โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปิดตำนาน ‘เดอะ มาเอสโตร’! อดีตประธานเฟด ‘อลัน กรีนสแปน’ เสียชีวิตในวัย 100 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ปิดฉากชีวิตอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ "อลัน กรีนสแปน" เจ้าของฉายา "เดอะ มาเอสโตร" ผู้ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกยาวนานกว่า 18 ปี ภายใต้ประธานาธิบดีสหรัฐ 4 สมัย ด้านภรรยาเผยเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคพาร์กินสัน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวันนี้ (22 มิ.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ ด้วยวัย 100 ปี

อลัน กรีนสแปน

นางแอนเดรีย มิตเชลล์ ภรรยาของกรีนสแปน ที่ใช้ชีวิตสมรสร่วมกันเป็นเวลา 29 ปี แถลงว่า สามีของเธอเสียชีวิตที่บ้านพัก จากภาวะแทรกซ้อนของโรคพาร์กินสัน และว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญ ที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจสหรัมาอย่างยาวนานภายใต้รัฐบาลของทั้ง 2 พรรคการเมือง และเป็นผู้ที่กล้ายอมรับความผิดพลาดของตนเองอย่างตรงไปตรงมา

กรีนสแปน ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสหรัฐยุคใหม่ โดยดำรงตำแหน่งประธานเฟดติดต่อกันถึง 5 วาระ ระหว่างปี 2530-2549 ภายใต้ประธานาธิบดีสหรัฐ 4 คน ได้แก่ โรนัลด์ เรแกน, จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช, บิล คลินตัน และจอร์จ ดับเบิลยู. บุช

ในช่วงดำรงตำแหน่ง เขาได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพาเศรษฐกิจสหรัฐผ่านช่วงขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยาวนานที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ ระหว่างปี 2534-2544 ซึ่งเป็นยุคที่โลกเผชิญการขยายตัวของโลกาภิวัตน์ และการเติบโตของอินเทอร์เน็ต

กรีนสแปนยังมีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง ทั้งเหตุการณ์ตลาดหุ้นดิ่งหนักในวัน "แบล็กมันเดย์" เมื่อปี 2530 วิกฤติฟองสบู่ดอทคอม รวมถึงผลกระทบหลังเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544

เขาได้รับฉายาจากผู้ชื่นชมว่า "เดอะ มาเอสโตร" จากการเปรียบเปรยว่า เขาเปรียบเสมือน วาทยกรผู้นำพา และควบคุมจังหวะวงออเคสตราของระบบเศรษฐกิจสหรัฐ และตลาดการเงินโลกให้เติบโตอย่างราบรื่น

ขณะที่นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ เคยขนานนามว่าเป็น "ร็อกสตาร์แห่งวงการเศรษฐกิจ" หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐ ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องในยุคประธานาธิบดีบิล คลินตัน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดวิกฤติการเงินโลกปี 2550-2551 กรีนสแปนถูกวิจารณ์อย่างหนักจากนักเศรษฐศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบายจำนวนมาก ซึ่งมองว่าการสนับสนุนการผ่อนคลายกฎระเบียบภาคการเงินในยุคของเขา เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่วิกฤติซับไพรม์ และการล่มสลายของระบบการเงินโลก

คณะกรรมการสอบสวนวิกฤติการเงินของสหรัฐ เคยระบุว่า แนวทางการลดกฎระเบียบทางการเงิน ที่กรีนสแปน และผู้กำหนดนโยบายหลายฝ่ายสนับสนุน เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้มาตรการป้องกันความเสี่ยงสำคัญถูกยกเลิกไป จนนำไปสู่หายนะทางการเงินในเวลาต่อมา

หลังวิกฤติดังกล่าว กรีนสแปนยอมรับต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อปี 2551 ว่า วิกฤติการเงินครั้งนั้นเป็น "คลื่นสึนามิด้านสินเชื่อที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบศตวรรษ" และยอมรับว่าวิกฤติรุนแรงกว่าที่เขาเคยคาดคิดไว้มาก

นายกรีนสแปนเกิดเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2469 ในนครนิวยอร์ก โดยแสดงความสามารถด้านคณิตศาสตร์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาเคยศึกษา และเล่นดนตรีแจ๊ส ทั้งแซกโซโฟน และคลาริเน็ต ก่อนจะหันมาศึกษาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก จนได้รับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์

เส้นทางการเมืองของเขาเริ่มต้นจากการเป็นที่ปรึกษาในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของริชาร์ด นิกสัน ก่อนจะดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจในรัฐบาลเจอรัลด์ ฟอร์ด และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟด โดยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในปี 2530

ภายหลังเกษียณจากตำแหน่งประธานเฟดเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2549 กรีนสแปนได้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตนเองในกรุงวอชิงตัน และเขียนหนังสือหลายเล่ม เกี่ยวกับเศรษฐกิจ และประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้นำสหรัฐหลายสมัย

ตลอดชีวิตการทำงาน เขาได้รับรางวัล และเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากหลายประเทศ โดยรัฐบาลฝรั่งเศสมอบเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียง ดอเนอร์ ในปี 2543

อลัน กรีนสแปน

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินกิตติมศักดิ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษในปี 2545 และได้รับเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับพลเรือนของสหรัฐ จากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในปี 2548

ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยว่า ผลงานของกรีนสแปนด้านนโยบายการเงิน และแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ ได้สร้างร่องรอยสำคัญให้กับสถาบันการเงิน วงการเศรษฐศาสตร์ และสหรัฐ โดยมรดกทางความคิดของเขายังคงส่งอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายการเงินมาจนถึงปัจจุบัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X :https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube :https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...