โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร.รักษ์ มอง 90 AMC ไทย ไม่ใช่คู่แข่งแต่คือพันธมิตร จับมือสู้หนี้เสีย 2 ล้านล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 05.50 น.

ดร.รักษ์ ชี้ หนี้เสียกำลังไหลเข้าสู่ AMC ถึง 2 ล้านล้านบาท มองภารกิจหลัก AMC คือ เปลี่ยนหนี้เสียให้กลายมาเป็นหนี้สุข ด้วยการทำโรงงานแก้หนี้ สร้างความร่วมมือ 90 AMC ในไทยเป็นพันธมิตร เพื่อดึงลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบช่วยฟื้นเศรษฐกิจในระยะยาว

28 ต.ค. 2568 ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวใน งานสัมมนา BAM SYMPOSIUM ครั้งที่ 1 : New Era of AMC 2025 “พลิกฟื้นสินทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ในหัวข้อ AMC กับบทบาทการพลิกฟื้นสินทรัพย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จัดโดย บมจ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ว่า

เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกมีการเติบโตในระดับต่ำไม่ถึง 3% ไม่ว่าจะเป็นจากการส่งออกที่ชะลอตัวลง และ มาตรการภาษีที่ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้าสู่ทั้งตลาดไทยและอาเซียน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดหนี้มากขึ้น

แม้หนี้ครัวเรือนของไทยจะลดลงจาก 93-94% ในช่วงโควิดมาอยู่ที่ประมาณ 86% ของ GDP แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งอยู่ที่ 63% ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมหนี้นอกระบบ สะท้อนว่าเราเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมสร้างหนี้วันนี้แล้วไปตายดาบหน้า”

นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงยังทำให้หนี้เสีย หรือ NPL ไหลทะลักเข้าสู่ระบบมากกว่าปกติ จากปัจจุบัน NPL ทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 3%

“แม้ว่าตัวเลข NPL อย่างเป็นทางการที่ 3% จะดูเหมือนว่าเรายังเอาอยู่ เพราะว่าในช่วงต้มยำกุ้งที่ระดับหนี้ NPL สูงถึง 38-42% เรายังผ่านมาได้ แต่รูปแบบ NPL ของช่วงต้มยำกุ้งแตกต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง ช่วงต้มยำกุ้งเป็นหนี้เสียก้อนใหญ่ไม่กี่แห่งที่ AMC เพียง 3 แห่งสามารถจัดการได้ แต่ปัจจุบันมีหนี้เสียขนาดเล็กกว่า 5 ล้านชิ้น ที่กระจายอยู่ใน AMC ถึง 90 แห่ง ทำให้การจัดการมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการ”

นอกจากหนี้ NPL แล้ว สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือหนี้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หรือ SM ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณที่สูงและคาดการณ์ว่าหากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลงครึ่งหนึ่งของหนี้กลุ่มนี้จะกลายเป็น NPL ซึ่งหากหนี้ SM กลายเป็น NPL เร็วกว่าที่คาดการณ์จะเป็นความท้าทายในการจัดการหนี้ครัวเรือนของไทย

“ที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือหนี้ SM ที่กำลังจะวิ่งเข้ามากลายเป็น NPL เพราะหนี้ SM เปรียบเสมือนคุณปู่ที่อยู่กับเครื่อง ECMO หากถอดออกก็ไม่รอด”

สำหรับหนี้ที่เข้ามาอยู่ใน AMC แล้วในปัจจุบันมีขนาดประมาณ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ยังมีกองหนี้ที่กำลังจะเข้ามาสู่ AMC จากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 520,000 ล้านบาท และจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีกประมาณ 330,000 ล้านบาท ถ้ารวมกันจะกลายเป็น 2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้ามากระแทกระบบเศรษฐกิจ

“ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่สามารถกลับไปตั้งตัวหรือไปเกิดได้ใหม่ เขาจะต้องอยู่ในนรกตลอดกาล จึงเป็นที่มาว่าเราต้องหาทางเปลี่ยน NPL ให้กลายเป็น Reperforming loan หรือ RPL ให้ได้เร็วที่สุด”

ดร. รักษ์ กล่าวว่า ดังนั้นภารกิจหลักของ AMC ไม่ใช่การเร่งรัดดำเนินคดีหรือยึดทรัพย์สิน (NPA) แต่คือการ เปลี่ยนหนี้เสียให้กลายมาเป็นสุข โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูลูกหนี้ให้สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง แนวทางนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สิน แต่ยังสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งทำได้โดย

1. จัดการหนี้ด้วยโมเดลโรงงานแก้หนี้ (TDR Factory Model) เพื่อให้สามารถขยายการขยายความสามารถในการแก้หนี้มหาศาลที่ไหลเข้าระบบ แทนการการบริหารจัดการแบบดั้งเดิมที่ทำแบบ First In First Out เพราะการจัดการหนี้ในรูปแบบดังกล่าวไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป

2. สร้างความร่วมมือ AMC ทั้ง 90 แห่ง โดยไม่ควรมองกันเป็นคู่แข่ง แต่เป็นพันธมิตร (Complimentary) เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือ Ecosystem ที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาที่มีขนาดใหญ่ถึง 2 ล้านล้านบาท

“ผมอยากให้มองว่าพี่น้อง AMC ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เราเป็นพันธมิตรที่เข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยแก้หนี้เสียในตลาดที่มีมูลค่าถึง 2 ล้านล้านบาท ซึ่งผมเชื่อว่า AMC ทุกคนจะสามารถเติบโตได้ในแนวทางที่ตัวเองถนัด”

โดย AMC ขนาดใหญ่ สามารถซื้อพอร์ตหนี้ขนาดใหญ่เข้ามา แล้วร่วมมือกับ AMC ขนาดเล็ก ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการบริหารจัดการหนี้บางส่วน

“ปัจจุบัน AMC มีศักยภาพในการรับซื้อหนี้เสียเข้าพอร์ตเฉลี่ยประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากหนี้เข้ามามากกว่านี้ก็จะมีศักยภาพไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปรับเครื่องยนต์ AMC เพื่อเพิ่มศักยภาพขึ้นเป็น 200,000 - 250,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าทำได้จะสามารถแก้ไขหนี้ที่มีปริมาณ 2 ล้านล้านบาทได้หมดภายใน 6 ปี”

3. แนวคิดให้ AMC เข้าไปอยู่ในระบบเครดิตบูโร เพื่อให้ลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และชำระคืนอย่างสม่ำเสมอ (กลายเป็น Re-Performing Loan - RPL) สามารถสร้างประวัติทางการเงินใหม่ และกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อปกติได้

4. การทำแพลตฟอร์มกลางสำหรับ NPA เพื่อรวบรวมทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จากทุก AMC ไว้ในที่เดียว เพื่อให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) และผู้ซื้อรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ดร. รักษ์ ได้ยกตัวอย่างจัดการทั้งในส่วนของหนี้เสีย (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของ BAM เช่น

  • โครงการ ทรัพย์มหาชน ซึ่ง เป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ซื้อรายย่อยและกลุ่มอาชีพอิสระที่ถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ โดยเปิดโอกาสให้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยจากพอร์ต NPA ของ AMC ได้โดยตรง
  • การสร้างความร่วมมือกับ Developer โดย ในภาวะที่ Developer ไม่สามารถกู้เงินเพื่อลงทุนโครงการใหม่ได้ AMC สามารถนำเสนอ NPA ในพอร์ตให้เป็นทางเลือก โดย Developer สามารถเข้ามาซื้อและพัฒนาต่อยอดได้ทันที ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่องในตลาด
  • ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA Center) นอกจากการเป็นหมอหนี้แล้ว BAM ยังมีการจัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อช่วยลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างธุรกิจและจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่จากผู้ให้กู้ (Lender) ที่ผ่านการคัดกรองแล้วว่ามีธรรมาภิบาล ซึ่งจะช่วยให้ AMC ได้รับชำระหนี้คืนเต็มจำนวน และลูกหนี้สามารถกลับมายืนอย่างมีศักดิ์ศรี

“การทำงานของ AMC ในยุคนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่สร้างผลกำไร แต่หากทุก AMC ลุกขึ้นมาทำงาน สามารถสร้าง Synergy ร่วมกันได้ ไม่มีใครเป็นคู่แข่งใคร ผมเชื่อว่าประเทศไทยยังมีหวัง เพราะเราจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้คนสามารถฟื้นตัวและกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศชาติในระยะยาว”

สไลด์ ประกอบการบรรยายหัวข้อ AMC กับบทบาทการพลิกฟื้นสินทรัพย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...