โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประเด็นข่าวรอบโลก : "โอมาน" ไม่หนุนเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ / "อิสราเอล" ไม่ให้ "อิหร่าน" มีนิวเคลียร์ / "โลก" ร้อนสุดเป็นอันดับ 2 เดือน มิ.ย.69

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (10 ก.ค.) โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดบวกเมื่อวานนี้ หลังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผลิตชิป โดยเฉพาะ ไมครอน เทคโนโลยี ที่ปรับตัวแข็งแกร่ง ช่วยลดแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน หลังมีความกังวลว่าการปะทะกันรอบใหม่อาจทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าทั้งสองฝ่ายอาจกลับมาใช้แนวทางการทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านได้ติดต่อเข้ามาเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลง ขณะที่ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถานกำลังพยายามผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา

ดัชนีคอสปี ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.6% ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดบวก 1.2% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงเปิดตลาด

ด้านสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ โอมานออกมาแสดงจุดยืนเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า ไม่สนับสนุนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่พร้อมพิจารณาความร่วมมือโดยสมัครใจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสนับสนุนการเดินเรือ

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมสภาองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มโอ สมัยที่ 137 โดยตัวแทนของโอมานยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการยึดหลักสิทธิการผ่านแดนทางทะเล หรือ Transit Passage ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่า อิสราเอลจะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมประกาศเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการจัดซื้อจากต่างประเทศ

“นโยบายของเราชัดเจน ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่มีข้อตกลง อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” เนทันยาฮู กล่าวในพิธีสำเร็จการศึกษาของนักบินกองทัพอากาศ

ขณะเดียวกัน ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียมองว่าคำกล่าวของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าการยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียโดยยูเครน จะช่วยนำไปสู่การบรรลุสันติภาพนั้น เป็นแนวทางที่ผิดพลาด

เพสคอฟ ระบุว่า การเพิ่มระดับความตึงเครียดและการดำเนินการที่นำไปสู่การขยายความขัดแย้ง จะไม่ช่วยส่งเสริมกระบวนการสันติภาพ พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป

ด้านนักลงทุนทั่วโลกจับตาการแถลงนโยบายการเงินของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ซึ่งมีกำหนดรายงานแนวโน้มนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า

วอร์ช มีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร ในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ในวันพุธที่ 15 ก.ค.

การแถลงทั้ง 2 ครั้งจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 21.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งตลาดจะจับตาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้งหรือไม่ แต่ระบุว่าอิหร่านมีความต้องการอย่างมากที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ทรัมป์ เปิดเผยระหว่างเดินทางกลับสหรัฐฯ ด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ว่า กองกำลังสหรัฐฯ เพิ่งโจมตีอิหร่านอย่างหนัก

นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังสำนักงานบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ โนอา เปิดเผยว่า โลกเผชิญเดือนมิถุนายน ปี 2569 ที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยบันทึกไว้

รายงานจากศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือ เอ็นซีอีไอ ภายใต้ โนอา ระบุว่า อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรทั่วโลกทำสถิติสูงสุดสำหรับเดือนมิถุนายน ขณะที่พื้นที่น้ำแข็งทะเลในมหาสมุทรอาร์กติกและแอนตาร์กติกอยู่ในระดับต่ำติด 1 ใน 10 ของสถิติที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของพายุหมุนเขตร้อนทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกกำลังติดตามท่ามกลางสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

#ตลาดหุ้นเอเชีย #หุ้นเอเชีย #เศรษฐกิจโลก #วอลล์สตรีท #สหรัฐอิหร่าน #ฮอร์มุซ #อิสราเอล #โลกร้อน #ข่าวเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...