โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อังกฤษทิ้งแผนต่อเรือพิฆาต 6 ลำ ดันต่อเรือรบที่สั่งการโดรน (CCV) ได้ 6 ลำ แทน คาดประจำการหลัง 2030

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กองทัพเรืออังกฤษปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ยกเลิกเรือ Type 83 เบนเข็มจัดสร้างเรือรบไฮบริด CCV สั่งการโดรน 6 ลำ เสริมการป้องกันภัยแอตแลนติกเหนือ

สหราชอาณาจักรประกาศยกเลิกแผนการจัดสร้าง Type 83 เรือพิฆาต (Destroyer) แบบใหม่จำนวน 8 ลำ ซึ่งควรทดแทนเรือพิฆาตเก่าที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2009 และปรับมาสู่การสร้าง "เรือรบลูกผสม" หรือโครงสร้างเรือรบร่วมขีดความสามารถขั้นสูงในรหัส Common Combat Vessel (CCV) จำนวนอย่างน้อย 6 ลำแทน โดยมีกำหนดการส่งมอบเข้าประจำการในช่วงต้นทศวรรษ 2030 นี้

เรือรบลูกผสมของสหราชอาณาจักรคืออะไร

สื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่า Common Combat Vessel (CCV) อ้างอิงโครงสร้างโมเดลของบริษัท บีเออี ซิสเต็มส์ (BAE Systems) ที่เคยนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการ DSEI UK 2025 ภายใต้โครงการระบบควบคุมน่านฟ้าแห่งอนาคต (Future Air Dominance System: FADS) หลายรุ่น รวมถึงยานพาหนะใต้น้ำแบบไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษ (XLAUV) ด้วย

โดยกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรวางให้ CCV ทำหน้าที่เป็นศูนย์สั่งการและควบคุมเชิงยุทธวิธีในการปล่อยและปฏิบัติการโดรนไร้คนขับ ทั้งในมิติทางอากาศ บนผิวน้ำ และใต้ทะเลลึก เพื่อสร้างระบบข่ายการป้องกันภัยทางอากาศทางทะเลที่มีความยืดหยุ่นและทนทานสูงต่อภัยคุกคามยุคใหม่ในอนาคต

ทำไมสหราชอาณาจักรต้องการเรือรบผสมโดรน

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของสหราชอาณาจักรคือการนำเรือรบลูกผสม CCV เข้าประจำการร่วมกับกองเรือหลัก ซึ่งประกอบด้วยเรือฟริเกตที่มีลูกเรือประจำการชั้น Type 26 จำนวน 8 ลำ และชั้น Type 31 จำนวน 5 ลำ เพื่อทำหน้าที่รับมือและตอบโต้ความเคลื่อนของทหารของกองทัพเรือรัสเซียในพื้นที่แอตแลนติกเหนือ มหาสมุทรอาร์กติก และภูมิภาคไฮนอร์ท (High North)

นอกจากนี้ ตัวเรือยังถูกวางภารกิจหลักในการเฝ้าระวังและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเลลึก (Critical Underwater Infrastructure) เช่น สายเคเบิลสื่อสารและท่อส่งพลังงาน ภายใต้แผนปฏิบัติการความมั่นคงแอตแลนติก 3 โครงการ ได้แก่ Atlantic Bastion, Atlantic Shield และ Atlantic Strike ด้วย

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดหวังว่าโครงการต่อเรือ CCV ภายในประเทศจะช่วยรักษาระดับการจ้างงานและทักษะช่างฝีมือในอู่ต่อเรืออังกฤษได้ในระยะยาว พร้อมโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างเพื่อการส่งออกเชิงพาณิชย์ไปยังกลุ่มประเทศพันธมิตรในอนาคตด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม งบประมาณป้องกันประเทศของสหราชอาณาจักรในปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 2.68 ของ GDP ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงการแผนลงทุนป้องกันประเทศ (Defence Investment Plan: DIP) ในครั้งนี้ จะทำให้สัดส่วนพุ่งขึ้นเป็น 3% จนกลายเป็นที่ถกเถียงถึงความได้สัดส่วนระหว่างมิติสภาพทางการคลังของอังกฤษที่อยู่ในภาวะตึงเครียดกับความพร้อมรบในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...