เปิด 4 ข้อเสนอ 'ประธาน TDRI' เสนอรัฐบาล 'มาตรการปราบโกง' ดันไทยเข้า OECD
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ในการร่วมประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันนี้ (20 พ.ค.69) ว่า ได้เสนอ 4 แนวทางเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อมุ่งสู่มาตรฐานสากล
แนวทางแรก รัฐบาลควรเปิดเผยชุดข้อมูลต่อต้านคอร์รัปชันจำนวน 25 ชุด ตามมาตรฐานของธนาคารโลก ซึ่งมีการระบุชัดเจนแล้วว่าควรเปิดเผยข้อมูลชุดใดแก่สาธารณะบ้าง
แนวทางที่สอง รัฐบาลควรดำเนินการ "กิโยตินกฎหมาย" (Regulatory Guillotine) ทบทวนและยกเลิกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นช่องทางก่อให้เกิดดุลพินิจและการทุจริต
แนวทางที่สาม รัฐบาลควรนำ "ข้อตกลงคุณธรรม" (Integrity Pact) มาใช้ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐขนาดใหญ่ โดยจัดให้มีผู้สังเกตการณ์จากภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบ ซึ่งมาตรการนี้เคยดำเนินการมาแล้วแต่ขาดความต่อเนื่อง จึงควรนำกลับมาบังคับใช้อย่างจริงจัง
แนวทางที่สี่ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Protection) โดยห้ามหน่วยงานภาครัฐใช้ชื่อองค์กรฟ้องร้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสทุจริต หากเจ้าหน้าที่ไม่พอใจส่วนตัวต้องฟ้องในนามส่วนบุคคลเท่านั้น พร้อมปรับภาระการพิสูจน์ให้สูงขึ้นตามมาตรฐานของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
นายสมเกียรติ เน้นย้ำว่า การดำเนินงานควรเน้นการป้องกันมากกว่าการปราบปราม เพราะปริมาณการทุจริตมีมากจนไม่อาจจับกุมได้ทั้งหมด แต่การเปิดเผยข้อมูล การใช้ข้อตกลงคุณธรรม และการกิโยตินกฎหมาย จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ หากดำเนินการสำเร็จทั้ง 4 แนวทาง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เร็วขึ้น
เอกชนเตรียมส่งข้อมูลกรมมลพิษ 22 พ.ค.
ขณะที่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวชื่นชมรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการ คตท. อย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ประสานกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แล้ว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้แจงกรณีกรมควบคุมมลพิษขอข้อมูลว่า จะจัดส่งรายละเอียดกระบวนการสำรวจในวันที่ 22 พ.ค. นี้ โดยย้ำว่าข้อมูลที่จัดส่งเป็นเพียงขั้นตอนการเก็บแบบสอบถามซึ่งยึดกรอบร่วมกับ ก.พ.ร. และธนาคารโลก ไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกที่จะใช้ดำเนินคดีกับหน่วยงานใด แต่เป็นการชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อนำไปสู่การแก้ไขในอนาคต
รองนายกฯ สั่งปิดช่องโหว่ทุจริตทุกหน่วยงาน
ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายชัดเจนว่า การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระสำคัญ เพราะหากปัญหานี้ยังคงอยู่จะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งสำรวจและจัดทำรายงานช่องโหว่ที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตในองค์กร เสนอต่อคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
นายปกรณ์ระบุด้วยว่า ในวันที่ 10 มิ.ย. ภาคเอกชนจะเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายลำดับรองใน 6-7 กลุ่มธุรกิจที่มีปัญหา จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านเว็บไซต์ law.go.th ก่อนที่ ก.พ.ร. จะสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขต่อไป