โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“กัน จอมพลัง” ยืนยันเงินบริจาคมูลนิธิโปร่งใส เผยมีเงินเหลือในบัญชี 90 ล้าน แต่รอจ่ายภารกิจค้างกว่า 94 ล้าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 06.42 น.

“กัน จอมพลัง” เปิดโต๊ะแถลงโต้ข้อครหา ยืนยันความโปร่งใสเงินบริจาคมูลนิธิ เผยมีเงินเหลือในบัญชี 90 ล้านบาท แต่เป็นเงินรอจ่ายภารกิจที่ค้างกว่า 94 ล้าน เตรียมยื่นมหาดไทยตรวจสอบ-นั่งประธานเอง

วันที่ 24 ต.ค.68 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินบริจาคของ มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้ หลังมีกระแสตั้งคำถามในสังคมว่า มูลนิธิดังกล่าวมีความโปร่งใสเพียงใด รวมถึงกรณีที่มีการระบุในข้อบังคับว่า หากมีการยุบเลิกมูลนิธิ จะโอนทรัพย์สินให้กับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีทั้งประธานมูลนิธิและฝ่ายบัญชีร่วมชี้แจงอย่างละเอียด โดยมีสื่อมวลชนจากหลายสำนักเข้าร่วมรับฟังแน่นห้องประชุม

นางสาวกาญจนา สถาวร ประธานมูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้ เปิดเผยว่า มูลนิธิเริ่มก่อตั้งด้วยเงินทุนตั้งต้นจำนวน 500,000 บาท ซึ่งมาจากกลุ่มเพื่อนของนายกัน จอมพลัง ที่ร่วมกันบริจาคเพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ต่อมามีผู้ร่วมบริจาคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีเงินบริจาครวมกว่า 207 ล้านบาท โดยได้ใช้ไปแล้วประมาณ 117 ล้านบาท เหลือเงินในบัญชีประมาณ 90 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นางสาวกาญจนา ระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็น “เงินรอจ่าย” สำหรับภารกิจที่ค้างอยู่ เช่น การสร้างถนน ห้องน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดน และโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เบื้องต้นมีภารกิจที่ต้องใช้เงินรวมกว่า 94 ล้านบาท ทำให้ยอดคงเหลือจริงของมูลนิธิอาจติดลบประมาณ 4-5 ล้านบาท

ส่วนประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ข้อบังคับของมูลนิธิระบุให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดให้กับ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” หากมีการยุบเลิกนั้น นางสาวกาญจนา ชี้แจงว่า เป็นเพราะในขั้นตอนการจัดตั้งมูลนิธิ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้ระบุชื่อมูลนิธิหรือองค์กรที่จะรับช่วงต่อ เนื่องจากตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 134 กำหนดว่า หากมูลนิธิถูกยุบเลิก ต้องโอนทรัพย์สินไปยังองค์กรที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินบริจาคตกหล่นหรือสูญหาย

“ตอนนั้นเรากำลังรีบดำเนินการให้มูลนิธิจดทะเบียนทันก่อนเปิดรับบริจาค จึงได้อ้างชื่อมูลนิธิธรรมนัส ซึ่งเคยร่วมงานกันช่วงช่วยเหลือน้ำท่วม และมีวัตถุประสงค์ด้านการช่วยเหลือสังคมเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะโอนเงินให้ในตอนนี้ เพราะการโอนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมูลนิธิถูกยุบเลิกเท่านั้น” นางสาวกาญจนา กล่าว พร้อมยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีการโอนเงินจากมูลนิธิไปยังมูลนิธิธรรมนัสแม้แต่บาทเดียว

ทั้งนี้ มูลนิธิได้บริจาคเงินให้เฉพาะองค์กรการกุศลตามความประสงค์ของผู้บริจาค เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ ยามยาก ตัวอย่างเช่น กรณี “แจ๊กสัน หวัง” ศิลปินชื่อดังจากวง GOT7 ที่บริจาคผ่านมูลนิธิและขอให้โอนต่อให้สองมูลนิธิดังกล่าวโดยตรง

ฝ่ายบัญชีของมูลนิธิระบุเพิ่มเติมว่า มีรายการเงินเข้าออกกว่า 500,000 รายการ แต่ไม่พบการเบิกถอนเงินสดแต่อย่างใด ทุกการใช้จ่ายจะดำเนินการผ่านระบบธนาคารเท่านั้น เพื่อความโปร่งใส โดยต้องมีกรรมการอย่างน้อย 2 ใน 3 คนร่วมลงนามจึงจะสามารถเบิกจ่ายได้

นายกัณฐัศว์ กล่าวย้ำในระหว่างการแถลงว่า “ผมไม่เคยถอนเงินสดออกจากบัญชีมูลนิธิเลย ทุกบาททุกสตางค์โอนผ่านระบบธนาคาร เพื่อให้ตรวจสอบได้ชัดเจน หากใครกล่าวหาว่ามีการทุจริต ผมขอให้เอาหลักฐานมาแสดงต่อสาธารณะได้เลย”

นายกัณฐัศว์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิ โดยเฉพาะ ข้อ 39 ซึ่งเดิมระบุให้มูลนิธิธรรมนัสเป็นผู้รับช่วงต่อ หากมีการยุบเลิก โดยจะเปลี่ยนเป็นมูลนิธิอื่นที่มีความมั่นคงและวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่า “เกาะกระแส” หรือสร้างประเด็นทางการเมือง

“ผมยอมรับว่าตอนตั้งมูลนิธิเรารีบ และอาจคิดน้อยไปในบางเรื่อง แต่ตอนนี้จะปรับแก้ให้ชัดเจน และผมจะเข้ามาเป็นประธานมูลนิธิด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันต่อสังคมว่ามูลนิธินี้โปร่งใส และทำเพื่อประชาชนจริง ๆ” นายกัณฐัศว์ กล่าว

นายกัณฐัศว์ กล่าวต่อว่า เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยด้วยตนเอง เพื่อขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิอย่างเป็นทางการ ทั้งในส่วนของบัญชี การรับบริจาค การเบิกจ่าย และการดำเนินงานทุกโครงการ

“ผมพร้อมให้ตรวจสอบทุกบัญชี ทุกเอกสาร ถ้ามีการทุจริตจริง ผมยินดีรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่มี ขอให้คนที่กล่าวหากล้าออกมาขอโทษต่อสาธารณะด้วย” นายกัณฐัศว์ กล่าวอย่างหนักแน่น

นอกจากนี้ นายกัณฐัศว์ ยังตอบคำถามถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ความสัมพันธ์กับนักการเมืองในการรับงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยยืนยันว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ มีโครงการลักษณะเฉพาะเจาะจงกว่า 5,000 โครงการทั่วประเทศ แต่ตนได้รับเชิญเข้าร่วมเพียง 3 โครงการเท่านั้น “ถ้าผมมีเส้นสายหรือใช้การเมืองจริง ทำไมถึงได้แค่สามโครงการ ขณะที่บางคนเป็นสื่อมวลชนด้วยซ้ำ ยังได้ถึง 77 โครงการ ผมว่าข้อกล่าวหานี้ไม่ยุติธรรม” นายกัณฐัศว์ กล่าวปิดท้าย

การแถลงข่าวของ “กัน จอมพลัง” ในครั้งนี้ เป็นความพยายามเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของมูลนิธิอย่างละเอียด หลังเผชิญแรงกดดันจากสังคม โดยเจ้าตัวยืนยันพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ และย้ำจุดยืนว่าจะทำงานช่วยเหลือประชาชนต่อไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...