‘คนละครึ่งพลัส’ เริ่มช็อป 29 ต.ค. ‘90 ค้าปลีกภูธร' เปิดศึกห้างใหญ่ ชิงเม็ดเงิน 2 เดือนสุดท้าย
มติ ครม.ไฟเขียวโครงการคนละครึ่งพลัส งบฯ 4.4 หมื่นล้าน เริ่มใช้เงินได้ 29 ต.ค. กำหนดต้องใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายใน 11 พ.ย. เพื่อไม่ให้สิทธิถูกยกเลิก ด้านวงการค้าปลีกทั่วไทย ทุ่มแข่งเดือดชิงเค้ก เผย 90 ห้างค้าปลีกภูธรผนึกกำลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผ่านโครงการ Local Low Cost ในช่วง 2 เดือนท้ายของปี ดึงค้ารายย่อยมาซื้อสินค้าไปขายต่อถึงผู้บริโภค “ตั้งงี่สุน” อุดรธานี คาดทุกค่ายทุ่มหมดหน้าตัก ขณะที่ “แจ่มฟ้า” รายใหญ่ภาคเหนือเล็งจัดโปรฯหนัก
ครม.อนุมัติคนละครึ่งพลัส
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พร้อมด้วย นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว “โครงการคนละครึ่งพลัส”
นายเอกนิติกล่าวว่า ครม.เห็นชอบโครงการคนละครึ่งพลัส เพราะต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศคือ ภัยเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น คืนความสุขให้คนไทย ในการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีพลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพราะเราเห็นอยู่แล้วว่า ไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยติดหล่ม การขยายตัวชะลอลง ดังนั้น โครงการคนละครึ่งพลัสจึงเป็นเรือธงที่มาเสริมการเติมเงินสวัสดิการแห่งรัฐที่อนุมัติไปสัปดาห์ก่อน
เปิดเงื่อนไขเพิ่มจากของเดิม
โครงการคนละครึ่งพลัส แตกต่างจากโครงการคนละครึ่งเดิม จากให้คนอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ครั้งนี้เป็น 16 ปีบริบูรณ์ เพราะเด็กรุ่นใหม่มีกำลังซื้อมากขึ้น ขายของออนไลน์ได้มากขึ้น จึงมีสิทธิเข้าโครงการ นอกจากนี้จะเพิ่มเงินสมทบของรัฐเพิ่มจาก 150 บาท เป็น 200 บาท เพิ่มกำลังซื้อและมีผลต่อภาพรวมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs ที่มีรายได้ตลอดปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพิ่มทักษะอัพสกิล รีสกิลให้กับผู้ค้ารายย่อยให้เก่งขึ้น ลดต้นทุน ใช้เทคโนโลยีได้มากขึ้น
ลงทะเบียน 20 ต.ค.ใช้ 29 ต.ค.
รายละเอียดโครงการ มีดังนี้ 1.เปิดรับลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หรือระยะเวลาตามที่กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนด 2.เปิดรับลงทะเบียนประชาชนตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00-22.00 น.)
3.ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการได้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00-23.00 น.) โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ จะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้สิทธิถูกยกเลิก
สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00-21.00 น.
มั่นใจช่วยกระตุ้นจีดีพี
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า สำหรับแหล่งเงินงบประมาณ เราใช้งบประมาณจากงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.5 หมื่นล้าน จากงบประมาณ 2569 และงบฯกลาง 1.9 หมื่นล้าน รวมเป็น 4.4 หมื่นล้าน ตรงนี้จะเป็นครึ่งของรัฐบาล รวมกับอีกครึ่งหนึ่งของประชาชนที่ใช้จ่าย จะมีงบฯรวม 8.8 หมื่นล้าน และรวมกับงบประมาณที่เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.2 หมื่นล้าน เม็ดเงินทั้งหมดรวมกันแสนล้าน จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.3-0.4% ของจีดีพี
อย่างน้อยไตรมาส 4 คิดว่าจากเดิมถ้าติดหล่มจีดีพีจะอยู่ที่ 0.3% ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส จะทำให้จีดีพีขยับขึ้นมา 0.6% แต่จะมีมาตรการอื่นที่ตามมา พยายามให้ออกทุกสัปดาห์ จะช่วยให้ไตรมาสที่ 4 ไม่น่าจะต่ำกว่า 1% มั่นใจเศรษฐกิจไม่ติดหล่มแน่นอน
1.5 ล้านราย ลุ้นร่วมโครงการ
ด้านนายลวรณ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสนั้น ให้สิทธิประชาชน 20 ล้านสิทธิ และให้สิทธิร้านค้ารายย่อยประเภท Micro SMEs เข้าร่วมโครงการอีก 1 แสนราย จากเดิมที่มีร้านค้าอยู่ในระบบ 1.4 ล้านราย รวมเป็น 1.5 ล้านราย ที่น่าจะเข้าร่วมโครงการ ส่วนกรณีที่ร้านค้ากังวลว่าจะมีการเก็บภาษีย้อนหลังนั้น ยืนยันว่า จะไม่มีการนำรายได้จากโครงการนี้เข้าสู่ระบบภาษีแน่นอน
“ตั้งงี่สุน” ชี้กระตุ้นทั่วประเทศ
นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ห้างร้านในวงการค้าส่ง-ค้าปลีกทั้งรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ทั่วประเทศไทยต่างตื่นตัวที่จะแข่งขันช่วงชิงเค้กก้อนนี้กันอย่างดุเดือด จากมาตรการ 2 ส่วนคือ โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 และคนละครึ่งพลัส
โดยเฉพาะช่วงเวลาที่โครงการคนละครึ่งมีผลใช้บังคับเป็นช่วงเดียวกับที่ 90 ห้างค้าส่ง-ค้าปลีกภูธรทั่วประเทศผนึกกำลังจัดมหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ Local Low Cost ซึ่งปกติจัดปีละ 4 ครั้ง ทุกเดือนที่ 2 ของไตรมาส ถือเป็นช่วงจังหวะพอดีที่จะจัดสินค้าราคาพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้เห็นข้อเสนอของซัพพลายเออร์รายใหญ่ทุ่มลงมากันเต็มที่ เพราะทุกคนต่างต้องการผลักดันยอดขายช่วงไตรมาส 4
ทุ่มหมดหน้าตักชิงเค้ก
“มาตรการคนละครึ่งพลัสทำให้ตลาดตื่นเต้น หลังจากที่กำลังซื้อซบเซามา 2 ปี ตอนนี้ความเคลื่อนไหวของห้างภูธรและห้างใหญ่ที่กระจายไปยังต่างจังหวัด ทุกคนมุ่งช่วงชิงแย่งกันที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ ยิ่งภาวะตลาดกำลังซื้อไม่ดี พอโครงการคนละครี่งมา ทุกคนสู้กันหมดหน้าตัก ทุกคนเตรียมจัดโปรโมชั่นใส่กันเต็มที่ ตอนนี้เหลือเวลาเตรียมการประมาณ 30 วัน”
นายมิลินทร์กล่าวต่อไปว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่ง ห้างใหญ่ค้าส่ง-ค้าปลีก รวมถึงห้างตั้งงี่สุ่นเองได้รับประโยชน์ทางอ้อม จากร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าปลีกต่าง ๆ ที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งยื่นภาษีไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี มาซื้อสินค้าจากตั้งงี่สุนไปใช้และไปขายต่อ ห้างตั้งงี่สุ่นเสียภาษีเกิน 30 ล้านบาทต่อปีไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการโดยตรง ดังนั้น ทุกคนจึงต้องช่วงชิงบรรดาร้านค้าปลีกต่าง ๆ ให้มาซื้อสินค้าไปขายต่อ
แนะรัฐมีมาตรการเสริมอีก
มาตรการคนละครึ่งพลัสเกือบทุกร้านค้ามีประสบการณ์เก่าอยู่แล้ว เพราะเป็นมาตรการใกล้เคียงกับสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และมาตรการมีกำหนดปลายทางชัดเจน อย่างน้อยเงินก้อนนี้ออกมาทำให้กำลังซื้อคึกคักขึ้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน
ปลายปี 2568 เชื่อว่าเศรษฐกิจจะมีทิศทางที่ดีขึ้น อย่างน้อยในทางจิตวิทยาคนสบายใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น จากช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดี คนใช้จ่ายกันอย่างประหยัด ยิ่งมีภาวะสงครามไทย-กัมพูชาด้วย คนเก็บออมเงินสำรองไว้ แต่พอมีโครงการมาร้านค้าเองก็สบายใจ มีความเชื่อมั่นที่จะทุ่มโปรโมชั่นลงไป
“แต่มาตรการนี้ถือเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก จึงไม่ใช่ยาวิเศษ เปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย มาตรการคนละครึ่งเปรียบเหมือนยาระงับอาการได้ ยังไม่ได้ทุเลา และยังไม่ได้ถึงขั้นการรักษาให้กลับมาปกติ รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาต่อเนื่องถึงจะได้ผลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ”
แจ่มฟ้าฯสู้เทเลเซลส์ห้างใหญ่
นายแพทย์ณัฐพล วงศ์มณีรุ่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จำกัด ผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีก มีสาขารวม 23 สาขา อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 16 สาขา และลำพูน 7 สาขา กล่าวว่ามาตรการคนละครึ่งถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่ดีมาก ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า และผู้บริโภคจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่ม การเติมเงินในกระเป๋าให้กับประชาชนภายใต้โครงการคนละครึ่งจะเพิ่มกำลังซื้อได้มากขึ้น
ห้างแจ่มฟ้าฯจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมเป็นรายเดือนอยู่แล้ว และได้เตรียมจัดโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มอีก เพื่อรองรับโครงการคนละครึ่ง อาทิ ลดราคาสินค้าชิ้นแรก หรือซื้อสองชิ้นก็จะลดเพิ่มอีก หากมีบัตรสมาชิกก็จะมีสินค้าบางรายการที่ลดเพิ่มอีก หรือซื้อสินค้ามูลค่าครบก็จะได้ของแถม และมีสิทธิแลกซื้อสินค้า เช่น น้ำยาซักผ้า ผงซักผ้า ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ในราคาที่ลดเพิ่มอีก ซึ่งเฉลี่ยลดราคาสินค้าตั้งแต่ 20-50%
จับมือภาครัฐเพิ่มโปรโมต
การที่รัฐบาลจัดให้มีโครงการคนละครึ่ง เป็นเรื่องที่ดีมากที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงไตรมาสสุดท้าย และมั่นใจว่าจะเพิ่มยอดขายห้างค้าปลีกได้เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนอย่างต่ำ 20-30% ขึ้นไปจากยอดขายเดิม ซึ่งจะช่วยได้ทั้ง 2 ทางคือ เพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลีก และช่วยลดค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค ที่สำคัญคือจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในจังหวัดได้ไม่ต่ำกว่า 30%
ทั้งนี้ ในวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2568 ห้างร้านค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ 90 แห่งจะร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรมลดราคาสินค้าภายใต้โครงการโลคอล โลว์คอสต์ (LOCAL LOW COST) โดยครั้งนี้มีหน่วยงานภาครัฐคือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการโปรโมตโครงการให้ขยายวงกว้างมากขึ้น และถือเป็นกิจกรรมที่มีขนาดใหญ่มากกว่าทุกปีที่เคยจัดมา ถือเป็นจังหวะที่ดีมากที่จะรองรับโครงการคนละครึ่ง
พร้อมเปิดศึกรายใหญ่ส่วนกลาง
นายแพทย์ณัฐพลกล่าวต่อว่า ความเคลื่อนไหวด้านการแข่งขันของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นทุนส่วนกลาง เชื่อว่าต้องมีการจัดโปรโมชั่นออกมาดึงดูดกำลังซื้อ เช่น ซื้อเป็นหีบและลดเพิ่ม หรือการเน้นขายแบบเทเลเซลส์ เพื่อติดต่อกับร้านค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วยในพื้นที่ โดยสิ้นเดือนตุลาคม 2568 ห้างร้านค้าปลีกต่าง ๆ จะเริ่มมีการโหลดสินค้าเข้าร้านค้ารายย่อยที่อยู่ในเครือข่าย
ห้างแจ่มฟ้าฯจะขายปลีกให้กับผู้บริโภคทั่วไปแล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีเครือข่ายร้านค้ารายย่อยที่มาซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อเช่นเดียวกันจำนวนมากกว่า 100 ร้านค้า ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยจะเสนอโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อรองรับโครงการคนละครึ่งที่จะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยปัจจุบันห้างแจ่มฟ้าฯมีลูกค้าที่เป็นสมาชิกราว 60,000 ราย
เตรียมอัดโปรพิเศษกระตุ้น
นายจิรายุ พุฒจันทรวงศ์ เจ้าของร้าน ทวีเจริญ ซุปเปอร์สโตร์ ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกที่มีสาขาทั้งใน จ.จันทบุรี และ จ.ตราด กล่าวว่า หากโครงการมีความชัดเจนทางบริษัทจะทำรายการลด แลก แจก แถมเป็นพิเศษ ซึ่งตอนนี้สาขาในจังหวัดจันทบุรี โครงการคนละครึ่งพลัสจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก แต่ไม่มั่นใจว่าจะได้ผลแค่ไหน เพราะสภาวะเศรษฐกิจปีนี้ประชาชนมีกำลังซื้อน้อย และมีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบให้ลูกค้าลดลงอย่างมาก
นายอังกูร ฤชาคณิต รองประธานหอการค้า จ.ตราด และ ผจก.หจก.ศิริโภชย์ อ.เมืองตราด จ.ตราด กล่าวว่า ทางร้านทำธุรกิจทั้งค้าส่งและค้าปลีกในจังหวัดตราดและการค้าผ่านแดนไปกัมพูชา ตอนนี้รัฐบาลมีโครงการ
กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ส่วนคือ โครงการคนละครึ่งพลัส และการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 300 บาท ประชาชนทั่วไปอีก 2,000-2,400 บาท เท่ากับเม็ดเงินขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 2 เดือน ถ้าจะให้ดีภาครัฐควรมีโครงการช่วยเหลือให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน โดยที่ไม่ต้องให้เงินช่วยสนับสนุน
อยากให้มีออกมาเรื่อย ๆ
นายกวิศพงศ์ สิริธนนนท์สกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) (KK) เปิดเผยว่า มาตรการคนละครึ่งพลัสเป็นมาตรการที่ดีมาก ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดี ซึ่งจะเหมาะสมมากกับเศรษฐกิจที่อ่อนตัวและผู้มีรายได้น้อยที่อ่อนแรง ที่รัฐบาลได้ให้เงินอุดหนุนช่วยเหลือครัวเรือน และบุคคลให้ได้เข้าถึงสินค้าบริการที่จำเป็น และยังกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะเป็นช่วงในระยะสั้น ๆ ก็ตาม
ในฐานะผู้ประกอบการที่ใกล้ชิดกับประชาชนผู้บริโภค จึงอยากให้มาตรการที่ดีนี้เดินต่อไปอีก จะเป็นระยะ ๆ ตามความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ
“ไชยแสง” หนุนฟู้ดคอร์ดดึงดูด
นางสาวโชว์สิริ ตรีชัยรัศมี ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ค้าปลีก-ค้าส่ง บริษัทซีเอส พาร์ค จำกัด ผู้บริหาร “ไชยแสงดีพาร์ทเม้นท์สโตร์” ธุรกิจค้าปลีก-ส่งรายใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่าขณะนี้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในจังหวัด อาทิ ร้านอาหาร ต่างตื่นตัวเรื่องโครงการคนละครึ่งอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ที่มีความพร้อมด้านสินค้า โดยขณะนี้ไม่พบการชะลอจับจ่ายเพื่อรอร่วมโครงการ
บริษัทเพิ่มสต๊อกสินค้าไว้ 30-50% แล้วเน้นสินค้าจำเป็น อาทิ ข้าวสาร, น้ำตาล, น้ำมันพืช และอื่น ๆ พร้อมวางแผนจัดโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้า โดยอาจเป็นการลดราคา ซื้อครบรับของพรีเมี่ยม หรือชิงโชค รวมถึงเพิ่มจำนวนช่องชำระเงิน เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่คาดว่าจะพุ่งสูงในช่วงโครงการ ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็นผู้เช่าพื้นที่ฟู้ดคอร์ตในโครงการซีเอส พาร์ค เพื่อจัดโปรโมชั่นดึงดูดการจับจ่ายเช่นกัน
“เชื่อว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยผลักดันให้สิ้นปี 2568 บริษัทสามารถเติบโตได้ถึง 20-30% จากเดิมที่วางเป้าไว้ 10% ประเมินจากผลลัพธ์ของโครงการคนละครึ่งครั้งก่อนที่กระตุ้นการเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20%”
“คนละครึ่งพลัส” ไทม์ไลน์
สำหรับกำหนดการลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มีดังนี้
- วันที่ 15 ต.ค. 2568
เปิดลงทะเบียนร้านค้าจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ โดยจะมีการเพิ่มกลุ่มร้านค้านิติบุคคลที่เป็น Micro SMEs ที่อยู่ในระบบ และมีรายได้ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อปี
- วันที่ 20-26 ต.ค. 2568
-ประชาชนทั่วไปราว 20 ล้านคน ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยระบบจะมีการตรวจสอบผู้ที่อยู่ในระบบภาษี
-สำหรับผู้ใช้เก่าที่เคยลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งก่อนหน้านี้ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงยืนยันสิทธิผ่านแอปเป๋าตังในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 โดยเปิดแอปเป๋าตัง เข้าสู่ G-Wallet และกดยืนยันสิทธิ
- วันที่ 29 ต.ค. 2568
เริ่มใช้จ่ายเงินจนถึงเดือนธันวาคม 2568 ระยะเวลา 2 เดือน
กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส”
1.ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ได้สิทธิแบบพิเศษ รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% (60 : 40)
- จำนวนสิทธิประมาณ 11 ล้านคน
- จะได้เงินคนละ 2,400 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
2.ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี
- ได้รับสิทธิในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่าย 50% (50 : 50)
- จำนวนสิทธิประมาณ 9 ล้านคน
- จะได้เงินคนละ 2,000 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”
ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
- แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (ต้องผูกกับ G-Wallet และเติมเงินก่อนใช้งาน)
ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอป “เป๋าตัง”
1.ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play (รองรับ Android 9.0+ และ iOS 15.0+)
2.ค้นหาแอป “เป๋าตัง” แล้วกด “ติดตั้ง”
3.เปิดแอปและยินยอมการจัดการข้อมูล
4.เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์มือถือรับรหัส OTP
5.ยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี
- Krungthai NEXT : เข้าสู่ระบบ กรอกรหัส รับ OTP ตั้ง PIN
- สแกนใบหน้า : สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิดใช้งาน Face/Touch ID
6.ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘คนละครึ่งพลัส’ เริ่มช็อป 29 ต.ค. ‘90 ค้าปลีกภูธร’ เปิดศึกห้างใหญ่ ชิงเม็ดเงิน 2 เดือนสุดท้าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net