โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

1600 จุดคงไม่ได้เห็นอีกนาน / สุนันท์ ศรีจันทรา

Manager Online

เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

หลังจากพุ่งทะลุ 1,600 จุด สร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 3 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นเริ่มแผ่วลง พร้อมกับหุ้นยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ส่งสัญญาณว่า ขาขึ้นรอบใหญ่ของตลาดหุ้นซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องนับจากต้นปี อาจถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

เพราะการที่ดัชนีพุ่งขึ้นมาแตะระดับ 1,600 จุด หรือปรับตัวขึ้นประมาณ 340 จุด เมื่อเทียบกับจุดปิดสิ้นปี 2568 เป็นการปรับตัวขึ้นที่ร้อนแรงมาก ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังตกต่ำ และอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไม่สูงนัก แม้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาก็ตาม

ความคึกคักของตลาดหุ้นถูกตั้งคำถามจากประชาชนทั่วไปมาตลอดว่า เกิดขึ้นด้วยเหตุใด มีปัจจัยอะไรเข้ามากระตุ้น และดัชนีที่วิ่งมาไกล มีใครปั่นขึ้นมาหรือไม่ หุ้นร้อนแรงเกินจริงหรือไม่

คำอธิบายของคนในตลาดหุ้นส่วนใหญ่มักกล่าวอ้างว่า ตลาดหุ้นไทยทรุดลง 3 ปีติด จนราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน และจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้ามาช้อนซื้อหุ้นคืนอีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอร์หลายสำนักได้ปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีปลายปีนี้ โดยขยับเป้าเป็นกว่า 1,600 จุด หลังดัชนีวิ่งทะลุแนวต้าน 1,550 จุด

แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นปี 2569 ถูกวาดภาพไว้อย่างสวยหรู สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายยอมรับว่ายังซบเซาอย่างหนัก

เบื้องหลังการที่ดัชนีหุ้นวิ่งมากว่า 300 จุดในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากหุ้น DELTA เพราะหุ้น DELTA เพียงตัวเดียวผลักดันดัชนีขึ้นมาประมาณ 170 จุด ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่อีกหลายตัว เช่น หุ้นในกลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ก็มีส่วนช่วยดึงดัชนีให้พุ่งขึ้น

หุ้นมีทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 870 บริษัท ส่วนใหญ่ไม่ได้ฟื้นตามภาวะตลาด โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก นักลงทุนรายย่อยไม่ได้เสพสุขกับความสดใสของตลาดหุ้นเท่าไหร่นัก และยังแบกหุ้นต้นทุนสูงมูลค่ารวมกันหลายแสนล้านบาท ภายใต้ความหวังว่า ถ้าตลาดหุ้นยังเดินหน้าต่อไป หุ้นตัวเล็กคงจะมีโอกาสฟื้นขึ้นมาบ้าง

แต่ตลาดหุ้นจะเดินหน้าต่อไปด้วยปัจจัยหนุนด้านใด เพราะเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟุบอีกหลายปี จะหวังการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติได้ขนาดไหน และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA จะนำพาดัชนีพุ่งทะยานได้อีกหรือ

เพราะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นแนสแด็กของสหรัฐทำท่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตกแล้ว โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีแนสแด็กร่วงลง 4.18% และจะส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกในวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนนี้

หุ้น DELTA ค่า พี/อี เรโชทะลุ 150 เท่าไปแล้ว ราคาถือว่าแพงมาก แต่กระแสหุ้นเทคโนโลยีที่มาแรง และถูกประเมินว่าแนวโน้มการเติบโตยังสดใสอีกยาวนาน ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายคนโหนกระแสหุ้นเทคฯ โดยมีคำแนะนำให้นักลงทุนเข้าไปซื้อ ทั้งที่ราคาวิ่งล้ำหน้าปัจจัยพื้นฐานไปไกลมาก

การดิ่งลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นแนสแด็ก จะเป็นปัจจัยลบที่พุ่งกระหน่ำซ้ำเติมหุ้น DELTA นำไปสู่การปรับฐานใหญ่อย่างจริงจัง และใครที่ขายออกไม่ทัน รอบนี้อาจบาดเจ็บสาหัส

ส่วนดัชนีอาจถูก DELTA ฉุดลงมา จนไม่อาจคาดหมายว่าจะดิ่งลงลึกขนาดไหน หลุดระดับ 1,550 จุดหรือไม่

ความหวังว่านักลงทุนต่างชาติอาจเป็นกองหนุนที่เข้ามาช่วยพยุงหรือหนุนตลาดหุ้นในปีนี้ ยังเป็นความหวังที่เลื่อนลอย เพราะนับจากต้นปี ต่างชาติมียอดซื้อหุ้นสุทธิสะสมเพียง 26,084 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก และในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ซื้อหรือขายสลับกันไปในแต่ละวัน ไม่ใช่การซื้อต่อเนื่อง

นักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาซื้อหุ้นนับจากต้นปี มีพฤติกรรมลักษณะการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นหรือเล่นสั้น มากกว่าการกลับมาช้อนซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว และแม้จะผ่านมา 5 เดือนเศษแล้ว ยังไม่อาจคาดหมายได้ว่าปีนี้ต่างชาติจะกลับมาลงทุนจริงหรือไม่

หุ้น 1,600 จุด ซึ่งเพิ่งได้เห็นกันหยก ๆ เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน อาจเป็นจุดสูงสุดแล้วในรอบนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าอีกนานคงจะได้เห็นกันอีก

เช่นเดียวกับขาขึ้นของตลาดหุ้นที่ดำเนินมาจากต้นปี อาจปิดฉากลงแล้ว และมีแนวโน้มการปรับตัวสู่ช่วงขาลง แต่จะลงไปถอยตั้งหลักที่ดัชนีระดับใดเท่านั้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...