โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพในคูเวต มีคนอเมริกันเจ็บ-โดรนเสียหายหนัก 2 ลำ ขณะ ‘ทรัมป์’ส่งสัญญาณสับสนเรื่องสงบศึก

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

Americans hurt in Kuwait as Trump sends mixed signals on war

by Kate Sullivan, Michelle Jamrisko and Gerry Doyle BLOOMBERG

31/05/2026

มีชาวอเมริกันหลายรายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯในคูเวตเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่การเจรจาของวอชิงตันเพื่อขยายเวลาหยุดยิงกับเตหะรานถูกลากยาวออกไปโดยยังไม่มีข้อสรุป

ก่อนหน้านี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าการตกลงกับอิหร่านดังกล่าวนี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว ทว่าภายหลังการประชุมหารือระดับสูงในห้องสถานการณ์ของทำเนียบขาวเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) กลับไม่ได้มีการแถลงใดๆ ออกมาเลย กลายเป็นสัญญาณขัดแย้งกันเองครั้งล่าสุดซึ่งออกมาจากคณะบริหารทรัมป์ ในเรื่องลู่ทางความเป็นไปได้ของการทำดีลกับอิหร่าน

การตกลงหยุดยิงระหว่างสองฝ่ายตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ซึ่งอยู่ในอาการโซซัดโซเซเรื่อยมายังคงถูกประคับประคองเอาไว้ได้โดยส่วนใหญ่ แม้กระทั่งหลังเกิดเหตุการณ์ล่าสุดดังที่บุคคลผู้หนึ่งซึ่งทราบเรื่องการโจมตีของอิหร่าน เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า ขีปนาวุธทิ้งตัวลูกหนึ่งที่ฝ่ายอิหร่านยิงเข้ามา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายคนในฐานทัพแห่งหนึ่ง และในเวลาใกล้เคียงกันฝ่ายทหารของสหรัฐฯก็ได้แถลงข่าวแยกต่างหากออกไปว่า สามารถเล่นงานเรือลำหนึ่งจนเดี้ยง ขณะที่เรือดังกล่าวแล่นมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน

ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวผู้หนึ่งเปิดเผยในวันศุกร์เช่นกัน โดยขอให้อย่าเปิดเผยชื่อ ระบุว่า ทรัมป์จะตกลงทำดีลด้วย ต่อเมื่อพอใจว่าไม่มีการล่วงล้ำเส้นสีแดงห้ามล่วงละเมิดที่เขาขีดเอาไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงการเรียกร้องของทรัมป์ที่ว่า อิหร่านต้องละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ของตน, สละยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วของตน, และเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาใหม่

สภาพของการพลิกกลับไปกลับมา ซึ่งเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการต่อเนื่องของรูปแบบที่บังเกิดขึ้นหลายสัปดาห์แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายแสดงท่าทีว่ากำลังใกล้จะตกลงกันได้ ก่อนกลับมาส่งสัญญาณว่ายังคงไม่อาจเห็นพ้องกันในจุดติดขัดเดิมๆ หลายๆ จุดเหล่านี้

เมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.) ทีวีของทางการอิหร่านได้รายงานเผยแพร่สิ่งที่เรียกว่าเป็นร่างข้อตกลงฉบับใหม่ ซึ่งในนั้นมีเนื้อหาระบุให้ทางการอิหร่าน “มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการวินิจฉัยเรือที่กำลังเดินทางเข้าออก” ในช่องแคบฮอร์มุซ ว่ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ถึงแม้นี่เป็นจุดของการเจรจาซึ่งฝ่ายสหรัฐฯไม่น่าที่จะยอมรับ

ทรัมป์นั้นเคยพูดเอาไว้ครั้งหนึ่งว่า อิหร่านกับสหรัฐฯอาจบริหารจัดการการสัญจรในฮอร์มุซในลักษณะของการร่วมกันดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประมุขสหรัฐฯผู้นี้กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีประเทศหนึ่งใดจะมาควบคุมช่องแคบแห่งนี้ได้ ถึงแม้เขาบอกด้วยว่า สหรัฐฯจะ “ติดตามเฝ้าระวัง” ช่องแคบยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้

ในร่างข้อตกลงที่เผยแพร่ทางทีวีอิหร่าน ยังกล่าวอีกว่า สหรัฐฯให้คำมั่นสัญญาที่จะเปิดทางให้อิหร่านสามารถเข้าถึงเงินทุนต่างๆ ของฝ่ายตนซึ่งถูกอายัดไว้มูลค่ารวมราวๆ 12,000 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 60 วัน โดยที่จะจัดส่งตรงไปยังพวกแบงก์ของอิหร่านชนิดไม่มีการตั้งเงื่อนไขข้อจำกัด ถึงแม้รายงานข่าวนี้ระบุด้วยว่า ร่างฉบับนี้ยัง “ไม่เป็นทางการ” และ “ไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย”

ทำเนียบขาวนั้นยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ในทันที เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้

ทางด้านตลาดการเงิน มีการขึ้นลงผันผวนไปตามถ้อยความการแถลงที่กลับไปกลับมาเช่นนี้ กระนั้นยังคงมีความหวังกันว่าน่าจะมีการขยายการตกลงหยุดยิง และเรื่องนี้ช่วยให้ราคาหุ้นในตลาดสหรัฐฯสามารถเดินหน้าสร้างสถิติสูงสุดประจำสัปดาห์ใหม่ๆ ได้เมื่อถึงตอนช่วงสิ้นอาทิตย์ แม้กระทั่งหลังมีข่าวเกิดการโจมตีแบบประปรายขึ้นมาก็ตาม

ตามการเปิดเผยของบุคคลผู้หนึ่งซึ่งรู้เรื่องโดยตรงเกี่ยวกับการโจมตีคราวนี้ แต่ขอให้สงวนนามเพื่อให้สามารถเล่ารายละเอียดที่ไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ ฝ่ายอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัว เข้าไปยังฐานทัพอากาศคูเวตแห่งหนึ่งภายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายคน รวมทั้งสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่โกดรนโจมตีแบบ เอ็มคิว-9 รีเพอร์ (MQ-9 Reaper)

ขีปนาวุธดังกล่าว ซึ่งเป็นแบบ ฟาเตห์-110 (Fateh-110) ที่ศูนย์เพื่อยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศศึกษา (Center for Strategic and International Studies หรือ CSIS) องค์การคลังสมองชื่อดังซึ่งตั้งฐานอยู่ในวอชิงตัน ดีซี ระบุว่าเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ ที่มีระยะทำการราว 124 ไมล์ (ราว 200 กิโลเมตร) บุคคลที่เป็นแหล่งข่าวของบลูมเบิร์ก บอกว่า ได้ถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้ ทว่าเศษซากที่ตกลงมายังคงทำให้มีคนอเมริกันบาดเจ็บราว 5 คน ในจำนวนนี้มีทั้งพวกที่ทำสัญญาจ้าง และทหารประจำการ 1 ราย ส่วนโดรน รีเพอร์ ที่ถูกส่งขึ้นสกัดนั้น ลำหนึ่งถูกทำลาย และอีกอย่างน้อย 1 ลำได้รับความเสียหายหนัก ทั้งนี้โดรนแบบนี้มีราคาลำละประมาณ 30 ล้านดอลลาร์

ทางด้านกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US CENTCOM) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่ได้แถลงอะไรในทันทีในเฉพาะหน้านี้ เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามไป

อย่างไรก็ดี US CENTCOM ได้ออกคำแถลงเมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.) ว่า กำลังนาวีสหรัฐฯซึ่งกำลังทำหน้าที่ปิดกั้นทางทะเลบรรดาท่าเรืออิหร่าน ขณะออกปฏิบัติการตรวจตราในวันศุกร์ (29 พ.ค.) ได้ยิงใส่เรือติดธงแกมเบียลำหนึ่งซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน จนกระทั่งเรือลำนั้นไม่สามารถแล่นต่อไปได้ คำแถลงระบุว่า เครื่องบินสหรัฐฯได้ใช้ขีปนาวุธ เฮลล์ไฟร์ (Hellfire) ยิงเข้าไปที่ห้องเครื่องของเรือ ภายหลังพวกลูกเรือเพิกเฉยไม่ยอมฟังคำเตือนซึ่งส่งออกไปมากกว่า 20 ครั้ง

ย้ำข้อเรียกร้อง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายรายออกมายืนยันในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ว่า ทางคณะผู้เจรจาสามารถทำความตกลงเกี่ยวกับเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ฉบับหนึ่ง ซึ่งจะมีการขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน และเปิดการพูดจากันต่อเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์อิหร่าน แต่ทั้งนี้ต้องรอให้ทรัมป์เห็นชอบก่อน

ทว่าไม่กี่ชั่วโมงภายหลังการยืนยันดังกล่าว รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ ได้ออกมาปฏิเสธไม่รับรู้เรื่องดีลที่ทำท่าจะตกลงกันได้แล้วนี้ นอกจากนั้นรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ออกมาพูดกับพวกผู้สื่อข่าวว่าทั้งสองฝ่าย “กำลังกลับไปกลับมาเกี่ยวกับจุดสองสามจุดที่มีปัญหาในเรื่องภาษาที่ใช้”

ในวันศุกร์ (29 พ.ค.) ทรัมป์กล่าวในโพสต์ทางโซเชียลมีเดีย โดยย้ำข้อเรียกร้องเดิมๆ ของเขาที่ว่า อิหร่านต้องไม่มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นอันขาด รวมทั้งต้องเปิดฮอร์มุซขึ้นมใหม่โดยไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทาง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าอิหร่านได้ตกลงเรื่องเหล่านี้แล้วหรือไม่

เบสเซนต์นั้นได้พูดสรุป “เส้นสีแดงห้ามล่วงละเมิด” 3 เส้น ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขของสหรัฐฯสำหรับข้อตกลงใดๆ ที่จะมีขึ้น ซึ่งได้แก่ อิหร่านต้องเปิดฮอร์มุซขึ้นมาใหม่, ยินยอมสละยูเรเนียมเพิ่มสมรรถนะในระดับสูงของตน, และยุติโครงการนิวเคลียร์ของตน ทั้งนี้ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ส่งข้อความที่สับสนไม่แน่นอนเกี่ยวกับจุดที่ยังค้างคาตกลงกันไม่ได้เหล่านี้ โดยเฉพาะในแง่ที่ว่าเขาอาจยินดีประนีประนอมในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ และหากยินดี มันจะออกมาในลักษณะไหน

ในคำปราศรัยที่เขาเตรียมไว้เพื่อกล่าวในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) ขุนคลังสหรัฐฯเสนอแนะว่า สหรัฐฯอาจยกเลิกมาตรการแซงก์ชั่นบางส่วนที่ใช้กับอิหร่าน โดยขึ้นอยู่กับว่าสิ่งต่างๆ จะเดินหน้าไปได้แค่ไหนในสถานการณ์ความชะงักงันที่มีอยู่กับเตหะรานในปัจจุบัน

ทางฝ่ายอิหร่านก็ยังคงมีการแถลงพูดจาเกี่ยวกับการเจรจากับสหรัฐฯในลักษณะคลุมเครือไม่ชัดเจน โดยเมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) สื่อทางการอิหร่านกล่าวว่า เอ็มโอยูที่กำลังเจรจาอยู่กับสหรัฐฯ ยังไม่ได้สำเร็จเสร็จสิ้นถึงขั้นสุดท้าย และได้มีการเปลี่ยนแปลงในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ย้ำว่า คณะผู้เจรจาฝ่ายอิหร่าน “ไม่มีความไว้วางใจในการรับประกันหรือคำพูด” ของฝ่ายสหรัฐฯ และ “จะไม่มีการกระทำใดๆ ทั้งนั้นก่อนที่อีกฝ่ายหนึ่งจะลงมือกระทำก่อน”

ทรัมป์ กล่าวย้ำยืนกรานว่า เขาจะไม่เร่งรีบจนกระทั่งยอมทำข้อตกลงที่เลวร้าย ถึงแม้เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาของหลายฝ่ายที่ว่า สงครามครั้งนี้จัดอยู่ในประเภทหล่มโคลนดูดทางการทหารซึ่งเขาเตือนมานานแล้วว่าต้องไม่หลงตกลงไป ทั้งนี้ การสู้รบขัดแย้งครั้งนี้ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “การออกนอกทางระยะสั้นๆ” เวลานี้ล่วงเลยผ่านพ้นกรอบเวลาที่เขาคาดการณ์เอาไว้ในตอนแรกๆ ว่าไม่เกิน 4-6 สัปดาห์ไปไกลแล้ว

ผลโพลสำนักต่างๆ ต่างแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันไม่เห็นชอบกับการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้ และการที่มันส่งผลทำให้ราคาน้ำมันเบนซินสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็กำลังเพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวภับภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังๆ นี้ทรัมป์กล่าวออกสื่ออยู่หลายหนว่า เขาไม่ใส่ใจกับภาวะเครียดทางการเมืองเหล่านี้

ถึงแม้มีการพูดจาที่ดูลักลั่นไม่ลงรอยกันเช่นนี้ แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวางในกรุงวอชิงตันว่า ทรัมป์เป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้จริงๆ โดยที่เรื่องนี้ขุนคลังเบสเซนต์ก็กล่าวย้ำเช่นกันว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่ท่านประธานาธิบดีต้องการที่จะทำ”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...