โมโหไม่ได้คิวบำบัดยาฯ หนุ่มใหญ่ยิงเจ้าหน้าที่มูลนิธิดับ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 11.56 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(7 ต.ค. 68) เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจ รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน ภายในซอยสะดวก ถนนทะเลหลวง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ก่อนประสาน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา ให้รับทราบ หลังรับทราบจึงได้สั่งการ ร.ต.อ.อดิเลก ปุรินทราภิบาล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ชุดสืบสวน สภ. เมืองสงขลา รุดจรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยทะเลหลวงสะดวก เป็นบ้าน 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นไม้และชั้นล่างเป็นปูน ส่วนประตูบ้านถูกล็อกกุญแจเอาไว้และทราบว่าผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลสงขลาไปก่อนหน้านี้พร้อมกับญาติ เบื้องต้นทราบชื่อ นายกฤษณ์ อายุ 48 ปี ซึ่งถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์เข้าที่ใต้ราวนมขวา 1 นัด ( 9 รู ) ระหว่างนำส่งพบว่าผู้บาดเจ็บมีเลือดคั่งในปอด
หลังจากถึงโรงพยาบาลทางแพทย์รักษาจึงได้ทำการเจาะปอดเพื่อนำเลือดคลั่งออกปรากฏว่าระหว่างเจาะให้เลือดทำการไหลออก เลือดได้พุ่งออกมาจำนวนมากและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุทราบชื่อ นายกมล หรือ ปุ้น อายุ 54 ปี หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน
จากการสอบถาม แฟนผู้ตาย ได้เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ติดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ต้องการเข้าบำบัดเลิกยาเสพติด จึงได้ติดต่อผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ สามารถพาเข้ารับการบำบัดได้ แต่ด้วยทางมูลนิธิมีระเบียบ รับตัวผู้เข้าบำบัดเพียงคราวละ 5 คน ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน แฟนตนมีปากเสียงกับผู้ก่อเหตุ เพราะผู้ก่อเหตุไม่มีรายชื่อในกลุ่มผู้บำบัดรอบนี้ และต้องการให้แฟนของตนลัดคิวให้ แต่แฟนของตนปฏิเสธไป แต่รับปากว่าจะจัดคิวให้รอบหน้า
จนช่วงสายวันนี้ ทางผู้ก่อเหตุก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้าน และก็เรียกแฟนของตนออกไปพูดคุยบริเวณประตูหน้าบ้าน จากนั้นก็โวยวายแฟนของตนว่าให้รีบดำเนินการพาเข้าบำบัด แฟนของตนก็พยายามอธิบายว่าการบำบัดรอบนี้คิวเต็มแล้วรอรอบหน้าจากนั้นคนก่อเหตุก็ชักอาวุธปืนขึ้นมายิงทันทีก่อนจะหลบหนีไป
ต่อมาเวลาประมาณ 11.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณป่าที่อยู่รอบบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังพบรถจักรยานยนต์ที่นายกมลใช้ในการก่อเหตุ ถูกจอดทิ้งไว้ข้างบ้าน โดยบ้านหลังนี้เป็นบ้านของเพื่อนของนายกมล
หลังปิดล้อมตรวจค้น เจ้าหน้าที่ก็พบตัวายกมลซ่อนตัวอยู่ ห่างจากจุดที่จอดรถทิ้งไว้ราว 200 เมตร เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวออกมาสอบปากคำ นายกมลรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ส่วนอาวุธปืนซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนไทยประดิษฐ์ หรือ ปืนหักคอไอ้เท่ง
นายกมลเล่าว่าสาเหตุที่ลงมือยิงนายกฤษณ์เพราะไม่พอใจ ที่นายกฤษณ์ไม่ใส่ชื่อตนลงในกลุ่มบำบัดเลิกยา และตนทราบมาว่ามีการแอบนำชื่อเพื่อนคนอื่นใส่ลงไปแทน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าว 3 ข้อหาหนัก คือ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาพกพาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป