เจาะลึก ‘ทมอดาซิตี้’ คาสิโน สุดอื้อฉาว -‘ปานเทพ’ ชี้ด่านทำลายชาติ ปิดและทุบทิ้ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 03.13 น. • The Bangkok Insight"ทมอดาซิตี้ คาสิโน" สุดอื้อฉาว การรุกล้ำบนผืนดินไทย กับคำถามต่ออธิปไตยไทย ขณะที่อาจารย์ปานเทพ ชี้ชัดด่านทำลายชาติ! ปิดและทุบทิ้งอย่างเดียว "สันธนะ" ปูดนักการเมืองไทย เอี่ยวบ่อนท่าเส้น
เจาะลึกสถานการณ์ร้อนแรงที่สังคมกำลังให้ความสนใจ และข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังปะทุขึ้นอีกครั้ง จากกรณีการก่อสร้าง"ทมอดาซิตี้ คาสิโน" ในพื้นที่จังหวัดโพธิสัตว์ ฝั่งกัมพูชา ถูกตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบว่า อาจมีการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย และการก่อสร้างถนน 4 เลน มีคำถามมากมายเพื่อเข้าไปยังบ่อนคาสิโนแห่งนี้หรือไม่
ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหายืดเยื้อมานานหลายปี โดยเฉพาะบริเวณชายแดนด้านบ้านท่าเส้น อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นจุดที่ทางการกัมพูชาพยายามผลักดันให้เป็นจุด "ผ่านแดนถาวร" แต่กลับมีการก่อสร้างอาคารคาสิโนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ล้ำเข้ามาในพื้นที่ ที่ไทยอ้างสิทธิ์ภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) ปี 2543 นำไปสู่การประท้วงและการเจรจาที่ไม่เป็นผลมาตลอด
อะไรคือเบื้องหลังของปัญหานี้? การรุกล้ำที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่ออธิปไตย และความมั่นคงของชาติอย่างไร? การดำเนินการของภาครัฐ ที่ผ่านมาเพียงพอหรือไม่? เราจะพาไปวิเคราะห์เจาะลึกถึงปัญหานี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้อย่างชัดเจน
ทมอดาซิตี้ กับเดิมพันบนดินแดนไทย
1. การรุกล้ำที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
กรณีคาสิโนทมอดาซิตี้ ไม่ใช่แค่การก่อสร้างที่ผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นการรุกล้ำ ที่มีนัยสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจ การก่อสร้างอาคารคาสิโนหลังที่ 2 และที่พักของทหารเข้ามาในพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิ์ เป็นการสร้าง "ข้อเท็จจริง" ในพื้นที่จริง (Fact on the ground) เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการครอบครองดินแดนนั้นๆ ปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
จุดที่น่าสนใจคือ การรุกล้ำเกิดขึ้นในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ นั่นคือ บ้านท่าเส้น มีการพูดคุยเรื่องการยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรมานานหลายปีแล้ว การสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ เช่น คาสิโน ในพื้นที่พิพาท จึงเปรียบเสมือนการเดิมพันว่าฝ่ายไทย จะไม่กล้าดำเนินการรุนแรงใดๆ เพื่อผลักดันออกไป เนื่องจากเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการทูต และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
2. เมื่ออำนาจอ่อนลง และการประท้วงเป็นเพียงกระดาษ
จากรายงานของหน่วยงานความมั่นคงชายแดน พบว่าไทยได้มีการทำหนังสือประท้วง ไปยังกัมพูชาหลายครั้ง แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง หรือในบางกรณีก็มีการเจรจาแต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง "ความอ่อนแอ" ในการใช้อำนาจอธิปไตยของไทย ในการรักษาเขตแดน การที่ฝ่ายกัมพูชายังคงเพิกเฉยต่อคำร้องขอให้รื้อถอนอาคารที่รุกล้ำ แสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวต่อมาตรการใดๆ ที่อาจตามมา ทำให้เกิดคำถามจากสาธารณชนว่า ที่ผ่านมามีการดำเนินการอย่างจริงจังเพียงพอหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดตราดได้เสนอเงิน 3 ล้านบาท เพื่อเป็นค่ารื้อถอนอาคารดังกล่าว แต่ทางกัมพูชาก็ปฏิเสธ ตอกย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการเงิน แต่เป็นเรื่องของอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง
3. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: คาสิโนชายแดนและเงินทุนสีเทา
คาสิโนในกัมพูชาที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานบันเทิง แต่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่ดึงดูดเงินทุนและผู้คนจำนวนมหาศาลจากฝั่งไทย มีการระบุว่า ธุรกิจคาสิโนเหล่านี้อาจเกี่ยวพันกับธุรกิจสีเทาอื่นๆ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือการฟอกเงิน ซึ่งเป็นปัญหาความมั่นคงที่ซับซ้อนและส่งผล กระทบต่อความสงบ
การที่ ทมอดา ซิตี้ คาสิโน สามารถเปิดดำเนินการและเติบโตได้ แม้จะมีการรุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิ์ของไทย ยิ่งตอกย้ำว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลจากธุรกิจเหล่านี้ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อีกแง่หนึ่งก็อาจเป็นคำถามถึง "ผู้มีอิทธิพล" จากฝั่งไทยที่เกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ในธุรกิจเหล่านี้ด้วยหรือไม่
โดยบริษัท เหิงเหอ กรุ๊ป นักลงทุนสัญชาติจีน (HENG HE INVESTMENT & DEVELOPMENT GROUP (CAMBODIA) CO., LTD.) เข้าไปรับสัปมทานพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวจากรัฐบาลกัมพูชา พัฒนาเป็นเมืองใหม่ หรือ"ทมอดาซิตี้" มูลค่าโครงการกว่าหมื่นล้านบาท
4. อนาคตของพื้นที่พิพาท: ทางออกที่ต้องเด็ดขาด
ปัญหาทมอดาซิตี้ คาสิโน เป็นเพียงหนึ่งใน 17 จุด ที่มีการรุกล้ำบริเวณชายแดนจังหวัดตราด สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยต้องกลับมาทบทวนการบริหารจัดการชายแดนอย่างจริงจัง
การเจรจาที่เข้มข้นขึ้น: รัฐบาลควรยกระดับการเจรจาในระดับสูง และกำหนดมาตรการที่ชัดเจนหากการเจรจาไม่เป็นผล
การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด: หากหลักฐานชัดเจนว่ามีการรุกล้ำจริง ไทยมีสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบสากลเพื่อรักษาอธิปไตยของตนเอง
การประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่โปร่งใส: การให้ข้อมูลที่ชัดเจนและสม่ำเสมอแก่ประชาชนจะช่วยสร้างความเข้าใจและแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน
การร่วมมือกันของทุกหน่วยงาน: ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ, กระทรวงการต่างประเทศ, และหน่วยงานความมั่นคง ควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ
ทมอดาซิตี้ คาสิโน เป็นมากกว่าแค่อาคารที่สร้างรุกล้ำเข้ามา แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องของอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จึงต้องอาศัยทั้งการใช้กลไกทางการทูตที่เข้มแข็ง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด และความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง
ด่านทำลายชาติ! ปิดและทุบทิ้งอย่างเดียว
ขณะที่ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ด่านทำลายชาติ! ปิดและทุบทิ้งอย่างเดียว
ออกญาตรีเพียบ เจ้าของโครงการ "ทมอดาซิตี้" สร้างอาคารคาสิโน ในจังหวัดตราด ประเทศไทย ซึ่งเป็นออกญาตรีเพียบ ประธานกรรมการบริษัท MDS Heng He Investment จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่สหรัฐอเมริกา ขึ้นบัญชีดำในฐานะ บริษัทผู้ก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นศูนย์หลอกลวงเงินดิจิทัล ของประเทศกัมพูชา ซึ่งทำร้ายคนไทยและคนทั้งโลก อีกทั้งประเทศไทยสร้างถนน 4 เลน ในสมัยรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว และผลักดันจะให้เปิดด่านถาวร"บ้านท่าเส้น" ให้ได้ มาวันนี้มีการ "โยนหินถามทาง" จะต่อรองไม่ให้ทุบทิ้งและแบ่งผลประโยชน์ใช้พื้นที่ดังกล่าวนั้น ตอบเลยไม่ได้เด็ดขาด ใบอนุญาตก่อสร้างไม่ถูกต้อง ขออนุญาตไม่ถูกต้อง รุกล้ำแผ่นดินไทย แถมยังเป็นแหล่งอาชญากรทางเทคโนโลยีทำร้ายคนไทย และคนทั้งโลก อีกทั้งยังเป็นแหล่งฟอกเงิน ค้ามนุษย์ เป็นภัยคุกคามความมั่นคงต่อประเทศไทย ต้องปิดด่าน ทุบทิ้งอย่างเดียว จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคามความมั่นคงต่อประเทศไทย มิน่าเล่าคนขายชาติมุ่งแต่สอดไส้ จะเปิดด่านจันทบุรีและตราดให้ได้ท่าเดียว
"สันธนะ" ปูดนักการเมืองไทย เอี่ยวบ่อนท่าเส้น
สอดคล้องกับที่ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ให้ข้อมูลกับ "ทีมข่าวพีพีทีวี"กรณีที่กัมพูชารุกล้ำพื้นที่ชายแดน จังหวัดตราด ถึง 17 จุด ในจำนวนนี้มีบ่อนกาสิโนอยู่ด้วย โดยบอกว่า พื้นที่เกาะกง กัมพูชา ก็มีบ่อนกาสิโน และรีสอร์ท ของนายทุนกัมพูชารายหนึ่ง อยู่ติด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายทุนกัมพูชารายนี้ กับเจ้าหน้าที่รัฐฝั่งไทย ทั้งนาวิกโยธิน ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมากว่า20 ปี
จุดที่มีปัญหารุกล้ำพื้นประเทศไทย เรียกกันว่า "บ่อนท่าเส้น"เจ้าของเป็นทุนอีกกลุ่ม มีทั้งหมด 3 หุ้น คือ ผู้นำทางการเมืองฝั่งกัมพูชา, ทุนจีนสีเทา และ กลุ่มนักการเมืองระดับประเทศของไทย บริเวณนี้ มีการเปิดเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า และกำลังพยายามจะผลักดันให้เป็น"จุดผ่านแดนถาวร"
นายสันธนะ บอกด้วยว่า ไม่ได้มีเพียงบ่อนท่าเส้นเท่านั้น ที่มีนักการเมืองไทยระดับประเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง ตัวเองมีข้อมูลว่าพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด มีนักการเมือง ที่อาจเป็นถึงระดับผู้บริหารพรรค รวม 4 คน เข้าไปเกี่ยวข้องกับการแบ่งผลประโยชน์ในพื้นที่ชายแดนด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ผบ.เหล่าทัพ ยืนยัน ‘ปิดด่าน’ จนกว่ากัมพูชาจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อไทย
- กกล.บูรพา แถลงการณ์ 2 ภาษา กรณี 'บ้านหนองหญ้าแก้ว' ขอให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง
- ผู้ว่าฯ สระแก้ว ส่งหนังสือประท้วง ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย หยุดทำผิดกม.-ละเมิดอธิปไตยไทย
ติดตามเราได้ที่