One Battle After Another รีวิว ทุกอุดมการณ์ความเชื่อ มีราคาที่ต้องจ่าย
LSA Thailand
อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 00.07 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 07.36 น. • Lifestyle Asia Thailandผมไม่ค่อยแปลกใจสำหรับการเล่าเรื่องราวหนังที่มีชั้นเชิงมีสไตล์ของตัวเองแบบถึงกึ๋นของผู้กำกับ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน (Paul Thomas Anderson) ใน “One Battle After Another” หรือชื่อไทย “หนึ่งศึกครั้งแล้วครั้งเล่า..” ที่เป็นหนังที่สนุกในแง่ของ Storytelling ตามสไตล์ของผู้กำกับคนนี้ รวมถึงนักแสดงที่เรียกได้ว่าตัวพ่อของวงการอย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) และฌอน เพนน์ (Sean Penn) ได้มาปะทะกันในเรื่องนี้ก็ถือว่าคุ้มสุดคุ้ม
Related articles
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนตุลาคม 2025
คิดว่าซีรีส์ BL และ GL มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนสังคมไทยยังไง?
Spoiler Alert!!! One Battle After Another (อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเปิดทุกอย่าง) Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: แอกชัน, ดราม่า, อาชญากรรม, ตลกร้าย, การเมือง
นักแสดงนำ:
- Leonardo DiCaprio รับบท Bob
- Sean Penn รับบท Col. Steven J. Lockjaw
- Benicio Del Toro รับบท Sensei Sergio St. Carlos
- Regina Hall รับบท Deandra
- Teyana Taylor รับบท Perfidia
- Chase Infiniti รับบท Willa
- Wood Harris รับบท Laredo
ผู้กำกับ: Paul Thomas Anderson
เวลา: 2 ชั่วโมง 41 นาที
ดูได้ที่ไหน: ทุกโรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: 25 กันยายน 2025
สิ่งที่เราชอบใน One Battle After Another
พอล โธมัส แอนเดอร์สัน แม้ผู้กำกับคนนี้จะไม่เคยคว้ารางวัลใด ๆ จาก Oscar แต่เชื่อเหลือเกินว่าคอหนังสายเล่าเรื่องหนัก ๆ สายฮาร์ดคอร์ยังไงก็ต้องรักผู้กำกับคนนี้ที่มักจะเปิดประเด็นหนัก ๆ ในหนังหลายเรื่องที่ผ่านมา ยกตัวอย่าง “There Will Be Blood” หนังในปี 2007 ที่พูดถึงประวัติศาสตร์อเมริกาเจ้าพ่อธุรกิจน้ำมันดิบ แต่คราวนี้เขามากลับหนังที่พูดถึงการเมืองแบบเข้มข้น ความรุนแรง การก่อกบฏ การพูดถึงการเหยียดเชื้อชาติ การต่อสู้ของฝั่งซ้ายฝั่งขวา และอีกหลายอย่างที่เปราะบางในแง่ทางการเมือง ซึ่งผู้เขียนเกือบพลาดหนังเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะถ้าคุณชอบการเมือง คุณต้องชอบหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ออกตัวก่อนเลยว่าด้วยความที่หนังมีความยาวพอสมควรถึง 170 นาที คิดว่าหนังน่าจะมีโทนให้ช่วงง่วงนอนบ้าง แต่หนังไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เลย แม้จะเป็นหนังที่พูดถึงประเด็นหนัก ๆ ทางสังคม และมีการนำเสนอความรุนแรงตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เรากำลังเครียดอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง แต่ก็ยังมีมุมตลกหน้าตายหรือสถานการณ์จากในเนื้อเรื่องให้เราได้แอบหัวเราะได้ตลอดทาง
หนังจะพาเราไปรู้จักกับตัวละคร บ็อบ เฟอร์กูสัน (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) อดีตนักรบฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงที่อยู่ในกลุ่ม “French 75” มือปาระเบิดที่ต้องการปลดปล่อยกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกเหยียบย่ำในสังคม อย่างหนังเปิดหัวด้วยการปลดปล่อยเหล่าผู้อพยพชายแดนสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก แต่เมื่อกลุ่มต้องล่มสลาย พวกเขาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ภายใต้ใครบางคนที่ต้องไล่ล่าเขาสุดชีวิต และหลังจากนั้นเนื้อเรื่องก็จะเข้มข้นตลอดทั้งเรื่อง
ตัดภาพกลับมาฝั่งตรงข้ามของพวกคือ ผู้พันล็อคจอว์ (ฌอน เพนน์) นายทหารฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐผู้ที่มีแนวคิด “สายเลือดคนขาวบริสุทธิ์” แบบโคตรสุดโต่ง แต่แน่นอนความวุ่นวายคือ เขาดันกลับไปชอบฝ่ายซ้ายอย่าง เพอร์ฟีเดีย (เทยานา เทย์เลอร์) แบบว่าหน้าที่ก็ต้องทำแต่ในใจลึก ๆ ก็คือความเป็นมนุษย์ที่สูงมาก ๆ ราวกับว่าผู้กำกับอยากจะบอกว่า แม้คุณจะมีอุดมการณ์ขนาดไหน แต่คนเราก็ยังมีด้านอื่นที่ไม่สามารถบอกใครได้เช่นกัน ซึ่งนับเป็นการวิจารณ์เหล่านักอุดมการณ์ทั้งสองฝั่งได้อย่างถึงพริกถึงขิงนั้นเอง
ที่พูดถึงแกนนำสองคนนี้เพราะเราอยากจะยกย่องการแสดงของทั้งคู่ว่าสุดยอดทั้งสองคน อย่างป๋าลีโอ ก็เล่นเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง แต่จริง ๆ แล้ว ลึก ๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้นออกมาได้ดี รวมถึงในฐานะที่พ่อปกป้องลูกอย่าง เชส อินฟินิตี (วิลลา) ที่บอกได้เลยการแสดงของน้องไปไกลแน่นอน (เชื่อว่าใครหลายคนคงโดนตก) เช่นกัน
แต่บทของ ฌอน เพนน์ นายทหารฝ่ายขวาที่รสนิยมส่วนตัวที่ขัดกับแนวคิดสุดโต่ง “คนขาวมาก่อน” ก็เลยสร้างความวุ่นวายและฉิบหายจนถึงตอนจบเลยก็ว่าได้
และในส่วนที่ทุกคนต้องชอบแน่นอนคือ ดนตรีประกอบที่เร้าพอสมควร ไอหนังที่ควรจะเครียดดนตรีประกอบก็พาไปฮาเสียอย่างนั้น ซึ่งต้องชื่นชมเลยว่า หนังเรื่องนี้กับดนตรีประกอบมันเข้ากันได้อย่างลงตัว ช่วยส่งอารมณ์ให้คนดูได้ทุกอารมณ์ มากกว่านั้นเรื่องที่ต้องชมเลยคือมุมกล้องที่แบบเออ แม้งเท่จังว่ะ! ยิ่งฉากสุดท้ายที่ขับรถยนต์ไล่ล่าบนถนนไฮเวย์ ที่ไม่ได้ไล่ล่าอะไรขนาดนั้น แต่มุมกล้องทำให้หนังชวนตื่นเต้นว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่มันสนุกมาก ๆ จนผมรู้สึกได้ว่าถึงเวลาหรือยังที่ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน จะได้รางวัลสักรางวัลจากเวที Oscar เสียที
อีกคนนึงที่ผมไม่พูดไม่ได้คือบทของ เซ็นเซ (เดลโตโร) ที่ดูเหมือนอาจารย์ที่สอนคาราเตธรรมดา แต่กลายเป็นว่าแกคือผู้นำจิตวิญญาณของเหล่าผู้อพยพ และกลายเป็นช่วยเหลือพระเอกตลอดเวลา จนบางครั้งมันก็แปลก ๆ แต่ก็ดันออกมาดี
กลายเป็นหนังการเมืองที่สะท้อนอุดมการณ์ทางการเมืองที่รวมทุกความเชื่อ แต่บอกได้คำเดียว ดูสนุกและเพลินมาก เราอยากให้คุณไปดูที่โรงภาพยนตร์
สิ่งที่เราไม่ค่อยชอบ
ส่วนตัวคิดว่าเป็นหนังที่ดูง่ายของ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน แล้ว ทุกอย่างดูดีไปเสียหมด ถ้าจะหาจุดติคือ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หนังของของแกมักจะไม่ค่อยถูกจริตชาวไทยเสียเท่าไหร่ อาจจะเพราะต้องเล่าอะไรหลายอย่างจนบางครั้งก็อาจชวนให้บางคนสับสนเช่นกัน และถ้าเป็นคนที่คุณไม่อินการเมืองมาก ๆ อาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ แต่ถ้าจะมีจุดติดขัดบ้างก็คงมีบางอย่างในหนังที่อาจไม่ทำให้อินเช่น จดหมายของเพอร์ฟีเดียที่ส่งมาที่วิลลา เพราะตัวเธอเองทำให้กลุ่มต้องวุ่นวายมาขนาดนี้เช่นกัน เลยทำให้เราไม่ชอบบางจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ
เรื่องย่อ One Battle After Another
ภาพยนตร์เล่าเรื่องของ บ็อบ (Bob) อดีตนักปฏิวัติหัวรุนแรงที่เคยเป็นสมาชิกของกลุ่ม “French 75” ซึ่งเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและมีเป้าหมายเพื่อ “ชายแดนเสรี, ทางเลือกเสรี” เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เขาได้ละทิ้งชีวิตในอดีตและใช้ชีวิตแบบสันโดษนอกระบบกับลูกสาววัยรุ่นของเขาชื่อ วิลล่า (Willa) โดยปกปิดตัวตนที่แท้จริง
แต่แล้วอดีตก็ตามมาหลอกหลอน เมื่อ ผู้พันสตีเวน เจ. “ล็อกจอร์” (Colonel Steven J. “Lockjaw”) อดีตศัตรูตัวฉกาจและเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงที่มีแนวคิดขวาจัดหัวรุนแรง ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อตามล่าและเก็บกวาดร่องรอยของการปฏิวัติในอดีตให้สิ้นซาก การกลับมาของล็อกจอร์ทำให้วิลล่าถูกพรากตัวไป
บ็อบที่เปลี่ยนจากนักปฏิวัติระเบิดมือไปเป็นคุณพ่อที่หวงลูกสาวอย่างมาก จึงถูกบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับอดีตและกลับเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือลูกสาวของเขา ซึ่งในระหว่างการตามล่านี้ เขาต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์เก่า ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยมีวิลล่าเองที่ต้องพยายามเอาตัวรอดและค้นหาหนทางของตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนี้
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit:© Warner Bros. Pictures via IMDB
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.