โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วางแผนชีวิตหลังเกษียณอย่างยั่งยืน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 08.03 น.

“ชีวิตหลังเกษียณไม่ได้วัดกันที่เงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดที่คุณภาพชีวิตที่สามารถรักษาและเติมเต็มได้อย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ต้องมีทางแยกของคุณภาพชีวิตหลังเกษียณที่เราต้องเลือก”

การเกษียณอายุ คือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ หรือผู้ประกอบการอิสระ เพราะเป็นช่วงที่รายได้หลักหยุดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพและการดูแลระยะยาวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

สิ่งที่น่ากังวลคือ คนไทยจำนวนมากยัง “ไม่พร้อม” สำหรับการเกษียณ โดยมีเพียง 16% ของแรงงานเท่านั้นที่มีเงินเพียงพอสำหรับใช้หลังเกษียณ ส่วนที่เหลือ 84% ต้องพึ่งลูกหลาน เบี้ยยังชีพ หรือสวัสดิการจากภาครัฐ

ความท้าทายหลังเกษียณไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น

แม้เรื่องเงินจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและกังวลว่าจะมีเพียงพอให้ใช้ไปตลอดหรือไม่ แต่ยังมีปัญหาด้านอื่นๆ ที่เราอาจไม่ได้นึกถึง จากการสำรวจของ TDRI และกรมกิจการผู้สูงอายุพบว่า ปัญหาหลักของผู้สูงวัยในประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาเฉพาะด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาด้านอื่นๆ
ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจจากความเหงาและความขัดแย้งในครอบครัว

การวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณอย่างยั่งยืน

การเตรียมความพร้อมเพื่อเกษียณจึงควรเป็นการเกษียณอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบหลักดังนี้

1. ประเมินเป้าหมายชีวิตหลังเกษียณเป้าหมายชีวิตหลังเกษียณควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายคุณภาพชีวิตที่ต้องการ เช่น การมีสุขภาพดี การมีกิจกรรมสม่ำเสมอ หรือการมีความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ก่อนจะวางแผนทางการเงินให้รองรับเป้าหมายเหล่านั้น

2. วางแผนการเงินอย่างเป็นระบบการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ มีหลักการง่ายๆ คือ ให้มีเงินพอใช้ไปตลอดอายุขัยตามคุณภาพชีวิตที่เราตั้งเป้าหมายไว้

การวางแผนการเงินอย่างรวดเร็วทำได้ โดย

  • ประเมินเงินที่ต้องใช้ไปจนถึงอายุ 85-90 ปี
    • ง่ายๆ โดยใช้หลัก “4% Rule” ที่ตั้งบนสมมติฐานว่าจะถอนเงินจากเงินออมได้เพียง 4% ต่อปี เพื่อให้เงินเกษียณอยู่ได้จนถึงอายุขัย แล้วกระจายแหล่งรายได้ไปตามแหล่งต่างๆ เช่น RMF, PVD, เงินออม, ทรัพย์สินให้เช่า หรือใช้วิธีประมาณการค่าใช้จ่ายตามเป้าหมายด้านคุณภาพชีวิตเพื่อคำนวณเงินที่เราต้อง
      เพื่อวางแผนการออมการลงทุนได้เช่นเดียวกัน
    • วางแผนภาษีให้เหมาะสมผ่านสิทธิลดหย่อนภาษีในแต่ละปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการออมระยะยาว
    • หากต้องการส่งต่อเป็นมรดกให้กับทายาทสามารถนำมาร่วมในการวางแผนการเงินด้วย

3. ใช้ประกันชีวิตอย่างตรงจุด : บริหารความเสี่ยงที่เงินออมหรือการลงทุนอาจจัดการไม่ได้

ประกันชีวิตไม่ใช่เพียงเรื่อง “คุ้มครองเมื่อเสียชีวิต” แต่เป็นเครื่องมือการเงินที่ช่วยรับมือกับความไม่แน่นอนที่มักเกิดขึ้นในวัยหลังเกษียณ เช่น ค่าใช้จ่ายสุขภาพที่ไม่คาดคิด หรือการมีอายุยืนกว่าที่วางแผนไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะยังคงมีเงินเพื่อใช้ การกระจายเงินออมบางส่วนเข้าสู่ประกันชีวิตจะช่วยสร้างความมั่นคง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อเงินออม ที่สำคัญช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และได้รับประโยชน์จากสิทธิทางภาษีเงินได้ด้วย

4. กระจายความเสี่ยงด้านการลงทุน

การกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนของแต่ละบุคคล แต่ละช่วงเวลาอาจแตกต่างกัน เราสามารถปรึกษาสถาบันการเงินที่เราออมหรือลงทุนเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม อาทิ

  • ปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับวัย เช่น หุ้นไม่เกิน 30% หลังอายุ 60 เป็นต้น
    • เน้นกระแสเงินสดประจำ เช่น ตราสารหนี้หรืออสังหาริมทรัพย์ให้เช่า หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูง

5. ออกแบบชีวิตหลังเกษียณให้มี “เป้าหมาย”

แผนการเกษียณที่มีคุณภาพต้องการมีเป้าหมายในชีวิตหลังเกษียณ ด้วยเป้าหมายในการใช้ชีวิตสำคัญไม่แพ้การมีเงินพอใช้ เพราะเป้าหมายช่วยให้แต่ละวันมีความหมาย และลดความรู้สึกว่างเปล่าหรือโดดเดี่ยว

  • ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่จับต้องได้ เช่น เดินเล่น ทำสวน อ่านหนังสือ
    • สร้างกิจวัตรที่มีคุณค่า และเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรืออาสาสมัคร
    • รักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว และใส่ใจสุขภาพจิตของตนเอง

บทส่งท้าย : เกษียณอย่างไรให้ชีวิตไม่เกษียณ

การเกษียณที่ดีไม่ใช่แค่การมีเงินพอใช้ แต่ต้องประกอบด้วยการวางแผนที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และจิตใจ เพื่อให้ชีวิตหลังวัยทำงานเป็นช่วงเวลาที่มั่นคง มีคุณภาพ และเปี่ยมไปด้วยความหมาย

“วันนี้เงินเกษียณของคุณ พร้อมรองรับชีวิตในอีก 20-30 ปีข้างหน้าแล้วหรือยัง?” คำถามนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ยั่งยืนที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...