ป.ป.ส.ขยายผลพัสดุ ต้นทางจาก จ.เลย เข้า กทม. ตรวจยึดเฮโรอีนเพิ่ม 24 กก. เตรียมส่ง "อออสเตรเลียและไต้หวัน"
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการฯ ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานภาคี ดำเนินการเชิงรุกสกัดกั้นยาเสพติดที่เตรียมส่งไปยังประเทศที่สาม ตรวจยึดเฮโรอีน 24.38 กิโลกรัม (ซุกซ่อนในในสินค้าพื้นเมือง, เสื้อผ้าไหม, ซองกาแฟ และเสื้อกันหนาว) บรรจุในพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ รวมจำนวน 5 กล่อง เตรียมส่งไปออสเตรเลีย และ ไต้หวัน
พันตำรวจตรี สุริยา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตรวจยึดพัสดุ จำนวน 2 กล่อง ในพื้นที่ กทม. ผลการตรวจสอบ พบ เฮโรอีน รวม 8.17 กก. (ซุกซ่อนในสินค้าพื้นเมือง) ปลายทางออสเตรเลีย เจ้าหน้าสืบสวนทราบว่า ต้นทางจัดส่งพัสดุมาจากพื้นที่ จ.เลย และวานนี้ ( 1 กรกฎาคม 2569) สำนักงาน ป.ป.ส. ลงพื้นตรวจสอบร้านรับ - ส่งสินค้าในพื้นที่ จ.เลย ทันที ทำให้ทราบว่ามีพัสดุลักษณะเดียวกันอีก จำนวน 3 กล่อง ถูกกระจายไปยังพื้นที่ กทม. จำนวน 2 จุด จึงขยายผลตรวจค้นทันที ผลการปฏิบัติ
- จุดที่ 1 ตรวจยึดพัสดุ จำนวน 2 กล่อง จัดส่งในพื้นที่ เขตบางกะปิ กทม. พบเฮโรอีน 6.23 กก. (ซุกซ่อนในเสื้อผ้าไหม) ปลายทางไต้หวัน
- จุดที่ 2 ตรวจยึดพัสดุ จำนวน 1 กล่อง จัดส่งในพื้นที่ ถ.รางน้ำ เขตราชเทวี กทม.
พบเฮโรอีน 9.98 กก. (ซุกซ่อนในซองกาแฟและเสื้อกันหนาว) ปลายทางออสเตรเลีย
จากการขยายผลทราบว่า ผู้สั่งการ/ จ้างวาน ให้จัดส่งพัสดุไปยังประเทศออสเตรเลีย คือ บุคคลชาวไทยมีหมายจับจังหวัดตาก คดีฉ้อโกง (สั่งการจากประเทศออสเตรเลีย) ต่อเนื่อง วันนี้ (2 กรกฎาคม 2569)เจ้าหน้าที่ขยายผลปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 3 เป้าหมาย (เกี่ยวข้องกับการส่งพัสดุ และ บัญชีโอนค่าจ้างหิ้วสินค้า) ในพื้นที่ จ.เลย และ จ.นครพนม ผลการปฏิบัติ พบ บุคคลที่ดำเนินการจัดส่งพัสดุ ให้การว่า ร่วมกับภรรยาชาวลาว เป็นผู้ไปส่งพัสดุดังกล่าว จำนวน 2 ครั้ง โดยไปรับพัสดุมาจากชายชาวลาว ได้รับค่าจ้างเป็นเงินโอนเข้าบัญชีภรรยาชาวลาว
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยมีชายแดนติดกับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน คีตามีน และยังเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน มีระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวก และเชื่อมโยงออกไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ได้หลายทาง ทั้งเส้นทางบก ท่าอากาศยาน ท่าเรือ รวมถึงพัสดุไปรษณียภัณฑ์ระหว่างประเทศ ความร่วมมือทั้งหน่วยงานภายในประเทศ และหน่วยงานระหว่างประเทศ ในการบูรณาการทางการข่าวและการปฏิบัติ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในทุกระดับการค้า
ทั้งนี้ จะร่วมกันสืบสวนขยายผลเครือข่ายการค้ายาเสพติด และผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยหน่วยงานของรัฐ โดยร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด