โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอโอ๊ค เปิดสาเหตุทำไม พยาธิใบไม้ตับ พบมากในภาคอีสานของประเทศไทย พร้อมเผยสิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังเป็น

News In Thailand

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • oum
หมอโอ๊ค เปิดสาเหตุทำไม พยาธิใบไม้ตับ พบมากในภาคอีสานของประเทศไทย พร้อมเผยสิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังเป็น

วันที่ 7 ก.ค.2569 ทาง นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ทำไม “พยาธิใบไม้ตับ” ถึงพบมากในภาคอีสานของประเทศไทย

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “ภาคอีสานมีพยาธิใบไม้ตับเยอะ” ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่สาเหตุไม่ได้เกิดจากพื้นที่หรือเชื้อชาติของคนในภาคอีสาน หากเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุกไม่เพียงพอ ร่วมกับวงจรชีวิตของพยาธิที่พบในแหล่งน้ำของภูมิภาคนี้

ทำไมภาคอีสานถึงพบมากที่สุด?

อาหารพื้นบ้านหลายชนิด เช่น ก้อยปลา ,ลาบปลาดิบ ,ปลาส้ม ,ปลาจ่อม ,ปลาแช่หรือหมักที่ไม่ผ่านความร้อน

อาจมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับปะปนอยู่ หากรับประทานเข้าไป ตัวอ่อนจะเดินทางเข้าสู่ท่อน้ำดีและอาศัยอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปี

จากการสำรวจระดับประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่า

-ในอดีต (ปี 2524) คนไทยติดพยาธิใบไม้ตับประมาณ 14% ของประชากรทั้งประเทศ แต่ในภาคอีสานสูงถึง 34.6% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรในบางพื้นที่

-หลังจากมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง อัตราการติดเชื้อลดลง แต่ภาคอีสานยังคงเป็นพื้นที่ที่พบมากที่สุด โดยบางการสำรวจยังพบการติดเชื้อจากการตรวจอุจจาระประมาณ 13–16% ของประชากร และบางชุมชนพบสูงกว่านี้

-การสำรวจระดับประเทศของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2562 พบว่าการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับยังพบประมาณ 2.2% ของคนไทยทั้งประเทศ แต่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หลายคนคิดว่าแค่กินยาถ่ายพยาธิก็จบ แต่ความจริงแล้ว พยาธิใบไม้ตับ สามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีได้นาน 20-30 ปี หากมีการติดเชื้อซ้ำ ๆ จากการรับประทานปลาดิบเป็นประจำ จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี การอักเสบเรื้อรังนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ จนพัฒนาเป็น มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดให้พยาธิใบไม้ตับเป็น “สารก่อมะเร็งในมนุษย์” (Group 1 Carcinogen)

อันตรายของโรคนี้ ระยะแรก หลายคน ไม่มีอาการเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี อาจเกิด

-ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง

-นิ่วในท่อน้ำดี

-ตับอักเสบ

-ติดเชื้อในทางเดินน้ำดี

-ตับทำงานผิดปกติ

-และที่น่ากลัวที่สุดคือ มะเร็งท่อน้ำดี

ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับการติดพยาธิใบไม้ตับเรื้อรัง

ป้องกันได้

รับประทานปลาน้ำจืดให้สุกทุกครั้ง หลีกเลี่ยงก้อยปลา ลาบปลาดิบ และปลาหมักที่ไม่ผ่านความร้อน หากเคยรับประทานปลาดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ อย่าคิดว่า “กินยาถ่ายพยาธิเป็นประจำก็พอ” เพราะการติดเชื้อซ้ำ ๆ ยังคงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีได้

พยาธิใบไม้ตับอาจเป็นโรคที่ไม่ทำให้เจ็บป่วยในวันนี้ แต่สามารถสร้างความเสียหายให้ตับและท่อน้ำดีอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาหลายสิบปี การหลีกเลี่ยงปลาดิบเพียงมื้อเดียว อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายในอนาคตได้

โดยทั่วไป แซลมอนดิบ “ไม่ใช่” แหล่งของพยาธิใบไม้ตับ ที่พบในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม แซลมอนดิบก็มีความเสี่ยงจากพยาธิและเชื้อโรคชนิดอื่นได้

พยาธิใบไม้ตับ พบใน ปลาน้ำจืด เช่น ปลาตะเพียน, ปลาสร้อย, ปลาแม่สะแด้ง, ปลาน้ำจืดวงศ์ปลาตะเพียนหลายชนิด

ซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อหลักในประเทศไทย ไม่ใช่ปลาแซลมอน แซลมอน เป็นปลาทะเลหรือปลาเลี้ยง จึงไม่ใช่วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับ แต่การกินแซลมอนดิบยังมีความเสี่ยงอื่น เช่น

พยาธิตัวกลมในปลา (เช่น Anisakis) ซึ่งอาจทำให้ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และบางคนอาจเกิดอาการแพ้ เชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonellosis และเชื้ออื่น ๆ หากการเก็บรักษาหรือการเตรียมอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ

ข่าวดี คือ ร้านอาหารที่ได้มาตรฐานมักใช้แซลมอนที่ผ่านการแช่แข็งตามมาตรฐานสำหรับรับประทานดิบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของพยาธิได้มาก แต่ไม่สามารถลดความเสี่ยงของเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งหมด สรุปสั้น ๆ แซลมอนดิบ ไม่ใช่สาเหตุของพยาธิใบไม้ตับ แต่ยังอาจมีความเสี่ยงจากพยาธิทะเลและเชื้อแบคทีเรีย หากแหล่งที่มาหรือการจัดการอาหารไม่ได้มาตรฐาน

ดังนั้น หากพูดถึง พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทย ตัวการหลักยังคงเป็น การรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง ไม่ใช่แซลมอนดิบครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...