โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้การลงทุน Q3/69 ยังต้องเผชิญความท้าทาย

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้การลงทุน Q3/69 ยังต้องเผชิญความท้าทาย หุ้นธีม AI ขับเคลื่อนทุกภูมิภาค ทั้ง สหรัฐฯ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น

2 ก.ค.2569 -นายวรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมการลงทุนต่างประเทศในไตรมาส 3/2569 ภายใต้ทิศทางที่ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายในระยะทางข้างหน้า “Bumpy Road Ahead” เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีท่าทีเริ่มเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงระดับการเก็งกำไรผ่าน Margin และ Option ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น ดังนั้น แรงขับเคลื่อนตลาดรอบนี้ จึงไม่ได้มาจากการขยายตัวของ P/E เป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องพึ่งพาการเติบโตของกำไรที่แท้จริงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในลักษณะแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น (Sideway to Sideway Up) จากปัจจัยสนับสนุนจากการปรับประมาณการกำไร โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยประเมินว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแก่อุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี คาดว่าโอกาสการลงทุนหลังจากนี้จะเริ่มกระจายตัวออกจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พิเศษ (Mega-cap) มุ่งไปสู่กลุ่มธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังของระบบปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (Semiconductor), กลุ่มหน่วยความจำ (Memory), ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Network), หน่วยประมวลผลกลาง (CPU), ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวิกฤตพลังงาน (Energy Bottleneck) ซึ่งถือเป็นโอกาสใหม่สำหรับนักลงทุนในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว

"ด้านตลาดเอเชียเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว เนื่องจากมีราคาคุ้มค่าน่าลงทุนกว่า ขณะที่แนวโน้มกำไรและอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) กำลังปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI และ Semiconductor ส่วนตลาดจีนยังต้องเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง เพราะผลตอบแทนเริ่มแยกเป็น K-shape ระหว่างกลุ่ม Hardware/AI Supply Chain ที่ได้ประโยชน์ กับกลุ่มบริโภคและอินเทอร์เน็ตที่ยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจภายในประเทศ" นายวรัท กล่าว

ขณะที่กลยุทธ์การลงทุน KTX แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) มากขึ้น โดยเน้นหุ้นและ DR ที่มีกำไรเติบโตชัดเจน ได้ประโยชน์โดยตรงจาก AI Infrastructure และมีปัจจัยเร่งเฉพาะตัว โดย DR Top Picks ประจำไตรมาส 3/2569 ได้แก่ TAIWAN19 จากบทบาทสำคัญใน AI Supply Chain และ Semiconductor, NIKKEI80 จากโครงสร้างเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain และ Robotics, AMD80 จากการเปลี่ยนผ่านรายได้สู่ Data Center และความต้องการ CPU ในยุค Agentic AI , ZJINNO80 จากการเป็นผู้ผลิต Optical Transceiver ที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่าน Data Center Networking และ GEV80 จากความต้องการไฟฟ้าและระบบกริดที่กลายเป็นคอขวดใหม่ของ AI Data Center.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...