โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจทย์ใหญ่รัฐบาล“อนุทิน”วิกฤตยาเสพติด-โกงสอบท้องถิ่น บททดสอบผู้นำไทย

INN News

อัพเดต 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.25 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะพยายามเดินหน้าผลักดันนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลกลับต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น และปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือ คดีแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ ถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ ขณะเดียวกัน ยังมีกรณีชาวต่างชาติลักลอบขนยาเสียสาวจากประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย รวมถึงสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNN แถลงผลจับกุมเครือข่ายลักลอบขนช่อดอกกัญชารายใหญ่ โดยระบุว่ามีต้นทางจากประเทศไทย และจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ถึง 12 คน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ประเทศไทยกำลังถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดไปยังต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติ แต่ยังสะเทือนภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานักลงทุนและภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย

รัฐบาลจึงเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้วยการประกาศเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มรูปแบบ โดยในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดว่า การแก้ปัญหายาเสพติดจะต้องเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมยืนยันว่าจะใช้บทบาทในฐานะนายกรัฐมนตรีบูรณาการทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในอดีตเมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยต้องการผลักดันการแก้ปัญหานี้ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน กระทั่งวันนี้ เมื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงสามารถสั่งการและประสานทุกฝ่ายให้ร่วมดำเนินการในทิศทางเดียวกันได้

ก่อนหน้านี้ ยังได้ส่งคำเตือนไปถึงเยาวชนและผู้ที่คิดรับจ้างขนยาเสพติด ว่าเป็นความผิดร้ายแรง มีโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต และไม่คุ้มค่ากับการต้องสูญเสียอนาคต

และในวันต่อต้านยาเสพติดโลก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศเจตนารมณ์ ภายใต้แนวคิด “รวมพลังไทย ต้านภัยยาเสพติด” โดยย้ำว่า ปัญหายาเสพติดไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภารกิจร่วมกันของคนไทยทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะประกาศเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น แต่ผลสำรวจล่าสุดของสวนดุสิตโพล กลับสะท้อนว่า ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาในเรื่องนี้

ขณะที่ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2569” พบว่า ภาพรวมคะแนนการเมืองไทยขยับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จาก 3.66 เป็น 3.69 คะแนน โดยประชาชนชื่นชอบมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ในระดับหนึ่ง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำที่สุดกลับเป็นการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ได้เพียง 3.03 คะแนน สะท้อนว่า ประชาชนยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศให้เป็นวาระสำคัญของประเทศก็ตาม

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า แม้คะแนนภาพรวมจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น แต่ผลงานรัฐบาลและคะแนนนายกรัฐมนตรีกลับลดลง สะท้อนว่า มาตรการด้านสวัสดิการยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศได้

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการเมืองจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต มองว่า รัฐบาลยังขาดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านความโปร่งใส การปราบปรามทุจริต และการจัดการปัญหายาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และอาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองที่รัฐบาลต้องเผชิญในระยะต่อไป

สุดท้ายแล้ว แม้รัฐบาลจะเร่งเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง แต่โจทย์สำคัญที่ยังรอคำตอบ คือจะสามารถเปลี่ยนนโยบายให้กลายเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม…

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...