คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ชาวบ้านโพนเปิดตำนานพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรในการส่งเสริมการทอผ้าไหมแพรวาจนกลายเป็น “ผ้าไหมแพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน” สร้างรายได้เข้าจังหวัดปีละกว่า 500 ล้านบาท
แม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ ปี 2559 เปิดตำนานผ้าไหมทอมือผู้ไทยบ้านโพน กว่าจะเป็น “วิจิตร แพรวาราชินีแห่งไหม” ด้วยสารพระเนตรยาวไกลจากผืนผ้าเพียง 1 วา ได้กลายเป็นแพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน ที่สร้างอาชีพเสริมรายได้ให้กับชาวผู้ไทยบ้านโพนและสร้างรายได้เข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ปีละกว่า 500 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่ารังสีปาลิวัน บ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คุณแม่คำสอน สระทอง ในวัย 86 ปี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2559 เป็นชาวผู้ไทยบ้านโพน ได้นำสมาชิกกลุ่มสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ออกตามรอยเสด็จพระราชดำเนิน ซึ่งที่วัดแห่งนี้ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาพร้อมกับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในปี พ.ศ.2520 จนเกิดพระราชดำริรังสั่งให้ ชาวบ้านโพน ทอผ้าแพรวาถวายและมีการพัฒนาจนกลายเป็นผ้าแพรวาที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งไหม“ เป็นผืนผ้าแห่งแผ่นดินที่แต่ละผืนจะมีเพียงผืนเดียวในโลก
คุณแม่คำสอน สระทอง ในวัย 86 ปี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์(ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ประจำปี 2559 เล่าให้ฟังด้วยความปลื้มใจด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ว่า จากการเสด็จของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งนั้นชาวผู้ไทยบ้านโพนได้เข้าเฝ้ารับเสด็จ โดยแต่งกายชุดพื้นเมืองผู้ไทย และที่งดงามสะดุดตา เป็นอย่างยิ่ง คือ ผืนผ้าไหมแพรวาสีแดงที่พันเฉียงทับชุดพื้นเมืองของชาวผู้ไทย ในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นชาวผู้ไทยแต่งกายด้วยชุดอัตลักษณ์มาเฝ้ารอรับเสด็จจึงตรัสว่า “ผ้านี้มาจากไหน อยากได้สวย มีไหม จะทำให้ได้ไหม” เมื่อชาวผู้ไทยตอบว่าได้เพคะ วันต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงโปรดให้นางพระกำนัล นำเส้นไหมมาให้ชาวบ้านที่บ้านโพน
”เมื่อชาวบ้านทอผ้าเสร็จได้นำไปทูลเกล้าฯถวายที่พระราชวังไกลกังวล โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ชาวบ้านเข้าเฝ้าเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จต่อหน้าชาวบ้านที่เข้าเฝ้า พระองค์ได้ทรงเอ่ยพระราชดำรัสออกมาว่า “ใครๆก็ชมว่าเราสวย” ซึ่งในครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดเดรสผ้าไหมมัดหมี่และทรงพาดผ้าไหมแพรวาที่ชาวบ้านนำมาทูลเกล้าถวาย ในวันนั้นมีการแสดงฟ้อนผู้ไทยถวาย โดยสตรีชาวผู้ไทยสวมใส่ชุดอัตลักษณ์ผู้ไทยกาฬสินธุ์ มีคุณแม่คำสอน สระทอง (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นคนร้องหมอลำ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทอดพระเนตรการแสดงและมีพระราชดำรัสว่า “คนที่รำดีดีออกมานี่หน่อย คำสอนนั่นแหละ” แม่คำสอนจึงเดินไปเข้าเฝ้าฯ พระองค์ได้ตรัสกับแม่คำสอนว่า “สวยนะชุดที่ใส่เอามาจากไหน ใครเป็นคนทำเอาผ้าจากไหน ผ้าซิ่นก็เข้ากัน” แม่คำสอนตอบว่า “ผ้าของย่าค่ะ แต่ผ้าซิ่นทำเองค่ะ เป็นชุดประจำเผ่า
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่องค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีได้ทรงส่งเสริมให้ชาวผู้ไทยในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีการพัฒนางานหัตถศิลป์ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดจนสามารถต่อยอดเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและโด่งดังไปทั่วโลก พระองค์ทรงรับเอาการทอผ้าไหมแพรวาเข้าไว้ในโครงการศิลปาชีพ และทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมแพรวาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์สร้างความปลาบปลื้มให้กับชาวจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นอย่างมาก” คุณแม่คำสอน เล่าในที่สุด
สำหรับพัฒนาการ ด้านการส่งเสริมผ้าไหมวิจิตรแพรวา ด้วยความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ลายบนผืนผ้าโบราณของชาวผู้ไทยบ้านโพน ภายหลังจากที่มีการพัฒนาการจากผ้าด้วยมือที่มีขนาดเพียง 1 วา ปัจจุบันได้กลายเป็นผืนผ้าที่สามารถนำมาตัดเป็นชุด โดย ในปี 2560 ที่ เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับอนุมัติงบกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ นำผ้าไหมแพรวาที่ผ่านการพัฒนาไปเปิดตลาดและจัดแสดง ภายใต้ ชื่องาน ว่า พราวพัสตรา แพรวาผืนผ้าแห่งแผ่นดิน ที่มีการนำดีไซน์เนอร์ทั่วฟ้าเมืองไทย ทำการออกแบบเครื่องแต่งกายโดยใช้ผ้าไหมแพรวา ถือเป็นการเปิดตลาดแฟชั่นแพรวาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเกิดการซื้อขายสร้างรายได้หมุนเวียนให้จังหวัดกาฬสินธุ์ปีละกว่า 500 ล้านบาท การแสดงแบบมีการนำนายแบบ นางแบบชื่อดังเข้าร่วมถ่ายทอดความงดงามของผืนผ้าไหมแพรวา ครั้งนั้น คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ ด้านทัศนศิลป์ ประณีต ทอผ้า ได้ร่วมแสดงเล่าตำนานของพระราชชนนีพันปีหลวง ที่ถือเป็นการต่อยอดพระราชปณิธานของ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้ผ้าไหมวิตรแพรวาชาวบ้านโพนเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วโลก กลายเป็นตำนานความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่มีพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรยาวไกล มอบให้กลายเป็นสมบัติของแผ่นดินที่ทรงคุณค่ายิ่ง