โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กต.มีคลิปทหารกัมพูชาจัดฉากใช้ประชาชนบังหน้ารื้อรั้วลวดหนาม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 13.21 น.

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ประจำวันที่ 26 ส.ค.ว่า เมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้พลเรือน ซึ่งประกอบด้วยสตรี เด็ก และผู้สูงอายุ มารื้อลวดหนาม รวมถึงก่อความวุ่นวาย ในพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ที่ตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย เดิมเคยใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวของชาวกัมพูชาที่หนีภัยจากการสู้รบในอดีตเข้ามาในประเทศไทย แต่ภายหลังสงครามสิ้นสุด ชาวกัมพูชากลับได้ขยายชุมชนออกไป ถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ปี 2543 ซึ่งฝ่ายไทยได้คัดค้านและดำเนินการประท้วงการล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ของไทยดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ฝ่ายกัมพูชาก็เพิกเฉยและไม่ได้ตอบสนองใด ๆ

แม้ฝ่ายไทยได้หยิบยกเรื่องการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนร่วมกัน รวมถึงพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน ในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC)ไทย - กัมพูชา สมัยวิสามัญ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่ตอบรับ

การวางลวดหนามในเขตแดนไทย เป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนไทย เพื่อป้องกันมิให้มีการรุกล้ำเพิ่มเติม และป้องกันการเข้ามาวางทุ่นระเบิดโดยฝ่ายกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังเพื่อประกันความปลอดภัยให้กับประชาชนฝั่งไทย โดยเฉพาะในจังหวัดสระแก้ว ในการตรวจพื้นที่เพื่อประเมินรายละเอียดที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย และไม่ขัดต่อข้อตกลงจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่มาเลเซีย

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 มีคลิปวีดิทัศน์เป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาปล่อยให้ประชาชนกัมพูชารื้อลวดหนาม รวมทั้งสร้างสถานการณ์ที่เป็นการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง เช่น การตะโกนไล่ทหารไทยและแสดงท่าทีพร้อมก่อความรุนแรง และยังปรากฏภาพสตรีอุ้มทารกเข้าไปเผชิญหน้ากับทหารไทยด้วย ซึ่งทหารไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุดต่อการยั่วยุดังกล่าว

และไม่คาดคิดว่าฝ่ายกัมพูชาจะปล่อยให้ประชาชนของตนเป็นผู้ออกหน้าแทนทหาร ทั้ง ๆ ที่ทหารควรอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องประชาชน

ประเทศไทยขอประณามการที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ประชาชน โดยเฉพาะสตรีและเด็ก ออกหน้าและพยายามรุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและไม่สอดคล้องกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ฝ่ายไทยจึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการกระทำในลักษณะดังกล่าว รวมถึงการจัดฉากโดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือเกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างมีหนังสือตอบโต้ฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการ รวมถึงในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) ด้วย

  • มาริษพร้อมแจงประชาคมโลก

วันนี้ (26 สิงหาคม 2568) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเสร็จสิ้นภารกิจจากประเทศสวีเดน อยู่ระหว่างเดินทางไปนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และจะปฏิบัติภารกิจจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2568

ภารกิจสำคัญในครั้งนี้ คือ การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการที่กัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตอธิปไตยของไทย ส่งผลให้ทหารไทยจำนวนหนึ่งบาดเจ็บและทุพพลภาพ ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ มีกำหนดจะพบหารือกับรองข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เพื่อย้ำว่า การดำเนินการของไทยสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ไทยจะใช้โอกาสนี้แสดงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นถึงการกระทำของกัมพูชาที่ไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม และขัดต่อกติกาสากลโดยสิ้นเชิง และเป็นพฤติการณ์ที่กระทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเป้าหมายพลเรือน การนำเด็กมาใช้ในคลิปวีดิโอเกี่ยวกับทุ่นระเบิด การใช้พื้นที่ชุมชนเป็นฐานที่มั่นทางทหาร หรือการผลักดันเด็ก สตรี และผู้สูงอายุให้ออกมาเป็นด่านหน้า ซึ่งรวมถึงพฤติการณ์ล่าสุดในการยั่วยุและนำประชาชนมาใช้ในกลวิธีที่คล้ายกับการเป็นโล่มนุษย์ ตามที่ปรากฏเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน

ความปลอดภัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครองสูงสุด และในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ ไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับกลไกสากลทุกขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจและความจริงใจ ทั้งจะยังคงร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาออตตาวาและหลักการสากล โดยเฉพาะกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน

ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหากับกัมพูชาโดยสันติวิธี บนพื้นฐานของMOU 2543 และกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ทั้งคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งทุกกลไกกำลังทำงานอย่างแข็งขัน และจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และหวังจะได้รับการตอบสนองเช่นเดียวกันจากฝ่ายกัมพูชา

ฝ่ายกัมพูชายังคงเผยแพร่ข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงภายในของไทย จึงขอให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข่าวสารที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจากช่องทางทางการ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันการเผยแพร่ข่าวบิดเบือนต่าง ๆ ในวงกว้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...