โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท. เร่งเครื่อง ดึงบริษัทต่างชาติเข้าจดทะเบียน เสริมแกร่งตลาดหุ้นไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 16.03 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 09.03 น.

ตลท. เดินหน้าแผนเพิ่มหุ้นขนาดใหญ่เข้าตลาด เตรียมเชื่อมโยงกับ BOI เพื่อดึงบริษัทต่างชาติศักยภาพสูง รวมถึงศึกษาแนวทางให้บริษัทแม่จากต่างประเทศมาจดทะเบียนควบ พร้อมผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้บริษัทต่างชาติเข้าตลาดได้ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุน

ตลท.

วันที่ 27 สิงหาคม 2568นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยภายหลังงาน Thailand Focus 2025 ว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีสถาบันการลงทุนชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 75 สถาบันเข้าร่วม โดยส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางกองทุนระดับโลก ขณะที่บางส่วนเป็นบริษัทแม่จากสหรัฐฯ ที่มีสำนักงานในเอเชียเข้าร่วมด้วย

โดยนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจขอเข้าพบกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมงานอย่างหลากหลาย ตั้งแต่หุ้นในกลุ่ม SET50, SET100 ไปจนถึงกลุ่ม MAI โดยส่วนใหญ่เป็นการนัดประชุมแบบตัวต่อตัว (one-on-one meeting) ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง เพื่อความสะดวกในการเข้าออกจากการลงทุน

ทั้งนี้ตลท. ยังมีแนวทางใหม่ในการนำบริษัทต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาจดทะเบียนในไทย โดยการเชื่อมโยงกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำบริษัทแม่ในต่างประเทศมาจดทะเบียนควบ (Dual Listing) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนด้วย

ปัจจุบันมีบริษัทหลายแห่งที่สนใจและได้ยื่นคำขอเสนอขาย IPO แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความเหมาะสมของราคาที่แต่ละบริษัทตั้งเป้าหมายไว้ โดยกำลังพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ เพื่อให้กระบวนการจดทะเบียนง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย จะดึงเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ โดยต้องมีการพูดคุยกับก.ล.ต. เพื่อให้การเข้าจดทะเบียนสะดวกมากขึ้น เนื่องจากบางบริษัทที่เข้ามาลงทุนมีบริษัทแม่ที่แข็งแกร่งระดับโลกอยู่แล้ว

ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยจะซบเซา แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงจับตามองเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด และไทยยังคงเป็นเศรษฐกิจที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ Valuation หรือมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ และ Dividend Yield หรือผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จูงใจ รวมถึงความไม่แน่นอนในหลายประเด็นที่ค่อย ๆ คลี่คลายลง

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หลังจากที่ได้เข้ามาพูดคุยและรับฟังข้อมูลเชิงลึกในงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถหาได้จากการอ่านบทวิเคราะห์เพียงอย่างเดียว

นายอัสสเดช กล่าวว่า ด้านการเมืองและความไม่แน่นอน ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักลงทุนต่างชาติ เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับความผันผวนทางการเมืองของไทยมาเป็นระยะ และไม่ได้มองเป็นปัจจัยเชิงลบที่น่าตกใจเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังคงหวังว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในอนาคต

ในส่วนของการเพิ่มหุ้นขนาดใหญ่เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับตลาด มีบริษัทที่ยื่นคำขอเสนอขายหุ้น (Filing) อยู่ในกระบวนการประมาณ 30 บริษัท และยังคงมีบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าตลาด โดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน Valuation เป็นสำคัญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...