โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรเผยปี 69 ราคารถไฟฟ้ายังแข่งเดือด จีนหั่นราคาสู้ คนไทยมอง “ยังถูก” ซื้อไหว

Thairath Money

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 11.45 น.
ภาพไฮไลต์

เศรษฐกิจไทยพึ่งพาอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนของไทยอย่างมาก หลายปีมานี้ยอดการส่งออกและยอดขายรถยนต์ชะลอลงมา แม้ปี 2568 คาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ปีนี้จะโต 4.77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ยังต้องเจอศึกหนักทั้งการแข่งขันหั่นราคาในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า และถือว่าธุรกิจยานยนต์ไทยกำลังเจอปัญหาหนักที่สุดในรอบ 64 ปี

ความหวังธุรกิจรถยนต์ฯ ไทย EV

แม้ธุรกิจรถยนต์ไทยต้องเจอปัญหาอีกมาก แต่หนึ่งความหวังของอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนของไทยอาจเป็นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพราะศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในช่วง 2 ปีข้างหน้า (2569-2570) ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ายังจะเติบโตต่อได้ เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังต้องการซื้อรถที่มีราคาถูก

“หทัยวัลคุ์ ตุงคะธีรกุล” เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า กลุ่มรถ EV ยังจะเผชิญกับการแข่งขันสูง เพราะแบรนด์รถ EV ที่ปีหน้าน่าจะยังใช้กลยุทธ์ “รถไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้” ต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ส่งผลให้คนนิยมรถไฟฟ้าจีนมากขึ้น รวมถึงจะมีรุ่นรถยนต์ที่ใหม่ๆ ออกมาแข่งขันในตลาดมากขึ้น

ส่วนอีกปัจจัยสำคัญที่คนไทยจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทและแบตเตอรี่ต่ำกว่า 50kWh คือแม้มาตรการ EV 3.0 อาจสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 แต่ปี 2569 ผู้ซื้อสามารถเข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 ได้

ธุรกิจรถยนต์ฯ ไทยเจอศึกหนัก “ภาษีทรัมป์-จีนบุก”

ดร. รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า อุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนไทยเจอความท้าทายสูงสุดในรอบ 64 ปี นับตั้งแต่ปี 2504 จาก 1) นโยบายการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกดดันเรื่องการส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ 2) การแข่งขันที่สูงขึ้นจากผู้เล่นหน้าใหม่อย่างประเทศจีนที่ใช้กลยุทธ์สงครามราคา

อย่างแรกการแข่งขันในตลาดโลกจะรุนแรงขึ้น แม้ผลกระทบทางตรงจากมาตรการภาษีนำเข้า Section 232 ต่อไทยจะไม่มากเพราะมีสัดส่วนส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ น้อย แต่เมื่อมีมาตรการภาษีฯ ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อาจกระจายส่งออกไปตลาดอื่นมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ จึงอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อส่งออกรถยนต์ไทยไปตลาดโลก แต่มาตรการภาษีนำเข้า Section 232 กระทบโดยตรงต่อการส่งออกชิ้นส่วนไทยไปสหรัฐฯ (ซึ่งมีสัดส่วนราว 26% ของมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนไทย)

ทั้งนี้ การรุกตลาดของค่ายรถจีนผ่านสงครามราคาไปทั่วโลก ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งภาคการผลิตและบริการ หลังจากค่ายรถหลักเดิมสูญเสียส่วนแบ่งในไทยและตลาดโลก เนื่องจากผู้บริโภคหันมานิยมรถไฟฟ้าจีนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามต้องรอติดตามดีลการเจรจามาตรการภาษีฯ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ว่าจะมีการปรับลดภาษีส่วนไหนบ้าง จะมีธุรกิจรถยนต์ไทยหรือไม่

จากปัจจัยทั้งหมดนี้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจรถยนต์ไทย โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ในประเทศปี 68 จะอยู่ที่ 600,000 คัน เพิ่มขึ้น 4.77%YoY ส่วนหนึ่งเพราะสถานการณ์การให้สินเชื่อรถยนต์ผ่อนคลายปรับตัวดีขึ้นและราคารถถูกลง ส่วนปี 2569 ตลาดรถยนต์ไทยคาดว่าจะมีการปรับตัวที่ดี แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตได้อย่างชัดเจน

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสิกรเผยปี 69 ราคารถไฟฟ้ายังแข่งเดือด จีนหั่นราคาสู้ คนไทยมอง “ยังถูก” ซื้อไหว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...