โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รับมือ September Effect กดดันหุ้นโลก

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 07.20 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น-ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน ตลาดหุ้นโลกในเดือนกันยายน มักให้ผลตอบแทนติดลบเกิน 50% โดยเฉพาะดัชนี NASDAQ ที่มีโอกาสที่ผลตอบแทนจะติดลบมากที่สุด ส่วน S&P500 และ ตลาดหุ้นไทย ในอดีตมีผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -1.51% และ -1.05% ตามลำดับ

นายดนัยภัทร เนตรพิทูร CFA, CMT, CQF นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานตลาดทุนและเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทความเรื่อง กันยาอาถรรพ์…กดดันหุ้นโลก ว่า เดือนกันยายน ผลตอบแทนย้อนหลังตลาดหุ้นใหญ่อย่างสหรัฐฯ (S&P500, NASDAQ) รวมถึง SET Index มักจะไม่สดใสมากนัก โดยเฉพาะหลังจากวิกฤต Dot Com ในปี 2000 เป็นต้นมา

จะเห็นได้ว่าในช่วง 25 ปีย้อนหลัง (2000-2025) ดัชนีทั้ง 3 มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ที่เป็นหุ้นเทคโนโลยีในดัชนี NASDAQ ที่เฉลี่ยติดลบมากถึง 2.06% ในเดือนดังกล่าว ส่วนดัชนี S&P500 และ SET Index มีผลตอบแทนเฉลี่ย -1.51% และ -1.05% ตามลำดับ และถ้าคำนวณความน่าจะเป็น จะพบว่าเดือนกันยายนมักจะมีความน่าจะเป็นที่ผลตอบแทนจะติดลบเกิน50% โดยดัชนีที่มีโอกาสผลตอบแทนติดลบมากที่สุดในสามดัชนี คือ NASDAQ เพราะหุ้นส่วนใหญ่เป็น หุ้นเทคโนโลยี (Technology) และเป็นหุ้นเติบโต (Growth) จำนวนมาก

ทำไมเดือนกันยายนผลตอบแทนมักจะติดลบ

เป็นปรากฎการณ์ September Effect ที่ผลตอบแทนมักจะติดลบ เหตุผลมาจากการปรับพอร์ตเพื่อ Rebalancing ของกองทุนในปลายไตรมาสที่ 3 ทำให้นักลงทุนสถาบันมักจะขายเพื่อปรับพอร์ตก่อน เข้าสู่ไตรมาสที่ 4 หรือ นักลงทุนเริ่มขายเพื่อวางแผนภาษีปลายปี

ส่วนด้านปัจจัยมหภาค เดือนกันยายนเป็นเดือนที่มีการประชุม Fed ครั้งแรก หลังผ่านการประชุมใหญ่ ที่เมือง Jackson Hole ซึ่งมักจะเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน ทำให้ตลาดอาจกังวลกับท่าทีของ Fed และจะเป็นช่วงที่มีข่าวเรื่องการผ่านงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ ประเด็น Government Shutdown จะถูกนำมาขยายในช่วงนี้ของทุกปี

สำหรับประเทศไทยเดือนกันยายนเป็นเดือนที่สิ้นสุดปีงบประมาณ และเป็นช่วงที่รัฐบาลจะโยกย้าย ข้าราชการ ทั้งทหารและพลเรือน จึงเป็นช่วงที่มีความเปราะบางสูงและมักจะลามไปยังเดือนตุลาคมด้วย รวมถึงการปรับพอร์ตจากกองทุนในประเทศที่เริ่มตอบรับงบไตรมาสที่ 2 ของบริษัทจดทะเบียน และ Outlook ที่ผู้บริหารให้สำหรับปีหน้า

กลยุทธ์การลงทุน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนี S&P500 และ NASDAQ เริ่มปรับตัวขึ้นมาสูง และ Valuation เริ่มตึงตัว การเข้าซื้อในช่วงนี้อาจมีเสี่ยง Downside Risk ที่มากกว่า อีกทั้งยังมีโอกาสที่ตลาดจะพักฐานครั้งใหญ่อย่างน้อยหนึ่งรอบเพื่อขึ้นต่อ จึงแนะนำกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย ยัง แนะนำให้ถือเงินสด (Hold Cash) ไปก่อน ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจต้อง Selective Play เลือกตัวที่เคลื่อนไหวอิงกับดัชนีน้อย กลุ่มหุ้นปลอดภัย หรือหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาเยอะก่อนหน้านี้แต่พื้นฐานกิจการยังดีและน่าสนใจ ทยอยสะสมไปเรื่อยๆ

หุ้นเด่นที่ Valuation น่าสนใจและพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่ง ได้แก่ NVO.NYSE , UNH.NYSE , LLY.NYSE และ BRK-B.NYSE

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...