โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันโลก พุ่ง หลังมีรายงานอิหร่านยิงถล่มเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.54 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันโลก พุ่ง 1.5% ทันที หลังมีรายงานอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นกระทบข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวและซ้ำเติมความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

7 ก.ค.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หลังจากมีรายงานเหตุโจมตีเรือพาณิชย์โดยฝีมือของอิหร่าน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางการค้าที่รองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก เหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นในน่านน้ำแห่งนี้ย้ำให้เห็นถึงความเปราะบางของข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ในขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก

  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% ซื้อขายที่ระดับ 73.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้า
  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนสิงหาคม พุ่งขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ระดับ 69.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่วันก่อนหน้าเพิ่งปิดตลาด ณ ระดับราคาต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์

สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่ง (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกเข้าใส่เรือบรรทุกสินค้าที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางสำนักข่าว CNBC ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบและยืนยันรายงานข่าวดังกล่าวได้อย่างเป็นอิสระ

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ซึ่งเป็นหน่วยงานแจ้งเตือนความปลอดภัยทางทะเลของอังกฤษ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ความไม่สงบห่างจากทางตะวันออกของเมืองลีมาห์ ประเทศโอมาน ราว 8 ไมล์ทะเล โดยระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดขณะกำลังมุ่งหน้าลงใต้ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือน ทว่าการเจรจาทางอ้อมที่สิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ก่อนกลับไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ ที่จะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงว่า ทั้งสองประเทศจะต้องบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ไม่อย่างนั้นสหรัฐฯ จะเป็นฝ่าย "ปิดเกมนี้เอง" ซึ่งถือเป็นการรื้อฟื้นคำขู่ที่จะใช้มาตรการทางทหารต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอีกครั้ง

โฮลเกอร์ ชมิดิง (Holger Schmieding) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Berenberg ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สถานการณ์รอบช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่มีความแน่นอน แต่ดังที่เราเคยวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกันในการควบคุมไม่ให้ความขัดแย้งนี้ลุกลาม

"ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของรัฐสภาที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ในขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Revolutionary Guards) เองก็ต้องการเม็ดเงินจากการได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน"

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...