โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เปแอสเช” ดวลเป้าดับ “ปืนใหญ่” คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยซ้อน

เดลินิวส์

อัพเดต 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.35 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“เปแอสเช” ฟอร์มแกร่ง ดวลเป้าดับ “ปืนใหญ่” หวิว 4-3 หลัง 120 นาทีกินกันไม่ลงเสมอ 1-1 คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยซ้อน

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามปุสกัส อารีนา กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์เซนอล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีคิวลงดวลเกือกกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส

เกมนี้ อาร์เซนอล ออกตัวแรง เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ลากบอลเข้าไปยิงมุมแคบเสยเพดานตาข่ายเข้าไปอย่างสุดงาม และนับเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงดำ หลังเคยยิงประตูชัยให้ เชลซี ดับ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-0 มาแล้ว เมื่อปี 2021

เข้าสู่ครึ่งหลัง แซงต์ แชร์กแมง ลุยแหลก และมาได้จุดโทษในนาทีที่ 65 เมื่อ คริสเตียน มอสเกรา กองหลังอาร์เซนอล เข้าบอลไม่ระวัง และไปหวด ควิชา ควารัตสเคเลีย ล้มคว่ำในเขตโทษ ก่อนที่ อุสมาน เดมเบเล จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดช่วยให้ เปแอสเช ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ

จากนั้นนาทีที่ 78 เปแอสเช เกือบพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ เมื่อ ควารัตสเคเลีย ยิงมุมแคบไปแฉลบเท้า ไมล์ส ลูอิส สเกลลี ก่อนที่บอลจะพุ่งไปชนเสาอย่างจัง

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก จบ 90 นาที อาร์เซนอล เสมอ เปแอสเช 1-1 ต้องไปสู้กันในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ซึ่งก็ยังไม่มีใครทำอะไรกันเพิ่มได้เหมือนเดิม

จบ 120 นาที อาร์เซนอล เสมอ เปแอสเช 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ ผลปรากฏว่า เปแอสเช ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปได้ 4-3 โดยคนสุดท้ายของ อาร์เซนอล ที่ยิงพลาดในช่วงซัดเดนเดธคือ กาเบรียล มากัลเญส ส่งผลให้ แซงต์ แชร์กแมง ป้องกันแชมป์ได้ำเสร็จ.

ภาพ REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...