ชวน แนะรัฐบาลเพิ่มงบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1 พัน ภูมิใจเริ่มไว้สมัยเป็นนายกฯ ครั้งแรก
ชวน แนะรัฐบาลเพิ่มงบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1 พัน ภูมิใจเริ่มไว้สมัยเป็นนายกฯ ครั้งแรก ยินดีหลัง “พิพัฒน์” ไม่ยอมให้มีส่งส่วย “ภราดร” ไม่ให้มือใครยาวสาวได้สาวเอา ชี้สภาเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ แช่งใครทำไม่ดีมีอันเป็นไป
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 1 ก.ค.2569 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ข้อมูลที่ตนอภิปรายเป็นเรื่องผูกพันที่รัฐบาลแถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เม.ย.เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยนโยบายไม่ได้พูดเรื่องนี้ไว้แต่หวังว่ารัฐบาลจะทบทวน และเมื่อถึงเวลาพิจารณางบประมาณจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง จากรายการงบประมาณรายจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุตั้งไว้กว่า 6.5 หมื่นล้าน ไม่ได้เปลี่ยนจาก 600 700 800 900 หรือ 1,000 บาท ซึ่งตนขอเริ่มต้นไว้ที่ 1000 บาท
โดยให้เหตุผลว่าผู้สูงอายุ คือ คนที่ทำงานมาตลอดชีวิต เพียงแต่เขาไม่ใช่ข้าราชการพนักงานซึ่งไม่มีบำเหน็จบำนาญ วันหนึ่งเมื่ออายุมากแล้ว คนเหล่านี้ควรจะได้มีหลักประกันเล็กน้อย และโดยเบี้ยผู้สูงอายุนั้นตนภูมิใจได้เริ่มเมื่อตอนตนเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก แต่ก่อนให้เพียงผู้สูงอายุที่มีฐานะลำบากเพราะเศรษฐกิจประเทศขณะนั้นไม่ดีนัก ให้คนละ 200 ถึง 300 บาท ต่อมาเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คุณอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ เลยให้ขยายให้ผู้สูงอายุได้ทุกคน จึงเป็นที่มาว่าผู้สูงอายุทุกคนได้รับเบี้ย
นายชวน กล่าวว่า น่ายินดีที่ทุกพรรคการเมืองมองว่าเป็นนโยบายเรื่องน่ายินดี แต่ตัวเลขดังกล่าวผ่านมานานและสถานการณ์เศรษฐกิจค่าของเงินสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว หากเริ่มได้ที่ 1000 บาท คุณอภิสิทธิ์และอดีตรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช เคยศึกษาตัวเลขแล้วบอกว่าทำได้ ไม่เป็นภาระของรัฐบาลมากเกินไป เมื่อตัวเลขออกมาที่ 6.4 หมื่นล้านไม่ได้แตกต่างจากแนวทางเดิม ขอย้ำอีกครั้งในส่วนของกรรมาธิการฯ จะได้ทบทวนเรื่องนี้ว่าขอให้เริ่มที่ 1000 บาท เรื่องนี้เป็นเรื่องต้นๆ ที่เราควรเอาใจใส่ผู้ที่ทำงานรับใช้บ้านเมือง ที่อาจจะเป็นกรรมกร คนงานหรือชาวสวนชาวไร่มาตลอดชีวิต
นายชวน กล่าวต่อว่า ในส่วนของเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เนื่องจากเป็นโครงการที่ตนเริ่มไว้เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว บัดนี้ช่วยลดช่องว่างสังคมได้อย่างแท้จริง การกู้เงินเรียนทำให้คนกว่า 7 ล้านคนได้เรียนหนังสือ หากไม่มีกองทุนนี้ครึ่งหนึ่งอาจเรียนยากเพราะไม่มีความพร้อมในครอบครัว ดังนั้นทุนกยศ.รัฐบาลให้ไว้ในปีที่แล้ว 5 พันล้านบาทซึ่งถือว่าน้อย ในที่สุดไม่พอต้องจัดงบกลางอีก 4.8 พันล้านบาท ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ต้องขอฝากพิเศษไม่ใช่เรื่องตัวเลขงบประมาณ แต่เป็นเรื่องงบที่ไม่ได้มาจากรายจ่าย เป็นงบประมาณที่มาจากเงินนอกงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินหมุนเวียน เราเคยเริ่มไว้ที่ 3 พันล้าน ปัจจุบันอยู่ที่ 7 แสนล้าน ขณะนี้เริ่มมีปัญหาเพราะคนที่กู้ยืมแล้วไม่คืนมีเยอะ ที่ไม่มีงานทำก็น่าเห็นใจ แต่เมื่อมีงานทำไม่เดือดร้อนและไม่คืนมีปัญหา จำเป็นต้องรณรงค์ ขอฝากหน่วยงานที่คุมเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งตนได้ทำหนังสือถึงนายกสภามหาวิทยาลัยบางแห่งด้วยตัวเองให้ช่วยบอกนักศึกษาที่กู้ยืมเงิน เมื่อได้งานทำแล้วให้คืน
“ด้วยเวลาที่จำกัด เสียดายยิ่ง ผมได้ยินรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพูดเรื่องจะไม่ยอมให้มีการส่งส่วย และได้ยินรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่คุมสำนักงบประมาณ พูดว่าจะไม่ใช้วิธีการเอาเปรียบ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ผมก็ยินดี แต่ที่มาทั้งหมดอยู่ที่ว่าเราจะทำได้หรือไม่ เราจะไม่ยอมรับการส่งส่วยหรือมาอยู่ที่ที่มา หากเรามาโดยซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ผมเชื่อว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องได้ตามแนวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งไว้ตอนเสด็จเปิดพิธีรัฐสภา ซึ่งทุกกระทรวงต้องยึดแนวนี้ จะทำได้หรือไม่ ใครก็ตามที่พูดไว้ ในสภาฯ นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ ต่อหน้าเบื้องพระพักตร์พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใครที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง ผมคิดว่ามีอันเป็นไปนะครับ“ นายชวน ระบุ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชวน แนะรัฐบาลเพิ่มงบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1 พัน ภูมิใจเริ่มไว้สมัยเป็นนายกฯ ครั้งแรก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th