โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิธีใช้ ‘Gems’ ใน Gemini เพิ่มประสิทธิภาพ AI หลายเท่าตัว

BT Beartai

อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 10.01 น.
วิธีใช้ ‘Gems’ ใน Gemini เพิ่มประสิทธิภาพ AI หลายเท่าตัว

เชื่อว่าหลายคนที่ใช้งาน AI Chatbot อย่าง Gemini บ่อย ๆ อาจคุ้นเคยกับการต้องป้อนคำสั่งซ้ำ ๆ เดิมๆ เช่น “ช่วยเขียนบทความในสไตล์…”, “สรุปให้กระชับแบบ…”, หรือ “ตอบในฐานะ…” ซึ่งเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ก็เสียเวลาไม่น้อย ฟีเจอร์ Gems จะมาช่วยปิดช่องว่างนี้และทำให้การใช้งาน AI ของ Gemini นั้นง่ายและเร็วขึ้น

รู้จักฟีเจอร์ Gems ของ Gemini

ความสามารถของ Gemini และ AI ในปัจจุบันคือความสามารถในการคิดหรือคำนวณแบบภาพรวม ซึ่งหากอยากได้ผลลัพธ์ที่มีความเฉพาะมากขึ้น ก็ต้องไปปรับจากการพรอมต์ด้วยการกำหนดบทบาทหรือเป้าหมายอย่างที่หลายคนเคยใช้กัน แต่ Gems จะทำหน้าที่เป็น AI เฉพาะทางที่แยกย่อยออกมาจาก Gemini

โดยที่เราสามารถกำหนด “ชุดคำสั่งตั้งต้น” (Instructions) ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมาย บทบาท สไตล์ กฎเกณฑ์ หรือวิธีคิดล่วงหน้าให้กับ Gems ได้เลย พร้อมทำงานทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาป้อนพรอมต์หรือกำหนดข้อมูลใหม่ พูดง่าย ๆ Gems คือฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สร้าง Gemini เวอร์ชันปรับแต่งพิเศษตามความต้องการของตัวเองได้นั่นเอง เดิมทีทาง Gemini จะมี Gem ตั้งต้นให้อยู่แล้ว ทั้งสำหรับงานเขียน การเขียนโคด การระดมสมอง และอื่น ๆ

  • บทบาท (Persona): สั่งให้เป็นโค้ชฟิตเนส, นักการตลาดดิจิทัล, บรรณาธิการงานเขียน, หรือคู่หูช่วยเขียนโค้ด
  • สไตล์การตอบ (Tone & Style): กำหนดให้ตอบแบบเป็นทางการ, เป็นกันเอง, สรุปเป็น Bullet Point หรืออธิบายแบบเจาะลึก
  • แหล่งข้อมูล (Knowledge): สามารถอัปโหลดไฟล์เอกสาร เช่น Resume, Brand Guideline, หรือเอกสารงานวิจัย เพื่อให้ Gem ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการตอบคำถามได้

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับแต่งชุดคำสั่งเหล่านี้ได้ตามใจชอบเพื่อกำหนดคำตอบของ AI ให้เป็นไปในทิศทางที่กำหนด โดยในฟีเจอร์ Gems เอง เมื่อเรากรอกชุดคำสั่งตั้งต้นไปแล้ว เรายังสามารถใช้ AI ขยายผลคำสั่งของเราให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้นได้ด้วย

สร้าง Gem ของคุณเองง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

การสร้าง Gems นั้นไม่ซับซ้อน และสามารถสร้าง Gems ขึ้นมาหลาย ๆ ตัวเพื่องานแต่ละแบบ

  • ไปที่หน้าแรกของ Gemini แล้วมองหาเมนู Gems Explore (หรือ “สำรวจ Gems”)
  • คลิกที่ “สร้าง Gem ใหม่” (Create a new Gem)
  • ตั้งชื่อที่สื่อถึงหน้าที่ของมัน เช่น “โซเชียลมีเดียแพลนเนอร์”
  • ในช่อง “คำสั่ง” (Instructions) นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด ให้คุณเขียนอธิบายหน้าที่และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ชัดเจนที่สุด
  • บันทึก (Save) และเริ่มใช้งานได้ทันที

เทคนิคการสร้าง Gems ใน Gemini ให้มีประสิทธิภาพ

ในหัวข้อก่อนหน้าได้แนะนำการสร้าง Gems ไปแล้ว แต่ยังมีดีเทลบางอย่างที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Gems และ AI ของเราได้

ใช้ AI ขยายผล Instructions หรือชุดคำสั่ง

ช่องนี้ปกติเราสามารถใส่ชุดคำสั่งแบบถาวรเอาไว้ได้เลย ซึ่งสามารถใส่เป็นพรอมต์โดยพิมพ์เป็นพารากราฟ หรือใส่เป็นข้อ ๆ ก็ได้ ปรับแต่งความต้องการ และสามารถใส่พรอมต์ได้เยอะมาก แต่คุณสามารถกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์ปากกาที่มีดาวของ Gemini อยู่ข้างบน เพื่อให้ AI ประมวลชุดคำสั่งที่คุณใส่เข้าไปให้ครอบคลุมและประสิทธิภาพสูงขึ้น

วิธีใช้ ‘Gems’ ใน Gemini เพิ่มประสิทธิภาพ AI หลายเท่าตัว

สามารถอัปโหลดไฟล์เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้

แทนที่คุณจะต้องอัปโหลดไฟล์เอกสาร สไลด์ หรือชีตเรียนเข้าไปทุกครั้งเพื่อให้ Gemini ใช้ข้อมูลภายในเพื่อสร้างหรือวิเคราะห์ข้อมูล คุณสามารถอัปโหลดไฟล์ไว้ใน Gems โดยคลิกที่ช่อง Knowledge เพื่อใช้งานครั้งถัดไปโดยไม่ต้องอัปโหลดไฟล์ใหม่

โดยที่เหลือขึ้นอยู่กับความสามารถและความขยันในการพรอมต์ AI ให้ตอบโจทย์และครอบคลุมการใช้งานแล้ว Gems เลยเหมาะสำหรับคนที่ใช้ Gemini ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และปล่อยให้เราไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...