โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของไทย เดือน ก.ค. ลดลง ร้อยละ 17.76

JS100

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.41 น. • JS100:จส.100
ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของไทย เดือน ก.ค. ลดลง ร้อยละ 17.76

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ในเดือนก.ค. 68 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ได้ 72,439 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 17.76% และลดลงจากเดือนก.ค. 67 ที่ร้อยละ 13.27 จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งใช้น้ำมันบางรุ่น

ขณะที่ รถยนต์นั่งและรถกระบะไฟฟ้า ยังส่งออกอีก ในเดือนนี้ 167 คัน ปีนี้เป็นปีประวัติศาสตร์ของไทยที่ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้า ตามที่รัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ใช้น้ำมันและยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่มีนโยบายและความพร้อมของโครงสร้างแตกต่างกัน นับว่า เรามาถูกทางแล้วที่ส่งเสริมให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และกระตุ้นให้ใช้ในประเทศ เพราะทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและการเข้มงวดในเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยขับ เพื่อความปลอดภัยในรถยนต์และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของรถยนต์ของประเทศคู่ค้า ทำให้การส่งออกรถยนต์เดือนนี้ ลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย และอเมริกาเหนือ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถยนต์ยังคงส่งออกเพิ่มขึ้น

สำหรับมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนก.ค. 68 อยู่ที่ 46,853.19 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก.ค. 67 ที่ 16.92% แต่เครื่องยนต์และชิ้นส่วนส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 68) ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 531,796 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 11.74% มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 361,224.05 ล้านบาท ลดลงจากเดือนม.ค.-ก.ค. 67 ที่ 13.97%

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนก.ค. 68 มีทั้งสิ้น 110,616 คัน ลดลงจากเดือนมิ.ย. 68 ที่ 15.06% และลดลงจากเดือนก.ค. 67 ที่ 11.39% ผลิตลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมันซึ่งลดลง 31.80% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกบางรุ่น รถกระบะยังคงผลิตลดลงทั้งผลิตขายในประเทศและผลิตส่งออกที่ลดลง 6.54% และ 8.61% ตามลำดับ ตามยอดขายในประเทศ และยอดส่งออกที่ลดลงจากความไม่แน่นอนในการค้าโลก

สำหรับจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนม.ค.-ก.ค. 68 มีจำนวนทั้งสิ้น 835,331 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.-ก.ค. 67 ที่ 5.73%

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนก.ค. 68 มีจำนวนทั้งสิ้น 49,102 คัน ลดลงจากเดือนมิ.ย. 68 ที่ 1.95% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนก.ค. 67 ที่ 5.84% เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน เพราะยอดขายรถยนต์นั่งโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเข้าถึงได้มากกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน รถกระบะยังคงขายลดลงต่อเนื่องมากว่า 30 เดือน เหลือแค่ 11,022 คัน ลดลง 16.3% (ปี 62 ก่อนโควิด-19 รถกระบะขายในประเทศเฉลี่ยเดือนละ 35,973 คัน เท่ากับ 35.70% ของยอดขายรวม 1,007,552 คัน)

เนื่องจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถกระบะ จากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และเศรษฐกิจในประเทศที่ยังขยายตัวในอัตราต่ำ 2.8% ในไตรมาส 2/68 การลงทุนของเอกชนเติบโตแค่ 4.1% สาขาอุตสาหกรรมเติบโตแค่ 1.7% นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนลดลงมาก ทำให้สาขาพักแรมและอาหารเติบโตเพียง 2.1% ดังนั้น ยังคงต้องติดตามการลงทุนของเอกชน การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนต่อไป อย่างไรก็ดี คาดหวังว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตมากขึ้นจากปัจจุบัน

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองว่า น่าจะเหมือนช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่ทรุดไปมากกว่านี้ เนื่องจากบอร์ด BOI ก็ได้มีการเสนอเรื่องสิทธิประโยชน์การลงทุนต่าง ๆ ส่วนเรื่องอัตราภาษีสหรัฐฯ ของไทยที่อยู่ที่ 19% ก็ถือว่าพอสู้กับประเทศคู่แข่งได้ และคาดว่าน่าจะทำให้ส่งออกของไทยและประเทศคู่ค้าดีขึ้น รวมถึงรัฐบาลประกาศว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้ด้วย

นอกจากนั้น ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงเดือนก.ค. 68

- ประเภท BEV มีจดทะเบียนใหม่จำนวน 12,124 คัน เพิ่มขึ้น 45.51% จากเดือนก.ค. 67 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้มีจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 81,179 คัน เพิ่มขึ้น 35.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับถึงวันที่ 31 ก.ค. 68 มียอดจดทะเบียนสะสมจำนวนทั้งสิ้น 307,428 คัน เพิ่มขึ้น 60.61% จากปีที่แล้ว

- ประเภท HEV มีจดทะเบียนใหม่จำนวน 11,815 คัน เพิ่มขึ้น 0.61% จากเดือนก.ค. 67 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้มีจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 84,128 คัน เพิ่มขึ้น 0.40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับถึงวันที่ 31 ก.ค. 68 มียอดจดทะเบียนสะสมจำนวนทั้งสิ้น 552,469 คัน เพิ่มขึ้น 29.49% จากปีที่แล้ว

- ประเภท PHEV มีจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,286 คัน เพิ่มขึ้น 55.69% จากเดือนก.ค.67 ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้มีจดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 12,632 คัน เพิ่มขึ้น 120.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับถึงวันที่ 31 ก.ค. 68 มียอดจดทะเบียนสะสมจำนวนทั้งสิ้น 75,693 คัน เพิ่มขึ้น 27.03% จากปีที่แล้ว

#ส่งออกรถยนต์ไทย

แฟ้มภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...