แพทย์ตอบชัด! หลังคอดำ-มดตอมฉี่ ป่วยเบาหวานจริงไหม? เปิดอาการเริ่มต้น ย้ำกินยาไม่ทำไตพัง
หลังคอดำ-มดตอมฉี่ ป่วยเบาหวานจริงหรือไม่? แพทย์เผย อาการเริ่มต้น-ปัจจัยเสี่ยง ยันกินยาไม่ทำไตพัง ยกเคสสุดช็อก หญิงปวดท้อง-อ้วก ตรวจพบป่วยเบาหวาน เผยสาเหตุ
เบาหวาน เรียกได้ว่าเป็นโรคที่หลายคนหวาดกลัว สวนทางกับปัจจัยในการเกิดโรคที่เกิดขึ้นได้ง่าย และมีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม รายการ Tuck Talk สัปดาห์นี้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่คนไทยสนใจมากที่สุด อย่าคิดว่าแค่ไม่กินหวาน… แล้วจะรอดจากเบาหวาน!
เปิดความจริงเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ที่คนไทยจำนวนมากยังเข้าใจผิด“หลังคอดำ มดตอมฉี่” เป็นสัญญาณเบาหวานจริงเหรอ? พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้น้ำตาลพุ่งโดยไม่รู้ตัว? มาฟังคำตอบจาก “นพ.นิมิตร์ ศิริธนากิจ” อายุรแพทย์เจ้าของช่อง “หมอหมี เม้าท์มอย” แล้วคุณจะเข้าใจโรคเบาหวานมากขึ้น
สำหรับคอนเทนต์สุขภาพคนใส่ใจเรื่องอะไรมากที่สุด ?
หมอหมี : จริงๆ แล้วคนก็สนใจเยอะเลยนะ หลายเรื่องทั้งเรื่องไต เรื่องหัวใจ แต่โรคที่คนสนใจมากๆ เลย คือโรคเบาหวาน คนถามหมอเยอะมาก เพราะว่าจริงๆ แล้วคนที่ป่วยเป็นเบาหวานในประเทศไทยเยอะมาก ในประเทศไทยคนที่เป็นเบาหวาน 6.5 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 10
เบาหวานมีกี่ชนิด ?
หมอหมี : จริงๆ มีหลายชนิด แต่ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
– ชนิดที่ 1 มักพบในเด็กๆ อายุน้อย เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายเซลล์ของตับอ่อน ไม่เกี่ยวกับการกินอาหารหรือพฤติกรรมต่างๆ เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายไปทำลายเซลล์ตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ชื่อว่าอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือด คือจะไปสั่งให้น้ำตาลของเราเข้าสู่เซลล์ เพื่อให้เซลล์เอาไปใช้ไปสลายน้ำตาลเป็นพลังงานที่เราทำงานได้ทุกวัน แต่พอเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ตัวเซลล์นั้นไม่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็เอาไปใช้ไม่ได้ พอเอาไปใช้ไม่ได้น้ำตาลก็จะสูงขึ้นๆ เรื่อยๆ กลายเป็นโรคเบาหวาน อาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ก็ได้ หรือาจเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายตัวเซลล์นั้น
–ชนิดที่ 2 พบมากที่สุด โดยเฉพาะในคนไทยถึง 95% สาเหตุหลักคือ“โรคอ้วน” พอร่างกายมีภาวะอ้วนลงพุง ก็จะทำให้ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำตาลในเลือดก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนชนิดที่หนึ่งเลย
–ชนิดที่ 3 ก็จะเป็นชนิดอื่นๆ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือว่าคนที่เป็น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังกินเหล้าเยอะจนตับอ่อนพัง ก็ผลิตอินซูลินไม่ได้ กลายเป็นโรคเบาหวานอีกชนิดหนึ่ง
ถ้าเป็นตอนตั้งครรภ์ แล้วหลังคลอดจะหายไหม?
หมอหมี :ส่วนใหญ่หายครับ หลังคลอดน้ำตาลจะกลับมาปกติ แต่บางคนก็ยังมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ในภายหลัง ดังนั้นอาจจะต้องตรวจติดตามสุขภาพประจำปีเรื่อยๆ
ตรวจสุขภาพประจำปี ควรดูค่าตัวไหนเป็นหลัก?
หมอหมี : วินิจฉัยมีอยู่ 2 ค่า คือ
1. Fasting Blood Sugar (เจาะน้ำตาลขณะอดอาหาร)
2. HbA1C (เจาะน้ำตาลสะสมในเลือด)
ค่าที่ถือว่าเริ่มเสี่ยงมีเท่าไหร่?
หมอหมี : ถ้าค่าน้ำตาลขณะอดอาหาร ต่ำกว่า 100 mg/dL = ปกติ ถ้า 101-125 mg/dL = ภาวะก่อนเบาหวาน และถ้า 126 mg/dL ขึ้นไป = เป็นเบาหวาน สำหรับค่า HbA1C ถ้ามากกว่า 6.5% ถือว่าเป็นเบาหวาน แต่ถ้าอยู่ระหว่าง 5.7-6.4% คือกลุ่มเสี่ยงครับ
ระยะเริ่มต้นของเบาหวานมีอาการยังไงบ้าง?
หมอหมี : อาการที่พบบ่อยคือ ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนเกิน 3-4 ครั้งขึ้นไป ถือว่าเสี่ยงครับ
เคยได้ยินว่าฉี่มีมดมาตอมจริงไหม?
หมอหมี : คำว่า “เบาหวาน” แปลว่า “ฉี่หวาน” ครับ เพราะมีน้ำตาลในปัสสาวะ มดมาตอมได้จริง แต่จากประสบการณ์ของหมอ ส่วนใหญ่คนที่บอกว่ามีมดมาตอม พอเจาะเลือดจริงๆ กลับไม่พบว่าเป็นเบาหวานครับ เพราะว่าบางทีมันอาจจะเป็นทางเดินของมดอยู่แล้วด้วย ก็สามารถสงสัยได้เหมือนกันแต่ก็ไม่ใช่ 100%
มีอาการอะไรอีกที่ควรระวังไหม?
หมอหมี : มีครับ เช่น หิวน้ำบ่อย อยากกินน้ำหวานด้วย ปัสสาวะบ่อย หิวอาหารบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
เคยเห็นเขาพูดกันถ้าหลังคอดำแสดงว่าคนนี้เสี่ยง?
หมอหมี : ต้องมาดูก่อนว่าตรงแผ่นคอผื่นที่ดำๆ มันมีลักษณะแบบไหน ถ้าเราขัดออกน่าจะเป็นขี้ไคลธรรมดา แต่ถ้าขัดไม่ออกก็อาจจะเป็นเบาหวาน สำหรับคนที่อ้วนมากๆ ก็จะทำให้บริเวณผิวหนังมันเกิดความเข้ม ตัวเม็ดสีเข้มมากขึ้นได้และเกิดการหนาตัวขึ้นมา
เคสไหนที่น่าจดจำไหม?
หมอหมี : มีเคสหนึ่งมีอาการปวดท้องแต่เป็นเบาหวาน ผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี กินอะไรก็อ้วกออก กินก็ไม่หายตั้งแต่เช้ายันเย็น ก็เลยมาหาหมอ ปรากฏว่าพอเจาะเลือดน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นไปถึง 600 เกิดจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ จึงสลายไขมันจนเกิดคีโตนสะสมมาก ทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรงครับ
ปัจจัยเสี่ยงมาจากพฤติกรรมการกินมีผลไหม?
หมอหมี : มีผลมากโดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คืออายุและพันธุกรรมแล้ว อาหารคือปัจจัยสำคัญที่สุด
คนผอมก็เป็นได้ใช่ไหม?
หมอหมี : ใช่ครับ คนผอมก็เป็นได้ เพราะร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ ก็จะสลายไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้แทน ทำให้ผอมลงเรื่อยๆ
คนเป็นเบาหวานควรจัดสัดส่วนอาหารยังไงดี?
หมอหมี : ง่ายๆ เลยครับ ครึ่งจานเป็นผัก ¼ เป็นข้าว (ควรเป็นข้าวกล้อง) อีก ¼ เป็นโปรตีน ข้าวกล้องจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวขาวถึง 2 เท่า แต่ถ้าผักหัว มันฝรั่ง มันเทศ จะมีแป้งเยอะเลยถ้าไปกินพวกนี้ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ แนะนำให้เลือกผักใบ ตำลึง ผักกาด ผักบุ้ง คะน้า กระหล่ำปลี บร็อกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง
ผลไม้กินได้ไหม?
หมอหมี : กินได้ครับแต่ควรเลือกผลไม้ที่น้ำตาลไม่สูง เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร ชมพู่ หรือเบอรี่ ส่วนผลไม้ที่ควรเลี่ยงคือทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วงสุก
แล้วต้องงดของหวานตลอดเลยไหม?
หมอหมี : ไม่จำเป็นครับ ทานได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ และรู้จักโควต้าอาหารให้เหมาะสม
กินยาเบาหวานนานๆ จะทำให้ไตพังไหม?
หมอหมี : ไม่จริงครับ สาเหตุหลักที่ทำให้ไตพังคือการปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงต่างหาก คนที่ไม่กินยาเลยยิ่งเสี่ยงไตเสื่อมมากกว่า
แล้วเบาหวานหายได้ไหม?
หมอหมี : หายขาดไม่ได้ครับ แต่สามารถเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบได้ หมายถึงคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้เกิน 3 เดือนโดยไม่ใช้ยา แต่ถ้ากลับไปใช้ชีวิตเดิมก็กลับมาเป็นได้อีก
ตอนนี้มีงานวิจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่น่าสนใจไหม?
หมอหมี : มีครับ งานวิจัยพบว่าคนที่เข้มงวดกับการควบคุมน้ำตาลในช่วง 5-6 ปีแรก จะมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า ไตเสื่อมช้ากว่า และลดโอกาสเสียชีวิตได้มากกว่าเพราะฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานแล้ว ต้องตั้งใจควบคุมตั้งแต่ช่วงแรกๆ ครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ตอบชัด! หลังคอดำ-มดตอมฉี่ ป่วยเบาหวานจริงไหม? เปิดอาการเริ่มต้น ย้ำกินยาไม่ทำไตพัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th