้าใจเชิงปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรอาชีพดังกล่าว ที่ปรึกษาจัดการก๊าซเรือนกระจก ผู้ตรวจสอบ ผู้ทวนสอบก๊าซเรือนกระจก ฯลฯ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนคน สร้างระบบนิเวศด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะผลิตบุคลากรได้ 300 คนต่อปี
“การสร้างคนคุณภาพจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับประเทศในการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพราะบุคลากรเหล่านี้จะเป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างกฎหมาย มาตรการ และการปฏิบัติจริงในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น GCC มองว่าความร่วมมือจะช่วยยกระดับศักยภาพแรงงานไทยสู่สากลได้” นายตรีเทพกล่าว
บริษัทยังร่วมมือกับ 2 มหาวิทยาลัย เดินหน้าบรรเทาปัญหาระยะสั้น ด้วยการจัดหลักสูตรเร่งรัด ภายใต้ “GCC-RMUTT-RMUTI Academy” อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : GCC จับมือ 2 สถาบันการศึกษา ปั้นหลักสูตร-บุคลากรรับ พ.ร.บ.โลกร้อน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net