โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ตอบชัด! หลังคอดำ-มดตอมฉี่ ป่วยเบาหวานจริงไหม? เปิดอาการเริ่มต้น ย้ำกินยาไม่ทำไตพัง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 พ.ย. 2568 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 15.15 น.

หลังคอดำ-มดตอมฉี่ ป่วยเบาหวานจริงหรือไม่? แพทย์เผย อาการเริ่มต้น-ปัจจัยเสี่ยง ยันกินยาไม่ทำไตพัง ยกเคสสุดช็อก หญิงปวดท้อง-อ้วก ตรวจพบป่วยเบาหวาน เผยสาเหตุ

เบาหวาน เรียกได้ว่าเป็นโรคที่หลายคนหวาดกลัว สวนทางกับปัจจัยในการเกิดโรคที่เกิดขึ้นได้ง่าย และมีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม รายการ Tuck Talk สัปดาห์นี้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่คนไทยสนใจมากที่สุด อย่าคิดว่าแค่ไม่กินหวาน… แล้วจะรอดจากเบาหวาน!

เปิดความจริงเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ที่คนไทยจำนวนมากยังเข้าใจผิด“หลังคอดำ มดตอมฉี่” เป็นสัญญาณเบาหวานจริงเหรอ? พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้น้ำตาลพุ่งโดยไม่รู้ตัว? มาฟังคำตอบจาก “นพ.นิมิตร์ ศิริธนากิจ” อายุรแพทย์เจ้าของช่อง “หมอหมี เม้าท์มอย” แล้วคุณจะเข้าใจโรคเบาหวานมากขึ้น

สำหรับคอนเทนต์สุขภาพคนใส่ใจเรื่องอะไรมากที่สุด ?

หมอหมี : จริงๆ แล้วคนก็สนใจเยอะเลยนะ หลายเรื่องทั้งเรื่องไต เรื่องหัวใจ แต่โรคที่คนสนใจมากๆ เลย คือโรคเบาหวาน คนถามหมอเยอะมาก เพราะว่าจริงๆ แล้วคนที่ป่วยเป็นเบาหวานในประเทศไทยเยอะมาก ในประเทศไทยคนที่เป็นเบาหวาน 6.5 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 10

เบาหวานมีกี่ชนิด ?

หมอหมี : จริงๆ มีหลายชนิด แต่ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด

ชนิดที่ 1 มักพบในเด็กๆ อายุน้อย เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายเซลล์ของตับอ่อน ไม่เกี่ยวกับการกินอาหารหรือพฤติกรรมต่างๆ เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายไปทำลายเซลล์ตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ชื่อว่าอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด คือจะไปสั่งให้น้ำตาลของเราเข้าสู่เซลล์ เพื่อให้เซลล์เอาไปใช้ไปสลายน้ำตาลเป็นพลังงานที่เราทำงานได้ทุกวัน แต่พอเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ตัวเซลล์นั้นไม่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็เอาไปใช้ไม่ได้ พอเอาไปใช้ไม่ได้น้ำตาลก็จะสูงขึ้นๆ เรื่อยๆ กลายเป็นโรคเบาหวาน อาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ก็ได้ หรือาจเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายตัวเซลล์นั้น

ชนิดที่ 2 พบมากที่สุด โดยเฉพาะในคนไทยถึง 95% สาเหตุหลักคือ“โรคอ้วน” พอร่างกายมีภาวะอ้วนลงพุง ก็จะทำให้ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนชนิดที่หนึ่งเลย

ชนิดที่ 3 ก็จะเป็นชนิดอื่นๆ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือว่าคนที่เป็น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังกินเหล้าเยอะจนตับอ่อนพัง ก็ผลิตอินซูลินไม่ได้ กลายเป็นโรคเบาหวานอีกชนิดหนึ่ง

ถ้าเป็นตอนตั้งครรภ์ แล้วหลังคลอดจะหายไหม?

หมอหมี :ส่วนใหญ่หายครับ หลังคลอดน้ำตาลจะกลับมาปกติ แต่บางคนก็ยังมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ในภายหลัง ดังนั้นอาจจะต้องตรวจติดตามสุขภาพประจำปีเรื่อยๆ

ตรวจสุขภาพประจำปี ควรดูค่าตัวไหนเป็นหลัก?

หมอหมี : วินิจฉัยมีอยู่ 2 ค่า คือ

1. Fasting Blood Sugar (เจาะน้ำตาลขณะอดอาหาร)

2. HbA1C (เจาะน้ำตาลสะสมในเลือด)

ค่าที่ถือว่าเริ่มเสี่ยงมีเท่าไหร่?

หมอหมี : ถ้าค่าน้ำตาลขณะอดอาหาร ต่ำกว่า 100 mg/dL = ปกติ ถ้า 101-125 mg/dL = ภาวะก่อนเบาหวาน และถ้า 126 mg/dL ขึ้นไป = เป็นเบาหวาน สำหรับค่า HbA1C ถ้ามากกว่า 6.5% ถือว่าเป็นเบาหวาน แต่ถ้าอยู่ระหว่าง 5.7-6.4% คือกลุ่มเสี่ยงครับ

ระยะเริ่มต้นของเบาหวานมีอาการยังไงบ้าง?

หมอหมี : อาการที่พบบ่อยคือ ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนเกิน 3-4 ครั้งขึ้นไป ถือว่าเสี่ยงครับ

เคยได้ยินว่าฉี่มีมดมาตอมจริงไหม?

หมอหมี : คำว่า “เบาหวาน” แปลว่า “ฉี่หวาน” ครับ เพราะมีน้ำตาลในปัสสาวะ มดมาตอมได้จริง แต่จากประสบการณ์ของหมอ ส่วนใหญ่คนที่บอกว่ามีมดมาตอม พอเจาะเลือดจริงๆ กลับไม่พบว่าเป็นเบาหวานครับ เพราะว่าบางทีมันอาจจะเป็นทางเดินของมดอยู่แล้วด้วย ก็สามารถสงสัยได้เหมือนกันแต่ก็ไม่ใช่ 100%

มีอาการอะไรอีกที่ควรระวังไหม?

หมอหมี : มีครับ เช่น หิวน้ำบ่อย อยากกินน้ำหวานด้วย ปัสสาวะบ่อย หิวอาหารบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

เคยเห็นเขาพูดกันถ้าหลังคอดำแสดงว่าคนนี้เสี่ยง?

หมอหมี : ต้องมาดูก่อนว่าตรงแผ่นคอผื่นที่ดำๆ มันมีลักษณะแบบไหน ถ้าเราขัดออกน่าจะเป็นขี้ไคลธรรมดา แต่ถ้าขัดไม่ออกก็อาจจะเป็นเบาหวาน สำหรับคนที่อ้วนมากๆ ก็จะทำให้บริเวณผิวหนังมันเกิดความเข้ม ตัวเม็ดสีเข้มมากขึ้นได้และเกิดการหนาตัวขึ้นมา

เคสไหนที่น่าจดจำไหม?

หมอหมี : มีเคสหนึ่งมีอาการปวดท้องแต่เป็นเบาหวาน ผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี กินอะไรก็อ้วกออก กินก็ไม่หายตั้งแต่เช้ายันเย็น ก็เลยมาหาหมอ ปรากฏว่าพอเจาะเลือดน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นไปถึง 600 เกิดจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ จึงสลายไขมันจนเกิดคีโตนสะสมมาก ทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรงครับ

ปัจจัยเสี่ยงมาจากพฤติกรรมการกินมีผลไหม?

หมอหมี : มีผลมากโดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คืออายุและพันธุกรรมแล้ว อาหารคือปัจจัยสำคัญที่สุด

คนผอมก็เป็นได้ใช่ไหม?

หมอหมี : ใช่ครับ คนผอมก็เป็นได้ เพราะร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ ก็จะสลายไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้แทน ทำให้ผอมลงเรื่อยๆ

คนเป็นเบาหวานควรจัดสัดส่วนอาหารยังไงดี?

หมอหมี : ง่ายๆ เลยครับ ครึ่งจานเป็นผัก ¼ เป็นข้าว (ควรเป็นข้าวกล้อง) อีก ¼ เป็นโปรตีน ข้าวกล้องจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวขาวถึง 2 เท่า แต่ถ้าผักหัว มันฝรั่ง มันเทศ จะมีแป้งเยอะเลยถ้าไปกินพวกนี้ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ แนะนำให้เลือกผักใบ ตำลึง ผักกาด ผักบุ้ง คะน้า กระหล่ำปลี บร็อกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง

ผลไม้กินได้ไหม?

หมอหมี : กินได้ครับแต่ควรเลือกผลไม้ที่น้ำตาลไม่สูง เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร ชมพู่ หรือเบอรี่ ส่วนผลไม้ที่ควรเลี่ยงคือทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วงสุก

แล้วต้องงดของหวานตลอดเลยไหม?

หมอหมี : ไม่จำเป็นครับ ทานได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ และรู้จักโควต้าอาหารให้เหมาะสม

กินยาเบาหวานนานๆ จะทำให้ไตพังไหม?

หมอหมี : ไม่จริงครับ สาเหตุหลักที่ทำให้ไตพังคือการปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงต่างหาก คนที่ไม่กินยาเลยยิ่งเสี่ยงไตเสื่อมมากกว่า

แล้วเบาหวานหายได้ไหม?

หมอหมี : หายขาดไม่ได้ครับ แต่สามารถเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบได้ หมายถึงคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้เกิน 3 เดือนโดยไม่ใช้ยา แต่ถ้ากลับไปใช้ชีวิตเดิมก็กลับมาเป็นได้อีก

ตอนนี้มีงานวิจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่น่าสนใจไหม?

หมอหมี : มีครับ งานวิจัยพบว่าคนที่เข้มงวดกับการควบคุมน้ำตาลในช่วง 5-6 ปีแรก จะมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า ไตเสื่อมช้ากว่า และลดโอกาสเสียชีวิตได้มากกว่าเพราะฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานแล้ว ต้องตั้งใจควบคุมตั้งแต่ช่วงแรกๆ ครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ตอบชัด! หลังคอดำ-มดตอมฉี่ ป่วยเบาหวานจริงไหม? เปิดอาการเริ่มต้น ย้ำกินยาไม่ทำไตพัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...