โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินบาทอ่อนค่าเร็วตามราคาทองที่ลดลงแรง หลังนักลงทุนโลกเทขายทำกำไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 11.38 น.

เงินบาทอ่อนค่าเร็วตามราคาทองคำที่ลดลงแรง หลังนักลงทุนโลกเทขายทำกำไร ขณะที่ตลาดยังกังวลกรณีที่รัฐบาลกลางสหรัฐยังคงปิดทำการยืดเยื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 23 ส่งผลให้ตลาดขาดข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ใช้ในการบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 20-24 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (20/10) ที่ระดับ 32.75/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 32.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่า ตามราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงสูงสุด 380 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,380 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หลังไม่สามารถทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ได้

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลหลัก แตะระดับ 98.48 หลังความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายลง แม้สหรัฐยังคงขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากร 100% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนเพื่อตอบโต้การที่จีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายาก

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดยังกังวลที่รัฐบาลกลางสหรัฐยังคงปิดทำการยืดเยื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 23 ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดขาดข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ใช้ในการบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจหลายรายการ

อย่างไรก็ตามสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐได้รับอนุมัติให้เรียกเจ้าหน้าที่กลับมาทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดทำและเผยแพร่รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย.ในวันศุกร์ที่ 24 ต.ค.นี้ แม้จะอยู่ในช่วง government shutdown โดยถือเป็นข้อยกเว้นเนื่องจากข้อมูล CPI มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการคำนวณปรับค่าครองชีพสำหรับผู้รับสิทธิประกันสังคมในปี 2569

โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.75%-4.00% ในการประชุมวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ ท่ามกลางช่วง Blockout Period ที่เจ้าหน้าที่เฟดงดให้ความเห็นต่อสาธารณะ

ขณะที่นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวระบุว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลมีแนวโน้มจะสิ้นสุดลงภายในสัปดาห์นี้ แต่หากยังไม่คลี่คลายรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์อาจใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อผลักดันให้พรรคเดโมแครตให้ความร่วมมือในการผ่านงบประมาณฉบับใหม่

เงินบาทปิดตลาด 32.75/77 บาท/ดอลลาร์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ (20/10) รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเป็นวันแรก โครงการนี้มีระยะเวลา 2 เดือน โดยมีเงื่อนไขที่ประชาชนสามารถใช้จ่ายตามสิทธิได้ไม่เกิน 200 บาทต่อวันและจ่ายเพียง 100 บาท โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสิ้นปี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากผลตอบรับของโครงการออกมาดี รัฐบาลพร้อมที่จะเตรียมโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ในวันอังคาร (21/10) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบนโยบาย “Quick Big Win” โดยเน้นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศและการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569

ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการเหล่านี้แม้จะใช้งบประมาณเพียง 13,000 ล้านบาท แต่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4 ให้ขยายตัวได้ราว 1% โดยเฉพาะจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี

ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่ามาตรการท่องเที่ยวจะช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 0.04% ส่วนมาตรการก่อนหน้านี้ เช่น การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่ง พลัส คาดว่าจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 1.1 แสนล้านบาท และช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 0.4% ส่งผลให้ภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปีนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ราว 1% จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้รัฐบาลยังเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในเมืองรองเพื่อกระจายรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

นอกจากนี้ นางสาวปราณี สุทธิศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ 2.2% และยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.6%

โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อนที่สหรัฐจะมีการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.51-32.90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 32.75/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (20/10) ที่ระดับ 1.1662/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 1.1695/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรพักตัว หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดสรรเงินกู้รอบสองให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในยุโรป ตอกย้ำว่าสถานการณ์ทางการเงินในยุโรปเลวร้ายมาก

ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันพฤหัสบดี (23/10) ตลาดหุ้นยุโรปปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย โดยสหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรต่อบริษัท Rosneft และ Lukoil ซึ่งถือเป็นบริษัทส่งออกรายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการยกระดับครั้้งใหญ่ในการมุ่งเป้าโจมตีภาคพลังงานของรัสเซีย และอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงพอที่จะทำให้ตลาดน้ำมันโลกกลับเข้าสู่ภาวะขาดแคลนในปีหน้า ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.7% หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 5% และรายวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือน เม.ย.

ขณะที่นักลงทุนจับตาความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจยุโรปจากรายงานผลประกอการของหลายบริษัท ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1576-1.1675 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 1.1606/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (20/10) ที่ระดับ 151.12/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 149.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในวันอังคาร (21/10)

“ทาคาอิจิ” นายกฯหญิงญี่ปุ่นคนแรก

ทาคาอิจิ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นอย่างป็นทางการ หลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 465 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 ต.ค. ทาคาอิจิเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และฟูมิโอะ คิชิดะ โดยมีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม

การขึ้นดำรงตำแหน่งของทาคาอิจิส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นโตเกียว โดยดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 744.31 จุด หรือ +1.51% แตะระดับ 49,929.81 จุด หลังนักลงทุนตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทาคาอิจิ ซึ่งรวมถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง ทาคาอิจิได้รับแรงสนับสนุนจากอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะและมีแนวโน้มจะสานต่อนโยบาย “อาเบะโนมิกซ์” ที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ การผ่อนคลายทางการเงิน และการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน โดยทาคาอิจิเคยผลักดันมาตรการแจกเงินสดและลดภาษีเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์จากโนมูระและหลายสำนักมองว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้เงินเยนปรับตัวอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวว่า BOJ พร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 150.25-153.06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/10) ที่ระดับ 152.92/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่าเร็วตามราคาทองที่ลดลงแรง หลังนักลงทุนโลกเทขายทำกำไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...