โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมทางหลวง ส่งเครื่องจักรลุยหน้างาน “เขาพลึง” ทล.11 หลังเกิดเหตุ MSE wall เกิดความเสียหายจากการกัดเซาะ เร่งบรรเทาเหตุทันที พร้อมแจงแผนซ่อมถาวร

สวพ.FM91

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (6 มิ.ย. 2569) – กรมทางหลวงแจงกรณีเหตุการณ์ทางหลวงหมายเลข 11 ขาล่อง ตอน บึงหลัก-หนองน้ำใส ช่วง กม.349+950 (บริเวณ ใกล้จุดชมวิวเขาพลึง) เกิดความเสียหายของกำแพงกันดินเสริมกำลัง (MSE wall) เกิดการชำรุดเสียหาย ทำให้ถนนทรุดเป็นโพรงกินเนื้อที่ลึกเข้าไปในช่องทางจราจร มีสาเหตุมาจากท่อที่วางลอดใต้ถนน (Cross drain) บริเวณดังกล่าวหลุดและเกิดการกัดเซาะบริเวณฐานและเกิดความเสียหายดังกล่าว

โดยในการแก้ไขเร่งด่วน กรมทางหลวงได้ ระดมทีมวิศวกรจากสำนักก่อสร้างสะพาน ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) และแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 พร้อมเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่บริเวณเขาพลึง (ทล.11) เพื่อเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาเหตุและป้องกันคันทางเคลื่อนตัวชั่วคราว

โดยในเบื้องต้นภายหลังจากมีการตรวจสอบพบว่ามีความเสียหายเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 กรมทางหลวงได้ประเมินร่วมกันและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยได้
ทำการฉีดพ่นคอนกรีตเคลือบผิวทางลาด (Shortcrete) เพื่อรักษาเสถียรภาพของชั้นดินไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งปัจจุบันยังคงสภาพดีและปลอดภัย พร้อมกันนั้นได้ส่งเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ โดยการนำรถแบ็คโฮปรับถมดินบริเวณฐานกำแพงคันดินและปรับแนวร่องน้ำเพื่อเบี่ยงทิศทางน้ำ ไม่ให้น้ำขังในร่องเขา ซึ่งเป็นการล็อคคันทางไว้ชั่วคราว โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์

โดยแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 จะทำการตรวจสอบค่าระดับความเปลี่ยนแปลงผิวทางจราจรทุกๆวัน เพื่อ monitor การทรุดตัว

ในส่วนของการอำนวยความปลอดภัย ได้ปรับการจราจรฝั่งขาลงเขา (มุ่งหน้ากรุงเทพฯ) ให้สัญจรได้ 1 ช่องจราจร พร้อมติดตั้งป้ายบังคับรถบรรทุกหนักชิดขวาเพื่อเบี่ยงรถใหญ่ให้ออกห่างจากพื้นที่ซ่อมแซม ป้องกันแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ยังมีการติดป้ายเตือนล่วงหน้า สัญญานไฟเตือน กรวยยาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การสัญจรเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้เตรียมดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างอย่างถาวรและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยเร่งด่วน โดยจะทำการก่อสร้างกำแพงกันดินถาวรพร้อมฝังสมอยึดลึกเข้าไปในชั้นดินเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัว ควบคู่ไปกับการยกเครื่องระบบระบายน้ำใหม่ทั้งหมดเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก ไม่กัดเซาะดินใต้ถนนในระยะยาว จากนั้นจะทำการอัดฉีดปูนเพื่อปิดช่องว่างใต้ถนน รื้อเทผิวคอนกรีตใหม่ และติดตั้งราวเหล็กกั้น (Barrier) ให้กลับมาเสร็จสมบูรณ์แข็งแรง คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูไม่เกิน 6 เดือน

กรมทางหลวงขอแนะนำให้ผู้ใช้ทาง เส้นทางดังกล่าว ใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง โดยยังคงเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ แต่จะมีการเบี่ยงช่องจราจรบริเวณหน้างานเล็กน้อย ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนโปรดชะลอความเร็ว สังเกตป้ายเตือน และปฏิบัติตามสัญญาณจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย กรมทางหลวงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางหรือแจ้งเหตุด่วนทางหลวงได้ที่โทร.1586 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...