โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลิกเกมโกโก้ไทย! เลิกขายวัตถุดิบราคาถูก ผันตัวสู่ “คราฟต์ช็อกโกแลต”

SMART SME

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดโกโก้โลกที่คาดว่าจะทะยานสูงถึง 8.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคกลับเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยหันมาใส่ใจเรื่องราว คุณภาพพรีเมียม และความยั่งยืนมากกว่าสงครามราคา นี่คือโอกาสทองของ “โกโก้ไทย” ที่จะหลุดพ้นจากการเป็นเพียงผู้ขายวัตถุดิบต้นทุนสูง แล้วพลิกเกมสู้ด้วยกลยุทธ์ “น้อยแต่มาก” มุ่งสู่การเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตอัตลักษณ์สูงที่พร้อมผงาดในตลาดเฉพาะกลุ่มระดับโลกอย่างยั่งยืน

จากรายงานล่าสุดของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ชี้ให้เห็นว่า “ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตโลก” กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) ครั้งใหญ่ โดยมูลค่าตลาดโลกในปี 2569 นี้ คาดว่าจะทะยานสู่งานระดับ 58,650 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องไปถึง 86,520 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2577 (เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.98 ต่อปี) แม้ว่าประเทศยักษ์ใหญ่อย่างโกตดิวัวร์ อินโดนีเซีย และกานา จะยังคงครองแชมป์ในแง่ของพื้นที่และการผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ

แต่ในฝั่งของพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กระแสโลกในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่ช็อกโกแลตอุตสาหกรรมที่เน้นปริมาณอีกต่อไป แต่กำลังหลงใหลใน “รสชาติที่มีอัตลักษณ์ เรื่องราวที่มา และคุณค่าต่อสุขภาพ” ส่งผลให้กลุ่มช็อกโกแลตระดับพรีเมียม ช็อกโกแลตจากพืช (Plant-based) และสินค้าเพื่อสุขภาพ มีอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อหันกลับมามองที่ประเทศไทย แม้ปัจจุบันเราจะรั้งตำแหน่งผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้ดิบในอันดับที่ 44 ของโลก โดยมีผลผลิตในปี 2568 อยู่ที่ 3,194 ตัน (ซึ่งเติบโตจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 39.7 โดยมีแหล่งปลูกสำคัญในภาคใต้ เช่น สงขลา และนครศรีธรรมราช) แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างมองเห็นตรงกันว่า “ประเทศไทยไม่ควรเน้นขายเมล็ดโกโก้แห้งเพื่อไปแข่งด้านราคากับตลาดโลก” เนื่องจากต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรไทยค่อนข้างสูง ประกอบกับบทเรียนจากประเทศเพื่อนอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จจากการผันตัวมาเป็น “ผู้แปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม” ยิ่งเป็นตัวตอกย้ำว่า ทางรอดและทางรุ่งของโกโก้ไทยคือการมุ่งหน้าสู่การเป็น คราฟต์ช็อกโกแลต (Craft Chocolate) และการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่เน้นคุณภาพสูงสุด

หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดล “น้อยแต่มาก” จึงถูกถอดรหัสออกมาเป็น 3 กลยุทธ์หลักที่น่าจับตามอง

รสชาติแห่งนวัตกรรมและการสร้างเรื่องราว: การฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการดึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมอาหารไทยมาผสมผสาน จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์อย่าง ช็อกโกแลตแท่งรสข้าวซอย หรือ รสแกงไทย ไปจนถึงการใช้ข้าวไทยมาทดแทนนมผงเพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Plant-based

ชูจุดเด่นด้านสุขภาพ: การเน้นย้ำคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) สารต้านอนุมูลอิสระสูงในโกโก้ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภครักสุขภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมีพฤติกรรมการบริโภคที่สม่ำเสมอ

ติดปีกความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี: เพื่อรับมือกับกฎระเบียบยุโรปว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) สมาคม TACCO ได้จับมือกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) พัฒนาแพลตฟอร์มบันทึกข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ลึกไปถึงแปลงปลูก เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

บทสรุปของโกโก้ไทยในนาทีนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของการเร่งขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเน้นปริมาณโกยรายได้ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นสินค้าแปรรูปมูลค่าสูงที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความโปร่งใสทางการค้า และความเข้มแข็งของเกษตรกรท้องถิ่น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นรากฐานอันทรงพลังที่จะส่งให้ “คราฟต์ช็อกโกแลตสายพันธุ์ไทย” เติบโตอย่างยั่งยืนและมีขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...