โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บอร์ดสภาพัฒน์ ไฟเขียวรถไฟทางคู่ เฟส 2 สายใต้ 3 เส้นทางกว่า 1 แสนล้าน

Manager Online

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 23.29 น. • MGR Online

บอร์ดสภาพัฒน์ เห็นชอบ รถไฟทางคู่เฟส 2 ลงใต้ 3 เส้นทาง”ชุมพร - สุราษฎร์ธานี , สุราษฎร์ธานี -สงขลา,หาดใหญ่ -ปาดังเบซาร์”รองรับรถไฟ สิงคโปร์ – คุนหมิง ส่วนปากน้ำโพ - เด่นชัย ที่เสนอกลุ่มแรก แก้คอขวดสายเหนือยังไม่ผ่าน ชี้ตัวเลขปริมาณสินค้าผู้โดยสารใหม่ไม่ชัด

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่2จำนวน6เส้นทางระยะทางรวม1,312 กิโลเมตร(กม.)มูลค่ารวมประมาณ297,926.68 ล้านบาทว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ บอร์ดสภาพัฒน์ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2568 มีมติเห็นชอบอนุมัติ 3 โครงการแล้ว วงเงินรวม ได้แก่ 1.ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี - ชุมทางหาดใหญ่ - สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท

โดยที่ประชุมได้พิจารณา ว่าทั้ง 3 เส้นทาง มีความเหมาะสมในการดำเนินการ จากความจุทางและการส่งเสริมการเชื่อมโยงเส้นทาง สิงคโปร์ – คุนหมิง หรือ Singapore – Kunming Rail Link (SKRL) ในอนาคต หลังจากนี้ กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ทั้งนี้ ประเด็นที่ สภาพัฒน์ฯ ให้จัดทำเพิ่มเติมก่อนเสนอ ครม. เช่น ตามพ.ร.บ. การขนส่งทางราง มีแนวทางการให้เอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์รางอย่างไร เพื่อให้สร้างทางแล้วคุ้มค่า , แผนการจัดหารถจักรและล้อเลื่อนของการรถไฟฯ , ปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานบริเวณด่านปาดังเบซาร์ให้ประสานศุลกากรและ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อหาทางออกร่วมกัน รวมถึงเร่งรัดพัฒนาเส้นทางช่วงสุพรรณบุรี - ภาชี เพื่อลดคอขวดใอนาคต ,การแก้จุดตัด และเร่งหาเอกชนเข้าบริหาร ICD ลาดกระบัง รวมถึงเส้นทางรองรับท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น

@ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย”หลุดโผติงตัวเลขไม่ชัด

สำหรับ โครงการรถไฟทางคู่อีก 3 เส้นทาง ที่ยังไม่ผ่านการเห็นชอบจากบอร์ดสภาพัฒน์ฯในครั้งนี้ ได้แก่ 1. ช่วงปากน้ำโพ - เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143.24 ล้านบาท 2. ช่วงเด่นชัย - เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222.14 ล้านบาท 3. ช่วงชุมทางถนนจิระ - อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095.36 ล้านบาท เนื่องจาก การคาดการณ์ผู้โดยสารและสินค้ายังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ สศช. มองว่าความจุทางยังสามารถรองรับได้อยู่ จึงให้กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า รฟท.ได้แบ่งความสำคัญของการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 ความสำคัญลำดับต้น จำนวน 3 เส้นทาง คือ 1.ช่วง ปากน้ำโพ-เด่นชัย เพื่อเติมโครงข่ายเส้นทางสายเหนือ ต่อจากช่วง ลพบุรี-ปากน้ำโพ 2.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 3. ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา

“ช่วง ปากน้ำโพ-เด่นชัย นำเสนออยู่ในกลุ่มแรก แต่สภาพัฒน์ฯยังไม่อนุมัติ ยอมรับว่าจะทำให้เส้นทางสายเหนือมีช่วงคอขวด ดังนั้น รฟท.จะต้องเร่ง ทำข้อมูลเพิ่มเติมไปให้เร็วที่สุด”

ส่วนกลุ่ม 2 ความสำคัญอันดับกลาง จำนวน 2 เส้นทาง คือ ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี , ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ และ กลุ่ม 3 ความสำคัญอันดับท้าย คือ ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม.

ซึ่งเป็นการจัดลำดับความสำคัญตามคำแนะนำของสภาพัฒน์ฯ โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 5 ด้าน คือ ความต้องการขนส่งผู้โดยสาร, ความต้องการขนส่งสินค้า, ความจุทาง, เศรษฐศาสตร์และการเงิน, และยุทธศาสตร์และนโยบาย รวมถึงปัจจัยรองอีก 11 ด้าน เช่น ข้อมูลผลการคาดการ์จำนวนผู้โดยสาร, ข้อมูลสถิติผู้โดยสารปัจจุบัน, ข้อมูลผลการคาดการณ์ปริมาณสินค้า, การเชื่อมโยงโครงข่ายภายในประเทศและระหว่างประเทศ, ความพร้อมในการดำเนินโครงการเป็นต้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...