โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สร้างอิมแพคบนโซเชียล ผ่านกลุ่มแฟนของแบรนด์แบบเรียลๆ

Amarin TV

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 04.21 น.
การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับกลุ่มแฟน ๆ จึงกลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่แบรนด์ต้องลงมือทำ เพื่อให้แบรนด์มากกว่าแค่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภค

ในยุคที่การสื่อสารและการสร้างแบรนด์อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย และกระจัดกระจาย ที่เรียกว่า"Fragmentation" ซึ่งทุกอย่างรอบตัวเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อ แพลตฟอร์ม หรือแม้แต่ลูกค้า และคอมมิวนิตีที่แบรนด์ต้องเข้าถึง สื่อและการเสพข้อมูลของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ความท้าทายหลักที่แบรนด์ต้องเผชิญในยุคของ “Fragmentation” หรือการแตกตัวออกเป็นหลายกลุ่มย่อย ๆ คือ การขาดการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคที่ลึกซึ้ง ทำให้นักการตลาดต้องปรับตัว และทำงานหนักขึ้น เพื่อที่จะสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และทำให้ยังคงอยู่ในใจผู้บริโภคได้ ดังนั้นแบรนด์ไม่สามารถใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเดิม ๆ ที่เคยได้ผลอีกต่อไป โดย 41% ของนักการตลาดกล่าวว่า เนื้อหาที่พวกเขาสร้างขึ้นในโซเชียลมีเดีย “สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ได้เพียงบางส่วน” แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการทำให้เนื้อหาของแบรนด์ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับความสนใจที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคนี้

แฟนของแบรนด์ คือ กุญแจสำคัญ กับ 3 ตัวอย่างที่ทำแบบเรียลๆ

การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับกลุ่มแฟน ๆ จึงกลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่แบรนด์ต้องเริ่มคิด และลงมือทำ เพื่อให้แบรนด์มากกว่าแค่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภค แต่สามารถอยู่ในใจคนยุคนี้ได้มากขึ้น ซึ่งกลุ่มแฟนๆ ที่มีประสบการณ์ตรงกับแบรนด์ กลายเป็นพลังสำคัญในการช่วยผลักดันและส่งเสริมแบรนด์ในทางบวกได้ เพราะกลุ่มแฟนของแบรนด์ ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่พวกเขา คือ ผู้ที่สร้างเนื้อหาผ่านการแชร์ประสบการณ์ การรีวิว และการมีส่วนร่วมในคอมมิวนิตี้ออนไลน์ หรือ แม้แต่ในสังคมจริง ทำให้แบรนด์สามารถขยายอิมแพคไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และอยู่ในใจคนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ เหล่าแฟนของแบรนด์ ยังสามารถตัวช่วยสำคัญในการทำให้แบรนด์คงอยู่ในกระแสหลัก แม้ในช่วงเวลาที่โซเชียลมีเดียมีความหลากหลาย และแตกแยกไปตามกลุ่มต่าง ๆ การที่แฟน ๆ ร่วมกันสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์ การแสดงความรัก และการสนับสนุนแบรนด์ในที่สาธารณะ จะช่วยให้แบรนด์ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดพลกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างยั่งยืนในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้

ซึ่งจากการสำรวจของ TINT ในปี 2023 พบว่า 72% ของแบรนด์ทั่วโลกกำลังสร้างคอมมิวนิตี้ออนไลน์ที่รวมความสนใจร่วมกันของผู้บริโภค และสร้างพื้นที่นั้นให้เหล่าแฟนของแบรนด์มาแชร์ประสบการณ์ และ 84% ของผู้บริโภคกล่าวว่า คอมมิวนิตี้ที่ล้อมรอบแบรนด์มีผลต่อความรู้สึกของพวกเขาต่อแบรนด์นั้น ซึ่ง 3 ตัวอย่างของงานจริงที่หยิบมาในครั้งนี้ คือ ผลงานของทาง Ogilvy ในหลากหลายประเทศ ที่ได้นำเอา “กลุ่มแฟนของแบรนด์” มาสร้างอิมแพคบนโซเชียลมีเดีย

1) ยืนยันการใช้จริงของเหล่าแฟนแบบเรียลๆ

เริ่มต้นที่แคมเปญสุดสร้างสรรค์จากแบรนด์ Vaseline กับแคมเปญที่ชื่อว่า "Vaseline Verified" ซึ่งถือเป็นแคมเปญที่ตั้งต้นบนโซเชียลมีเดียที่พลิกแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ โดยหยิบเอาไอเดีย Hack หรือการใช้งานจริงจากเหล่าแฟน ๆ บนโซเชียลมีเดียกว่า 6,000 โพสต์ทั่วโลก มาต่อยอดอย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาสลีนทาเลนส์กล้องให้ได้ลุคฟุ้ง ๆ การทาริมฝีปากก่อนกินของเผ็ด หรือแม้แต่การใช้เพื่อถนอมผิวสำหรับนักวิ่ง ซึ่งความน่าสนใจคือ แคมเปญนี้ไม่ได้หยุดแค่การหยิบโพสต์มาแชร์ต่อ แต่ ทีม R&D ของ Unilever ได้ทดลองและพิสูจน์ไอเดียที่มาจากผู้บริโภคจริงในห้องแล็บ โดยเทคนิคไหนที่ใช้ได้ผลจริง จะได้รับตรารับรอง “Vaseline Verified” พร้อมส่ง Trophy Box ไปให้เจ้าของไอเดีย เพื่อยืนยันว่าแบรนด์รับรองแล้วว่าเทคนิคของคุณ "ใช้ได้จริง"

วิธีการนี้ไม่เพียงสร้างบทสนทนาใหม่ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค แต่ยังช่วยยืนยันพลังของผู้ใช้ ในการร่วมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ในแบบที่น่าเชื่อถือและใกล้ชิดกว่าที่เคย นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2025 แคมเปญ Vaseline Verified ได้รับยอดชมรวมมากกว่า 136 ล้านวิวบนโซเชียล และคว้ารางวัลจากเวที Cannes Lions 2025 ไปถึง 9 รางวัล รวมถึง Titanium Lion และ 2 รางวัล Grand Prix โดยเบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือการร่วมมือกันระหว่างทีม Ogilvy Singapore กับ Ogilvy South Africa และ Ogilvy UK ที่เข้าใจทั้งพลังของคอมมูนิตี้ และพลังของการพิสูจน์

2) กล้าที่จะเรียล และสวนกระแส เพื่อให้แบรนด์อยู่ในใจแฟน

Cadbury 5 Star ร่วมมือกับ Ogilvy India สร้างสรรค์แคมเปญ “Destroy Valentine’s Day” ด้วยการไม่เดินตามสูตรโรแมนติกแบบเดิม แต่เลือกสนับสนุนกลุ่มคนที่อยากใช้วาเลนไทน์ในแบบไม่จำเจ ผ่านกลยุทธ์สวนกระแสที่แสบ ขำ และชวนตั้งคำถาม โดยใช้ “กลุ่มคู่รักสูงวัย” มาเป็นตัวแทนเพื่อสวนกระแสวันแห่งความรัก ด้วยไอเดียว่า “ถ้าคนรุ่นลุงทำตามเทรนด์เมื่อไหร่ เด็กรุ่นใหม่จะเลิกอินทันที” แบรนด์จึงเลือกสนับสนุนกลุ่มแฟนของแบรนด์ที่เป็นคู่รักรุ่นใหญ่ และเผยแพร่เรื่องราวของพวกเขาผ่านโซเชียลมีเดีย ให้เห็นว่าความโรแมนติกแบบคนรุ่นผู้ใหญ่ก็สามารถ Takeover วันแห่งความรักได้เหมือนกัน กลายเป็นแคมเปญที่ตอกย้ำว่า Cadbury 5 Star กล้าสนับสนุนความแตกต่าง และกล้าสื่อสารแบบ “ไม่ตามกระแส” อย่างแท้จริง

หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน วิดีโอมียอดชมทะลุ 10 ล้านวิว กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลพร้อมแฮชแท็ก #DestroyValentinesDay ที่มียอดการเห็นกว่า 20 ล้านครั้งใน 2 สัปดาห์ เว็บไซต์แคมเปญมียอดผู้เข้าชม 200,000 คน และ 60% มีส่วนร่วมกับกิจกรรม ในเชิงธุรกิจ Engagement เพิ่มขึ้นกว่า 50% บนโซเชียล ขณะที่ยอดขายผ่าน E-commerce เติบโตถึง 20% ซึ่งตอกย้ำพลังของการกล้าแตกต่าง และการฟังเสียงแฟนในยุคที่ผู้บริโภคโหยหาแบรนด์ที่มีจุดยืนจริงใจ

3) ขยายกลุ่มแฟนในจังหวะที่ใช่แบบเรียลไทม์

เนื่องในโอกาสมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 โคคา-โคล่าได้เปิดตัวแคมเปญหลายแพลตฟอร์มแบบ Interactive ภายใต้ธีม “Embrace Differences, Win Together” หรือ “แตกต่างอย่างเข้าใจ ชนะไปด้วยกัน” เพื่อเฉลิมฉลองพลังของการเชื่อมโยงความหลากหลาย ผ่านกีฬาที่คนทั่วโลกหลงรักและติดตาม โดยแคมเปญในประเทศจีนนี้ พัฒนาโดย Ogilvy Shanghai ในฐานะผู้นำทีม WPP Open X มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับทั้ง แฟนของแบรนด์โค้ก และ แฟนกีฬา ผ่านภาพยนตร์สั้น สื่อโฆษณานอกบ้าน และกิจกรรม Interactive ที่ให้ผู้บริโภคสามารถกอดนักกีฬาทีมชาติจีนได้แบบเสมือนจริง ซึ่งเป็นการมอบกำลังใจและความใกล้ชิดระหว่างนักกีฬา และผู้ชมในช่วงเวลาแห่งการแข่งขัน

ความพิเศษของแคมเปญนี้อยู่ที่การทำงานแบบ เรียลไทม์ ระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก โค้กได้เก็บโมเมนต์การกอดจริงของนักกีฬา ตัดต่อเป็นวิดีโอสั้นและออกอากาศในรายการ “Coca-Cola Hug Moments” ทางสถานี CCTV ทุกวัน พร้อมทั้งอัปเดตความสำเร็จ และภาพไฮไลต์ผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงโปสเตอร์ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้แฟนกีฬาได้ร่วมภูมิใจ และส่งแรงเชียร์แบบทันทีทันใด ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ตอกย้ำบทบาทของโค้กในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในช่วงเวลาสำคัญระดับโลกอย่างแท้จริง

สรุป

ในยุคที่แบรนด์ต้องเผชิญกับโลกที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ การพยายามตอบโจทย์ และเอาใจทุกคนอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป เพราะสิ่งที่แบรนด์ต้องการไม่ใช่แค่ “เสียง” ที่ดัง แต่คือ “ความสัมพันธ์” ที่ลึกและเรียล ตัวอย่างจากทั้ง 3 แคมเปญบนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นชัดว่าเมื่อแบรนด์กล้าเปิดพื้นที่ให้แฟนของแบรนด์ได้มีส่วนร่วม เชื่อในพลังของแฟน และสร้างบทสนทนาแบบเรียล ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความผูกพันที่จริงใจ และการส่งต่อพลังบวกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการหยิบเสียงจากแฟนมายืนยัน การสร้างพื้นที่สวนกระแส หรือการจับจังหวะเรียลไทม์เพื่อขยายแฟนใหม่ในช่วงเวลาใช่

ดังนั้นคนที่เลือกจะอยู่กับแบรนด์ คือคนที่รู้สึกว่าแบรนด์ “อยู่กับเขา” และคนกลุ่มนั้นไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาคือ “แฟนของแบรนด์” ที่พร้อมจะสร้าง พูดแทน และปกป้องแบรนด์ในแบบที่สื่อแบบไหนก็แทนไม่ได้ สุดท้ายแล้วการเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์กับแฟนของแบรนด์ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือ กลยุทธ์หลักที่แบรนด์ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป หากต้องการสร้างอิมแพค และยืนหยัดอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

ผู้เขียน: พฤกษ์ ชีวะวรนันท์ / Pruek Cheewaworanun
ผู้อํานวยการฝ่ายกลยุทธ์ โอกิลวี่ ประเทศไทย/ Strategy Director, Ogilvy Thailand

References

https://www.ogilvy.com/ideas/social-trends-2025-social-first-brand-building-key-shifts-2025

https://www.ogilvy.com/ap/ideas/social-apacs-great-disconnect-how-social-can-better-connect-across-culture-brand-business

https://www.ogilvy.com/work/vaseline-verified

https://www.ogilvy.com/work/destroy-valentines-day

https://www.ogilvy.com/cn/eng/work/yongbaocike-rangwomenyingzaiyiqi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...